คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7795/2546 ฉบับเต็ม

#112787
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7795/2546 บริษัทศรีวราโฮลดิ้งส์ จำกัด กับพวก โจทก์ นายอนันต์ ลงสุวรรณ์ ผู้ร้อง นายจำปี ลงสุวรรณ์ จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 1599 วรรคหนึ่ง, มาตรา 1600 ป.วิ.พ. มาตรา 42, มาตรา 271 คดีสืบเนื่องมาจากศาลพิพากษาตามยอม โดยจำเลยยินยอมให้โจทก์ทั้งสองมีสิทธิใช้ถนนในส่วนที่เป็นที่ดินของจำเลย และโจทก์ทั้งสองยินยอมชำระค่าใช้ที่ดินดังกล่าวให้แก่จำเลย คดีถึงที่สุด ต่อมาจำเลยถึงแก่ความตาย สิทธิการบังคับคดีของจำเลยผู้ตายตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวเป็นสิทธิในทรัพย์สิน ไม่ใช่สิทธิเฉพาะตัว จึงตกทอดไปยังทายาทของผู้ตาย ผู้ร้องเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายอันเป็นทายาทโดยธรรมของจำเลยและเป็นผู้จัดการมรดกของจำเลยด้วย ย่อมมีสิทธิขอเข้ารับมรดกความแทนจำเลยและดำเนินการบังคับแก่โจทก์ทั้งสองได้ แม้คดีจะถึงที่สุดแล้วก็ตาม กรณีนี้หาใช่เป็นการเข้าแทนที่คู่ความที่มรณะในระหว่างที่คดีค้างพิจารณาอยู่ในศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 42 ไม่ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลพิพากษาตามยอม โดยจำเลยตกลงยินยอมให้โจทก์ทั้งสองมีสิทธิใช้ถนนในส่วนที่เป็นที่ดินของจำเลยโดยโจทก์ทั้งสองยินยอมให้ค่าใช้ที่ดินดังกล่าวแก่จำเลย โดยศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอม คดีถึงที่สุด ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของจำเลยตามคำสั่งของศาลชั้นต้น ผู้ร้องประสงค์จะขอเข้ารับมรดกความในคดีนี้ โจทก์ทั้งสองยื่นคำคัดค้านว่า จำเลยถึงแก่ความตายหลังจากคดีถึงที่สุดไปแล้ว จึงมิได้มีคดีค้างพิจารณาอยู่ในศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๔๒ ทายาทหรือบุคคลใด ๆ ไม่อาจจะเข้ามารับมรดกความแทนจำเลยได้ ขอให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ววินิจฉัยว่า ผู้ร้องเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลย เมื่อศาลได้มีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของจำเลย ผู้ร้องมีสิทธิเข้ารับมรดกความได้แม้จะเป็นเวลาหลังจากศาลมีคำพิพากษาแล้วเพื่อดำเนินการบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษาต่อไป หาใช่การเข้าเป็นคู่ความแทนที่ซึ่งจะต้องอยู่ภายในระยะเวลาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๔๒ ไม่ จึงมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเข้ารับมรดกความแทนจำเลย โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองว่า ศาลชอบที่จะอนุญาตให้ผู้ร้องเข้ารับมรดกความแทนจำเลยได้หรือไม่ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๙๙ และ ๑๖๐๐ เมื่อบุคคลใดตาย มรดกของบุคคลนั้นตกทอดแก่ทายาท และกองมรดกของผู้ตายได้แก่ ทรัพย์สินทุกชนิดของผู้ตาย ตลอดทั้งสิทธิหน้าที่และความรับผิดต่าง ๆ เว้นแต่ตามที่กฎหมายหรือว่าโดยสภาพแล้ว เป็นการเฉพาะตัวของผู้ตายโดยแท้ ซึ่งสิทธิในการบังคับคดีของจำเลยผู้ตายให้เป็นไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีนี้เป็นสิทธิในทรัพย์สิน ไม่ใช่สิทธิเฉพาะตัว จึงตกทอดไปยังทายาท เมื่อผู้ทรงสิทธิถึงแก่ความตาย ผู้ร้องซึ่งเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายอันเป็นทายาทโดยธรรมของจำเลยย่อมมีสิทธิได้รับทรัพย์มรดกของจำเลย อีกทั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของจำเลยด้วย ผู้ร้องจึงมีสิทธิขอเข้ารับมรดกความแทนจำเลย และดำเนินการบังคับคดีแก่โจทก์ทั้งสองได้ กรณีนี้หาใช่เป็นการเข้าแทนที่คู่ความที่มรณะในระหว่างที่คดีค้างพิจารณาอยู่ในศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๔๒ ดังที่โจทก์ทั้งสองฎีกาไม่ ดังนั้น แม้ผู้ร้องจะยื่นคำร้องขอเข้ารับมรดกความแทนจำเลยภายหลังจากศาลมีคำพิพากษาตามยอมและคดีถึงที่สุดแล้วก็ตาม ผู้ร้องก็ย่อมมีสิทธิที่จะยื่นคำร้องดังกล่าวได้ ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ทั้งสองฟังไม่ขึ้น อนึ่งศาลชั้นต้นมิได้สั่งค่าฤชาธรรมเนียมและศาลอุทธรณ์มิได้พิพากษาแก้จึงเป็นการไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไข พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (มนตรี ยอดปัญญา-สายันต์ สุรสมภพ-สุพัฒน์ บุญยุบล) ศาลแพ่ง - นายเลิศลภ กิตติถนอม ศาลอุทธรณ์ - นายสุรชัย พิริยชนานันท์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
112787
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายเลิศลภ กิตติถนอม"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสุรชัย พิริยชนานันท์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082043154"
    }
}
date
2546
deka_no
7795/2546
deka_running_no
7795
deka_year
2546
department
แผนก
judges
[
    "มนตรี ยอดปัญญา",
    "สายันต์ สุรสมภพ",
    "สุพัฒน์ บุญยุบล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1599 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 1600"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 42",
            "ม. 271"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทศรีวราโฮลดิ้งส์ จำกัด กับพวก"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นายอนันต์ ลงสุวรรณ์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายจำปี ลงสุวรรณ์"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลพิพากษาตามยอม โดยจำเลยตกลงยินยอมให้โจทก์ทั้งสองมีสิทธิใช้ถนนในส่วนที่เป็นที่ดินของจำเลยโดยโจทก์ทั้งสองยินยอมให้ค่าใช้ที่ดินดังกล่าวแก่จำเลย โดยศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอม คดีถึงที่สุด

