คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 135/2547 ฉบับเต็ม

#112808
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 135/2547 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายอนันต์ หนองมีทรัพย์ จำเลย ป.อ. มาตรา 91, มาตรา 343 จำเลยกับพวกได้ก่อตั้งบริษัท ด. ขึ้น และได้โฆษณาทางหนังสือพิมพ์ประกาศแพร่ข่าวชักชวนประชาชนว่าบริษัท ด. เป็นบริษัทที่มั่นคงประกอบธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ ต้องการรับสมัครพนักงานหรือบุคลากรเพิ่มหลายตำแหน่ง และโฆษณาชักชวนให้บุคคลทั่วไปนำเงินมาลงทุนในธุรกิจรูปแบบใหม่กับบริษัทซึ่งให้ผลตอบแทนสูง ซึ่งความจริงแล้วบริษัท ด. ไม่ได้ประกอบธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ และไม่ได้เป็นตัวแทนซื้อขายสินค้าที่ประเทศญี่ปุ่นหรือประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อการลงข่าวประกาศทางหนังสือพิมพ์ ก. เป็นความเท็จโดยทุจริตของบริษัท ด. เป็นเหตุให้ผู้เสียหายที่ 2 ที่ได้อ่านข่าวหลงเชื่อ จึงไปติดต่อและมอบเงินให้จำเลยกับพวก การกระทำของจำเลยกับพวกสำหรับผู้เสียหายที่ 2 จึงเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ความผิดฐานฉ้อโกงผู้เสียหายที่ 1 ที่ 3 ถึงที่ 7 และความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนต่อผู้เสียหายที่ 2 นั้น เป็นการกระทำต่างวันเวลาและต่างบุคคลกัน จึงเป็นความผิดหลายกรรมตาม ป.อ. มาตรา 91 มิใช่ความผิดกรรมเดียว ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑, ๓๔๓, ๘๓, ๙๑ ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน ๔,๒๔๘,๕๐๐ บาท แก่ผู้เสียหายทั้งเจ็ด และนับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๒๙๓๓/๒๕๔๑ ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๔๓๔ วรรคแรก (ที่ถูก ๓๔๓ วรรคแรก) ให้จำคุกกระทงละ ๕ ปี รวม ๗ กระทง จำคุก ๓๕ ปี แต่โทษจำคุกแต่ละกระทงอย่างสูงเกิน ๓ ปี แต่ไม่เกิน ๑๐ ปี ตามมาตรา ๙๑ คงให้จำคุกจำเลยมีกำหนด ๒๐ ปี ให้จำเลยคืนเงินให้แก่ผู้เสียหายที่ ๑ จำนวน ๘๔๔,๖๒๐ บาท ให้แก่ผู้เสียหายที่ ๒ จำนวน ๗๔๖,๕๐๐ บาท ให้แก่ผู้เสียหายที่ ๓ จำนวน ๔๙๘,๖๐๐ บาท ให้แก่ผู้เสียหายที่ ๔ จำนวน ๙๒๐,๐๐๐ บาท ให้แก่ผู้เสียหายที่ ๕ จำนวน ๒๐๐,๐๐๐ บาท ให้แก่ผู้เสียหายที่ ๖ จำนวน ๑๒๒,๐๐๐ บาท และให้แก่ผู้เสียหายที่ ๗ จำนวน ๘๐๐,๐๐๐ บาท กับให้นับโทษจำคุกของจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๙๑๖๑/๒๕๔๓ ของศาลชั้นต้น จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑, ๓๔๓ (ที่ถูก ๓๔๓ วรรคแรก), ๘๓ ฐานฉ้อโกงเป็นการกระทำต่างกรรมต่างวาระ ให้จำคุกกระทงละ ๓ ปี รวม ๖ กระทง ฐานฉ้อโกงประชาชนจำคุก ๕ ปี รวมแล้วคงจำคุก ๒๐ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ฎีกาโต้แย้งฟังได้ว่า จำเลยและนายโสภณ จ่างผล กับพวก กระทำหนังสือบริคณห์สนธิเพื่อตั้งบริษัทดาต้า จำกัด ขึ้นเมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๓๗ มีสำนักงานตั้งอยู่เลขที่ ๒๑/๗ อาคาร ที อาร์ เอส หมู่ที่ ๑๔ ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๓๗ ถึงวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๓๙ เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน บริษัทดาต้า จำกัด ได้โฆษณาทางหนังสือพิมพ์ประกาศแพร่ข่าวชักชวนประชาชนว่า บริษัทดาต้า จำกัด เป็นบริษัทที่มั่นคง ประกอบธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ ต้องการรับสมัครพนักงานหรือบุคลากรเพิ่มหลายตำแหน่ง เช่น เจ้าหน้าที่การเงิน การบัญชี เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ หน้าที่อื่น ๆ และโฆษณาชักชวนให้บุคคลทั่วไปนำเงินมาลงทุนในธุรกิจรูปแบบใหม่กับบริษัทซึ่งให้ผลตอบแทนสูง เมื่อมีผู้สนใจมาลงทุนหรือสมัครงาน จำเลยกับพวกจะรับไว้แล้วจัดอบรมวิธีการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าโดยบอกว่า บริษัทประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนในการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้ากับตลาดโตเกียวในประเทศญี่ปุ่นและประเทศฟิลิปปินส์ กับชักชวนให้ผู้สมัครงานหรือผู้สนใจลงทุนนำเงินทุนมาลงทุนหรือหาลูกค้านำเงินมาลงทุนกับบริษัท หากผู้สมัครสามารถหาลูกค้ามาเปิดบัญชีลงทุนกับบริษัทจะได้รับค่านายหน้าหรือค่าคอมมิชชั่นยูนิตละ ๓๐๐ บาท ในการลงทุนจะต้องเปิดบัญชีไว้อย่างน้อย ๕ ยูนิต เป็นเงิน ๘๐,๐๐๐ บาท เมื่อมีการสั่งซื้อสั่งขายสินค้า ทางบริษัทจะส่งคำสั่งซื้อหรือสั่งขายไปที่ตลาดในประเทศญี่ปุ่นหรือประเทศฟิลิปปินส์ หากได้รับผลกำไรบริษัทจะนำเงินเข้าบัญชีให้ ซึ่งความจริงแล้วบริษัทดาต้า จำกัด ไม่ได้ประกอบธุรกิจการค้าระหว่างประเทศและไม่ได้เป็นตัวแทนซื้อขายสินค้า ที่ประเทศญี่ปุ่นหรือประเทศฟิลิปปินส์ จากการหลอกลวงทำให้ผู้เสียหายทั้งเจ็ดมอบเงินให้แก่บริษัทดาต้า จำกัด? มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยในปัญหาข้อกฎหมายว่า การกระทำของจำเลยต่อผู้เสียหายที่ ๒ นั้นถือเป็นการฉ้อโกงประชาชนหรือไม่ เห็นว่า การลงข่าวประกาศทางหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจซึ่งเป็นความเท็จ โดยทุจริตของบริษัทดาต้า จำกัด เป็นเหตุให้ผู้เสียหายที่ ๒ ที่ได้อ่านข่าวหลงเชื่อ จึงไปติดต่อและมอบเงินให้จำเลยกับพวก การกระทำของจำเลยกับพวกสำหรับผู้เสียหายที่ ๒ จึงเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามจำเลยฎีกาประการต่อไปว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวหรือไม่ เห็นว่า ความผิดฐานฉ้อโกงผู้เสียหายที่ ๑ ที่ ๓ ถึงที่ ๗ และความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนต่อผู้เสียหายที่ ๒ นั้น เป็นการกระทำต่างวันเวลาและต่างบุคคลกัน เป็นความผิดหลายกรรมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ มิใช่ความผิดกรรมเดียวตามที่จำเลยฎีกา จำเลยฎีกาประการสุดท้ายว่า ขอให้ลงโทษจำเลยสถานเบา เห็นว่า คดีส่วนที่เกี่ยวกับผู้เสียหายที่ ๒ ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘ วรรคหนึ่ง จึงไม่รับวินิจฉัย สำหรับในความผิดต่อผู้เสียหายที่ ๑ ที่ ๓ ถึงที่ ๗ นั้น