คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9692/2544 ฉบับเต็ม

#112794
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9692/2544 นายอิศนุวัฒน์ จารุทัศน์ โจทก์ นางสุดา แซ่ตั้ง จำเลย ป.อ. มาตรา 95, มาตรา 271 โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 271, 272, 273 และ พ.ร.บ. เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 108 ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางไต่สวนมูลฟ้องแล้ว ประทับฟ้องเฉพาะข้อหาความผิดตาม ป.อ. มาตรา 271 ซึ่งมิใช่ความผิดอันยอมความได้ที่โจทก์ในฐานะผู้เสียหายจะต้องร้องทุกข์หรือฟ้องคดีภายใน 3 เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด และความผิดตามมาตราดังกล่าวมีระวางโทษ จำคุกกว่า 1 ปี ถึง 7 ปี จึงมีอายุความ 10 ปี ตาม ป.อ. มาตรา 95 (3) โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2541 ดังนี้ เมื่อนับถึงวันที่ 9 เมษายน 2542 อันเป็นวันฟ้องแล้วยังไม่เกิน 10 ปี ฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 271, 272 และ 273 พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 108 และให้จำเลยรับคืนสินค้าทั้งหมด กับคืนเงินจำนวน 54,440 บาท ให้แก่โจทก์ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูลเฉพาะข้อหาความผิดตาม ป.อ. มาตรา 271 ประทับฟ้องในข้อหาดังกล่าว ส่วนข้อหาอื่นให้ยกฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ส่วนข้อหาแพ่งจำเลยให้การว่า จำเลยมิได้กระทำละเมิดโดยการหลอกลวงโจทก์ให้ ซื้อสินค้า ขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 271 ลงโทษปรับ 3,000 บาท หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา 29 และ 30 กับให้จำเลยชำระเงิน แก่โจทก์จำนวน 55,440 บาท โดยรับมอบเครื่องพิมพ์ดีดจำนวน 12 เครื่อง คืนไปทั้งหมด ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า? ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า โจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายซึ่งมีอำนาจฟ้องจำเลย เนื่องจากคำสั่งและเงินที่ซื้อเครื่องพิมพ์ดีดเป็นของบริษัทอินทีวร กรุ๊ป จำกัด ซึ่งเป็น เจ้าของโรงเรียนบริหารธุรกิจภาคใต้ โจทก์ในฐานะผู้จัดการโรงเรียนดังกล่าวเพียงแต่ทำหน้าที่จัดหาเครื่องพิมพ์ดีดให้เท่านั้น ความต้องการเครื่องพิมพ์ดีดและเงินไม่ใช่ของโจทก์แต่เป็นของบริษัทอินทีวร กรุ๊ป จำกัด โจทก์ไม่ได้เสียหายแต่อย่างใด โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายซึ่งมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งในทางอาญาและทางแพ่ง ในข้อนี้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางฟังข้อเท็จจริงว่าตามวันเวลาเกิดเหตุตามฟ้อง โจทก์ได้ไปที่ร้านของจำเลยและ ซื้อเครื่องพิมพ์ดีดใช้แล้วจากจำเลยจำนวน 12 เครื่อง เพื่อจะนำไปใช้สอนในโรงเรียนบริหารธุรกิจภาคใต้ โดยโจทก์ได้ชำระราคาแก่จำเลยครบถ้วนแล้ว ตามใบรับเงินชั่วคราวหาได้ฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ในฐานะผู้จัดการโรงเรียนเพียงแต่ทำหน้าที่จัดหาเครื่องพิมพ์ดีดให้เท่านั้นและเงินที่ซื้อเป็นของบริษัทซึ่งเป็นเจ้าของโรงเรียนไม่ใช่ของโจทก์ดังที่จำเลยอุทธรณ์ไม่ ดังนี้ อุทธรณ์ของจำเลยจึงเป็นอุทธรณ์โต้แย้งข้อเท็จจริง ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางรับฟังมาว่าโจทก์เป็นผู้ซื้อสินค้าตามคำฟ้อง โดยจำเลยเห็นว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้ซื้อ จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย ทั้งในทางอาญาและทางแพ่ง เป็นการอุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจการรับฟังพยานหลักฐานของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางอันเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและ การค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2539 มาตรา 39 และ 41 ส่วนที่จำเลยอุทธรณ์ว่าคดีอาญาของโจทก์ขาดอายุความเพราะโจทก์มิได้นำคดีมาฟ้องภายใน 3 เดือน นับแต่วันที่รู้ว่าเครื่องพิมพ์ดีดชำรุดเสียหายและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น เห็นว่า คดีนี้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและ การค้าระหว่างประเทศกลางไต่สวนมูลฟ้องแล้ว ประทับฟ้องเฉพาะข้อหาความผิดตาม ป.อ. มาตรา 271 ซึ่งมิใช่ความผิดอันยอมความได้ที่โจทก์ในฐานะผู้เสียหายจะต้องร้องทุกข์หรือฟ้องคดีภายใน 3 เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและ รู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น เห็นว่า คดีนี้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางไต่สวนมูลฟ้องแล้ว ประทับฟ้องเฉพาะข้อความผิดตาม ป.อ. มาตรา 271 ซึ่งมิใช่ความผิดอันยอมความได้ที่โจทก์ในฐานะผู้เสียหายจะต้องร้องทุกข์หรือฟ้องคดีภายใน 3 เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดดังที่จำเลยอุทธรณ์ความผิดตามมาตรา 271 ดังกล่าวเป็นความผิดที่มีระวางโทษจำคุกกว่า 1 ปี ถึง 7 จึงมีอายุความ 10 ปี นับแต่วันกระทำความผิด ตาม ป.อ. มาตรา 95 (3) โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2541 ดังนี้ เมื่อนับถึงวันที่ 9 เมษายน 2542 อันเป็นวันฟ้องแล้วยังไม่เกิน 10 ปี ฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความอุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ. (จรูญวิทย์ ทองสอน-เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ-ชาญชัย ลิขิตจิตถะ) ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ - นายไมตรี ศิริเมธารักษ์ ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
112794
courts
[
    {
        "court": "ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ",
        "judge": "นายไมตรี ศิริเมธารักษ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082058546"
    }
}
date
2544
deka_no
9692/2544
deka_running_no
9692
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "จรูญวิทย์ ทองสอน",
    "เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ",
    "ชาญชัย ลิขิตจิตถะ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 95",
            "ม. 271"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายอิศนุวัฒน์ จารุทัศน์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสุดา แซ่ตั้ง"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 271, 272 และ 273 พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 108 และให้จำเลยรับคืนสินค้าทั้งหมด กับคืนเงินจำนวน 54,440 บาท ให้แก่โจทก์

