คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10897/2546 ฉบับเต็ม

#112814
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10897/2546 บริษัทอุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) กับพวก ผู้ร้องขอ บริษัทเลี่ยวไพรัตน์วิสาหกิจ จำกัด ผู้ร้อง บริษัททีพีไอ อะโรเมติกส์ จำกัด (มหาชน) ลูกหนี้ พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/26, มาตรา 90/27 ในการฟื้นฟูกิจการนั้นจะมีการดำเนินการชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้กลุ่มต่าง ๆ โดยรวม เมื่อเจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ ผู้ทำแผนจะนำหนี้ดังกล่าวไปจัดอยู่ในกลุ่มเจ้าหนี้ต่าง ๆ ตามมาตรา 90/42 ทวิ และกำหนดการชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้กลุ่มต่าง ๆ ไว้ในแผนฟื้นฟูกิจการ การชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ที่ขอรับชำระหนี้ย่อมเป็นไปตามเงื่อนไขและกำหนดเวลาตามที่กำหนดไว้ในแผน เช่นนี้แม้ว่าจะมีคำสั่งถึงที่สุดให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ในสำนวนคำขอรับชำระหนี้แล้ว การที่เจ้าหนี้จะได้รับชำระหนี้จริงจากการฟื้นฟูกิจการเป็นจำนวนเท่าใด จะต้องนำจำนวนหนี้ดังกล่าวนั้นมาปรับกับแผนฟื้นฟูกิจการก่อน เจ้าหนี้จะถือว่าตนมีสถานะเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาและขอบังคับคดีเช่นเดียวกับเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในคดีแพ่งหาได้ไม่ ผู้ร้องและลูกหนี้เป็นบริษัทในเครือเดียวกัน ผู้ร้องเรียกร้องค่าธรรมเนียมอันเกิดจากสัญญายืมใบหุ้นที่ผู้ร้องนำใบหุ้นของตนไปทำสัญญาจำนำกับธนาคาร ก. เพื่อประกันสินเชื่อที่ลูกหนี้มีต่อธนาคารดังกล่าว ในการที่จะวินิจฉัยว่า หนี้นี้มีลักษณะเป็นหนี้การค้าหรือหนี้อื่น ๆ ตามแผนฟื้นฟูกิจการ จะต้องพิจารณาจากเนื้อความในแผนและความมุ่งหมายของแผนฟื้นฟูกิจการนั้น เมื่อหนี้การค้าจะต้องเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นตามปกติการค้าของการประกอบธุรกิจและจะมีการชำระหนี้ส่วนนี้คืนตามข้อกำหนดในสัญญาหรือข้อตกลงเดิมที่มีอยู่ ที่ผู้ร้องให้บริษัทในเครือเดียวกันยืมใบหุ้นไปจำนำเพื่อประกันหนี้นั้นมีลักษณะเป็นการเอื้อเฟื้อช่วยเหลือลูกหนี้ทางด้านการเงิน ถือว่าเป็นหนี้อื่น ๆ มิใช่เจ้าหนี้การค้า ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ และตั้งบริษัทเอ็ฟเฟ็คทีฟ แพลนเนอร์ส จำกัด เป็นผู้ทำแผน และต่อมาศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผน โดยมีบริษัทเอ็ฟเฟ็คทีฟ แพลนเนอร์ส จำกัด เป็นผู้บริหารแผน ผู้ร้องได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการในมูลหนี้ ค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่าย และค่าเสียหาย ตามสัญญายืมใบหุ้นจำนวน ๑,๓๐๓,๙๔๐,๕๔๙.๓๘ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้ในมูลหนี้ค่าธรรมเนียมจำนวน ๓,๓๒๘,๘๕๙.๓๘ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการจนกว่าจะชำระเสร็จ คำขออื่นให้ยก ผู้บริหารแผนยื่นคำร้องคัดค้าน ศาลมีคำสั่งยกคำร้อง คดีถึงที่สุด ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้บริหารแผนดำเนินการตามแผนโดยชำระหนี้ให้แก่ผู้ร้องทันที ผู้บริหารแผนยื่นคำคัดค้านว่า? เมื่อผู้บริหารแผนได้ทราบคำสั่งศาลในสำนวนคำขอรับชำระหนี้ของผู้ร้องแล้ว ผู้บริหารแผนได้ดำเนินการตรวจสอบหนี้เพื่อจัดสรรชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ตามแผนปรับโครงสร้างหนี้โดยไม่ได้เพิกเฉยแต่อย่างใด ในหนี้ส่วนของผู้ร้องนั้น ผู้บริหารแผนได้คำนวณจัดสรรหนี้รายนี้เสร็จแล้ว โดยจะสามารถชำระหนี้ดอกเบี้ยประจำงวดที่จะถึงกำหนดต่อไปสำหรับหนี้ชั้นที่ ๑ พร้อมทั้งจะจัดสรรชำระหนี้ดอกเบี้ยในงวดอื่น ๆ ที่ผ่านมาตามสิทธิที่เจ้าหนี้จะได้รับดังที่ระบุไว้ในแผน ส่วนหนี้เงินต้นของหนี้ที่จัดสรรเป็นหนี้ชั้นที่ ๑ และชั้นที่ ๒ ผู้บริหารแผนจะจัดสรรชำระหนี้ให้เมื่อครบกำหนดชำระหนี้ตามที่ระบุไว้ในแผนคือวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๔๗ ศาลล้มละลายกลางเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้ให้งดไต่สวนและมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา โดยอธิบดีผู้พิพากษาศาลล้มละลายกลางอนุญาตให้อุทธรณ์เป็นหนังสือ ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้ร้องประการแรกว่า การที่ศาลมีคำสั่งถึงที่สุดในสำนวนคำขอรับชำระหนี้อนุญาตให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้ค่าธรรมเนียมจำนวน ๓,๓๒๘,๘๕๙.