การกระทำของจำเลยกับพวกก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนเป็นส่วนรวมทั้งกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศเพราะทำให้ประชาชนโดยทั่วไปขาดความเชื่อมั่นในกิจการของบริษัทต่าง ๆ ที่ลงโฆษณา ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยทุกข้อฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. (มานะ ศุภวิริยกุล-สมชาย จุลนิติ์-ชาลี ทัพภวิมล) ศาลอาญา - นายเพ็ง เพ็งนิติ ศาลอุทธรณ์ - นายศิริชัย วัฒนโยธิน แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
112808
courts
[
    {
        "court": "ศาลอาญา",
        "judge": "นายเพ็ง เพ็งนิติ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายศิริชัย วัฒนโยธิน"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082042589"
    }
}
date
2547
deka_no
135/2547
deka_running_no
135
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "มานะ ศุภวิริยกุล",
    "สมชาย จุลนิติ์",
    "ชาลี ทัพภวิมล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 91",
            "ม. 343"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายอนันต์ หนองมีทรัพย์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑, ๓๔๓, ๘๓, ๙๑ ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน ๔,๒๔๘,๕๐๐ บาท แก่ผู้เสียหายทั้งเจ็ด และนับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๒๙๓๓/๒๕๔๑ ของศาลชั้นต้น

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๔๓๔ วรรคแรก (ที่ถูก ๓๔๓ วรรคแรก) ให้จำคุกกระทงละ ๕ ปี รวม ๗ กระทง จำคุก ๓๕ ปี แต่โทษจำคุกแต่ละกระทงอย่างสูงเกิน ๓ ปี แต่ไม่เกิน ๑๐ ปี ตามมาตรา ๙๑ คงให้จำคุกจำเลยมีกำหนด ๒๐ ปี ให้จำเลยคืนเงินให้แก่ผู้เสียหายที่ ๑ จำนวน ๘๔๔,๖๒๐ บาท ให้แก่ผู้เสียหายที่ ๒ จำนวน ๗๔๖,๕๐๐ บาท ให้แก่ผู้เสียหายที่ ๓ จำนวน ๔๙๘,๖๐๐ บาท ให้แก่ผู้เสียหายที่ ๔ จำนวน ๙๒๐,๐๐๐ บาท ให้แก่ผู้เสียหายที่ ๕ จำนวน ๒๐๐,๐๐๐ บาท ให้แก่ผู้เสียหายที่ ๖ จำนวน ๑๒๒,๐๐๐ บาท และให้แก่ผู้เสียหายที่ ๗ จำนวน ๘๐๐,๐๐๐ บาท กับให้นับโทษจำคุกของจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๙๑๖๑/๒๕๔๓ ของศาลชั้นต้น

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑, ๓๔๓ (ที่ถูก ๓๔๓ วรรคแรก), ๘๓ ฐานฉ้อโกงเป็นการกระทำต่างกรรมต่างวาระ ให้จำคุกกระทงละ ๓ ปี รวม ๖ กระทง ฐานฉ้อโกงประชาชนจำคุก ๕ ปี รวมแล้วคงจำคุก ๒๐ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ฎีกาโต้แย้งฟังได้ว่า จำเลยและนายโสภณ จ่างผล กับพวก กระทำหนังสือบริคณห์สนธิเพื่อตั้งบริษัทดาต้า จำกัด ขึ้นเมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๓๗ มีสำนักงานตั้งอยู่เลขที่ ๒๑/๗ อาคาร ที อาร์ เอส หมู่ที่ ๑๔ ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๓๗ ถึงวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๓๙ เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน บริษัทดาต้า จำกัด ได้โฆษณาทางหนังสือพิมพ์ประกาศแพร่ข่าวชักชวนประชาชนว่า บริษัทดาต้า จำกัด เป็นบริษัทที่มั่นคง ประกอบธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ ต้องการรับสมัครพนักงานหรือบุคลากรเพิ่มหลายตำแหน่ง เช่น เจ้าหน้าที่การเงิน การบัญชี เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ หน้าที่อื่น ๆ และโฆษณาชักชวนให้บุคคลทั่วไปนำเงินมาลงทุนในธุรกิจรูปแบบใหม่กับบริษัทซึ่งให้ผลตอบแทนสูง เมื่อมีผู้สนใจมาลงทุนหรือสมัครงาน จำเลยกับพวกจะรับไว้แล้วจัดอบรมวิธีการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าโดยบอกว่า บริษัทประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนในการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้ากับตลาดโตเกียวในประเทศญี่ปุ่นและประเทศฟิลิปปินส์ กับชักชวนให้ผู้สมัครงานหรือผู้สนใจลงทุนนำเงินทุนมาลงทุนหรือหาลูกค้านำเงินมาลงทุนกับบริษัท หากผู้สมัครสามารถหาลูกค้ามาเปิดบัญชีลงทุนกับบริษัทจะได้รับค่านายหน้าหรือค่าคอมมิชชั่นยูนิตละ ๓๐๐ บาท ในการลงทุนจะต้องเปิดบัญชีไว้อย่างน้อย ๕ ยูนิต เป็นเงิน ๘๐,๐๐๐ บาท เมื่อมีการสั่งซื้อสั่งขายสินค้า ทางบริษัทจะส่งคำสั่งซื้อหรือสั่งขายไปที่ตลาดในประเทศญี่ปุ่นหรือประเทศฟิลิปปินส์ หากได้รับผลกำไรบริษัทจะนำเงินเข้าบัญชีให้ ซึ่งความจริงแล้วบริษัทดาต้า จำกัด ไม่ได้ประกอบธุรกิจการค้าระหว่างประเทศและไม่ได้เป็นตัวแทนซื้อขายสินค้า ที่ประเทศญี่ปุ่นหรือประเทศฟิลิปปินส์ จากการหลอกลวงทำให้ผู้เสียหายทั้งเจ็ดมอบเงินให้แก่บริษัทดาต้า จำกัด? มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยในปัญหาข้อกฎหมายว่า การกระทำของจำเลยต่อผู้เสียหายที่ ๒ นั้นถือเป็นการฉ้อโกงประชาชนหรือไม่ เห็นว่า การลงข่าวประกาศทางหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจซึ่งเป็นความเท็จ โดยทุจริตของบริษัทดาต้า จำกัด เป็นเหตุให้ผู้เสียหายที่ ๒ ที่ได้อ่านข่าวหลงเชื่อ จึงไปติดต่อและมอบเงินให้จำเลยกับพวก การกระทำของจำเลยกับพวกสำหรับผู้เสียหายที่ ๒ จึงเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามจำเลยฎีกาประการต่อไปว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวหรือไม่ เห็นว่า ความผิดฐานฉ้อโกงผู้เสียหายที่ ๑ ที่ ๓ ถึงที่ ๗ และความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนต่อผู้เสียหายที่ ๒ นั้น เป็นการกระทำต่างวันเวลาและต่างบุคคลกัน เป็นความผิดหลายกรรมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ มิใช่ความผิดกรรมเดียวตามที่จำเลยฎีกา จำเลยฎีกาประการสุดท้ายว่า ขอให้ลงโทษจำเลยสถานเบา เห็นว่า คดีส่วนที่เกี่ยวกับผู้เสียหายที่ ๒ ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘ วรรคหนึ่ง จึงไม่รับวินิจฉัย สำหรับในความผิดต่อผู้เสียหายที่ ๑ ที่ ๓ ถึงที่ ๗ นั้น การกระทำของจำเลยกับพวกก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนเป็นส่วนรวมทั้งกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศเพราะทำให้ประชาชนโดยทั่วไปขาดความเชื่อมั่นในกิจการของบริษัทต่าง ๆ ที่ลงโฆษณา ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยทุกข้อฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000919.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547