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูลเฉพาะข้อหาความผิดตาม ป.อ. มาตรา 271 ประทับฟ้องในข้อหาดังกล่าว ส่วนข้อหาอื่นให้ยกฟ้อง

จำเลยให้การปฏิเสธ ส่วนข้อหาแพ่งจำเลยให้การว่า จำเลยมิได้กระทำละเมิดโดยการหลอกลวงโจทก์ให้ ซื้อสินค้า ขอให้ยกฟ้อง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 271 ลงโทษปรับ 3,000 บาท หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา 29 และ 30 กับให้จำเลยชำระเงิน แก่โจทก์จำนวน 55,440 บาท โดยรับมอบเครื่องพิมพ์ดีดจำนวน 12 เครื่อง คืนไปทั้งหมด ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์

จำเลยอุทธรณ์

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า? ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า โจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายซึ่งมีอำนาจฟ้องจำเลย เนื่องจากคำสั่งและเงินที่ซื้อเครื่องพิมพ์ดีดเป็นของบริษัทอินทีวร กรุ๊ป จำกัด ซึ่งเป็น เจ้าของโรงเรียนบริหารธุรกิจภาคใต้ โจทก์ในฐานะผู้จัดการโรงเรียนดังกล่าวเพียงแต่ทำหน้าที่จัดหาเครื่องพิมพ์ดีดให้เท่านั้น ความต้องการเครื่องพิมพ์ดีดและเงินไม่ใช่ของโจทก์แต่เป็นของบริษัทอินทีวร กรุ๊ป จำกัด โจทก์ไม่ได้เสียหายแต่อย่างใด โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายซึ่งมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งในทางอาญาและทางแพ่ง ในข้อนี้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางฟังข้อเท็จจริงว่าตามวันเวลาเกิดเหตุตามฟ้อง โจทก์ได้ไปที่ร้านของจำเลยและ ซื้อเครื่องพิมพ์ดีดใช้แล้วจากจำเลยจำนวน 12 เครื่อง เพื่อจะนำไปใช้สอนในโรงเรียนบริหารธุรกิจภาคใต้ โดยโจทก์ได้ชำระราคาแก่จำเลยครบถ้วนแล้ว ตามใบรับเงินชั่วคราวหาได้ฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ในฐานะผู้จัดการโรงเรียนเพียงแต่ทำหน้าที่จัดหาเครื่องพิมพ์ดีดให้เท่านั้นและเงินที่ซื้อเป็นของบริษัทซึ่งเป็นเจ้าของโรงเรียนไม่ใช่ของโจทก์ดังที่จำเลยอุทธรณ์ไม่ ดังนี้ อุทธรณ์ของจำเลยจึงเป็นอุทธรณ์โต้แย้งข้อเท็จจริง ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางรับฟังมาว่าโจทก์เป็นผู้ซื้อสินค้าตามคำฟ้อง โดยจำเลยเห็นว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้ซื้อ จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย ทั้งในทางอาญาและทางแพ่ง เป็นการอุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจการรับฟังพยานหลักฐานของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางอันเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและ การค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2539 มาตรา 39 และ 41

ส่วนที่จำเลยอุทธรณ์ว่าคดีอาญาของโจทก์ขาดอายุความเพราะโจทก์มิได้นำคดีมาฟ้องภายใน 3 เดือน นับแต่วันที่รู้ว่าเครื่องพิมพ์ดีดชำรุดเสียหายและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น เห็นว่า คดีนี้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและ การค้าระหว่างประเทศกลางไต่สวนมูลฟ้องแล้ว ประทับฟ้องเฉพาะข้อหาความผิดตาม ป.อ. มาตรา 271 ซึ่งมิใช่ความผิดอันยอมความได้ที่โจทก์ในฐานะผู้เสียหายจะต้องร้องทุกข์หรือฟ้องคดีภายใน 3 เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและ รู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น เห็นว่า คดีนี้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางไต่สวนมูลฟ้องแล้ว ประทับฟ้องเฉพาะข้อความผิดตาม ป.อ. มาตรา 271 ซึ่งมิใช่ความผิดอันยอมความได้ที่โจทก์ในฐานะผู้เสียหายจะต้องร้องทุกข์หรือฟ้องคดีภายใน 3 เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดดังที่จำเลยอุทธรณ์ความผิดตามมาตรา 271 ดังกล่าวเป็นความผิดที่มีระวางโทษจำคุกกว่า 1 ปี ถึง 7 จึงมีอายุความ 10 ปี นับแต่วันกระทำความผิด ตาม ป.อ. มาตรา 95 (3) โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2541 ดังนี้ เมื่อนับถึงวันที่ 9 เมษายน 2542 อันเป็นวันฟ้องแล้วยังไม่เกิน 10 ปี ฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความอุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001059.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544