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของจำเลยตามคำสั่งของศาลชั้นต้น ผู้ร้องประสงค์จะขอเข้ารับมรดกความในคดีนี้

โจทก์ทั้งสองยื่นคำคัดค้านว่า จำเลยถึงแก่ความตายหลังจากคดีถึงที่สุดไปแล้ว จึงมิได้มีคดีค้างพิจารณาอยู่ในศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๔๒ ทายาทหรือบุคคลใด ๆ ไม่อาจจะเข้ามารับมรดกความแทนจำเลยได้ ขอให้ยกคำร้องของผู้ร้อง

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ววินิจฉัยว่า ผู้ร้องเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลย เมื่อศาลได้มีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของจำเลย ผู้ร้องมีสิทธิเข้ารับมรดกความได้แม้จะเป็นเวลาหลังจากศาลมีคำพิพากษาแล้วเพื่อดำเนินการบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษาต่อไป หาใช่การเข้าเป็นคู่ความแทนที่ซึ่งจะต้องอยู่ภายในระยะเวลาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๔๒ ไม่ จึงมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเข้ารับมรดกความแทนจำเลย

โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองว่า ศาลชอบที่จะอนุญาตให้ผู้ร้องเข้ารับมรดกความแทนจำเลยได้หรือไม่ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๙๙ และ ๑๖๐๐ เมื่อบุคคลใดตาย มรดกของบุคคลนั้นตกทอดแก่ทายาท และกองมรดกของผู้ตายได้แก่ ทรัพย์สินทุกชนิดของผู้ตาย ตลอดทั้งสิทธิหน้าที่และความรับผิดต่าง ๆ เว้นแต่ตามที่กฎหมายหรือว่าโดยสภาพแล้ว เป็นการเฉพาะตัวของผู้ตายโดยแท้ ซึ่งสิทธิในการบังคับคดีของจำเลยผู้ตายให้เป็นไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีนี้เป็นสิทธิในทรัพย์สิน ไม่ใช่สิทธิเฉพาะตัว จึงตกทอดไปยังทายาท เมื่อผู้ทรงสิทธิถึงแก่ความตาย ผู้ร้องซึ่งเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายอันเป็นทายาทโดยธรรมของจำเลยย่อมมีสิทธิได้รับทรัพย์มรดกของจำเลย อีกทั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของจำเลยด้วย ผู้ร้องจึงมีสิทธิขอเข้ารับมรดกความแทนจำเลย และดำเนินการบังคับคดีแก่โจทก์ทั้งสองได้ กรณีนี้หาใช่เป็นการเข้าแทนที่คู่ความที่มรณะในระหว่างที่คดีค้างพิจารณาอยู่ในศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๔๒ ดังที่โจทก์ทั้งสองฎีกาไม่ ดังนั้น แม้ผู้ร้องจะยื่นคำร้องขอเข้ารับมรดกความแทนจำเลยภายหลังจากศาลมีคำพิพากษาตามยอมและคดีถึงที่สุดแล้วก็ตาม ผู้ร้องก็ย่อมมีสิทธิที่จะยื่นคำร้องดังกล่าวได้ ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ทั้งสองฟังไม่ขึ้น

อนึ่งศาลชั้นต้นมิได้สั่งค่าฤชาธรรมเนียมและศาลอุทธรณ์มิได้พิพากษาแก้จึงเป็นการไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไข

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000924.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2546