๓๘ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับถัดจากวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการจนกว่าจะชำระเสร็จ ผู้ร้องจะขอให้ผู้บริหารแผนชำระเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่ผู้ร้องโดยทันทีได้หรือไม่ เห็นว่า ในการฟื้นฟูกิจการนั้นจะมีการดำเนินการชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้กลุ่มต่าง ๆ โดยรวม โดยพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๙๐/๒๖ และมาตรา ๙๐/๒๗ ได้กำหนดให้เจ้าหนี้ในมูลหนี้ที่อาจขอรับชำระหนี้ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายใน ๑ เดือน นับแต่วันโฆษณาคำสั่งตั้งผู้ทำแผนและให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ส่งสำเนาคำขอรับชำระหนี้ให้ผู้ทำแผนโดยไม่ชักช้า จากนั้นผู้ทำแผนก็จะนำหนี้ดังกล่าวไปจัดอยู่ในกลุ่มเจ้าหนี้ต่าง ๆ ตามมาตรา ๙๐/๔๒ ทวิ และกำหนดการชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้กลุ่มต่าง ๆ ไว้ในแผนฟื้นฟูกิจการ เมื่อแผนฟื้นฟูกิจการได้รับการยอมรับจากที่ประชุมเจ้าหนี้และศาลเห็นชอบด้วยแล้ว การชำระหนี้ให้เจ้าหนี้ที่ขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการย่อมเป็นไปตามเงื่อนไขและกำหนดเวลาตามที่กำหนดไว้ในแผน เช่นนี้แม้ว่าจะมีคำสั่งถึงที่สุดให้เจ้าหนี้รับชำระหนี้ในสำนวนคำขอรับชำระหนี้แล้ว การที่เจ้าหนี้รายนี้จะได้รับชำระหนี้จริงจากการฟื้นฟูกิจการเป็นจำนวนเท่าไร จะต้องนำจำนวนหนี้ดังกล่าวนั้นมาปรับกับแผนฟื้นฟูกิจการก่อน ผู้ร้องจะถือว่าตนมีสถานะเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาและขอบังคับคดีเช่นเดียวกับเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในคดีแพ่งหาได้ไม่ อุทธรณ์ของผู้ร้องข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ปัญหาต้องวินิจฉัยต่อไปว่า ผู้ร้องมีฐานะเป็นเจ้าหนี้การค้าตามแผนฟื้นฟูกิจการหรือไม่ และผู้ร้องมีสิทธิที่จะได้รับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการตามแผนอย่างไร? ผู้ร้องและลูกหนี้เป็นบริษัทในเครือเดียวกัน ผู้ร้องเรียกร้องค่าธรรมเนียมอันเกิดจากสัญญายืมใบหุ้นที่ผู้ร้องนำใบหุ้นของตนไปทำสัญญาจำนำกับธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เพื่อประกันสินเชื่อที่ลูกหนี้มีต่อธนาคารดังกล่าวในการที่จะวินิจฉัยว่าหนี้นี้มีลักษณะเป็นหนี้การค้า หรือหนี้อื่น ๆ ตามแผนฟื้นฟูกิจการ จะต้องพิจารณาจากเนื้อความในแผนและความมุ่งหมายของแผนฟื้นฟูกิจการนั้น เมื่อหนี้การค้านั้นจะต้องเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นตามปกติการค้าของการประกอบธุรกิจ และจะมีการชำระหนี้ส่วนนี้คืนตามข้อกำหนดในสัญญาหรือข้อตกลงเดิมที่มีอยู่ ผู้ร้องจึงมิได้มีฐานะเป็นเจ้าหนี้การค้า แต่การที่ผู้ร้องให้บริษัทในเครือเดียวกันยืมใบหุ้นไปจำนำเพื่อประกันหนี้นั้นมีลักษณะเป็นการเอื้อเฟื้อช่วยเหลือลูกหนี้ทางด้านการเงินถือว่าเป็นหนี้อื่น ๆ ตามแผนฟื้นฟูกิจการหน้า ๔๐ ข้อ (ข) (๑) ข การที่ผู้ร้องจะได้รับชำระหนี้จึงเป็นไปตามข้อ (๒) ข กล่าวคือ ผู้ร้องจะได้รับชำระหนี้คืนในหลักการพื้นฐานเช่นเดียวกับหนี้ตามแผนปรับโครงสร้างหนี้ทางการเงินในชั้นที่ ๑ และชั้นที่ ๒ อุทธรณ์ของผู้ร้องข้อนี้จึงฟังไม่ขึ้นเช่นกัน พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ. (สมชาย พงษธา-ประมาณ ตียะไพบูลย์สิน-สมบัติ อรรถพิมล) ศาลล้มละลายกลาง - นายอรรถวุฒิ สุวรรณมงคล ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
112814
courts
[
    {
        "court": "ศาลล้มละลายกลาง",
        "judge": "นายอรรถวุฒิ สุวรรณมงคล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082042819"
    }
}
date
2546
deka_no
10897/2546
deka_running_no
10897
deka_year
2546
department
แผนก
judges
[
    "สมชาย พงษธา",
    "ประมาณ ตียะไพบูลย์สิน",
    "สมบัติ อรรถพิมล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "sections": [
            "ม. 90/26",
            "ม. 90/27"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้องขอ",
        "name": "บริษัทอุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) กับพวก"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "บริษัทเลี่ยวไพรัตน์วิสาหกิจ จำกัด"
    },
    {
        "role": "ลูกหนี้",
        "name": "บริษัททีพีไอ อะโรเมติกส์ จำกัด (มหาชน)"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ และตั้งบริษัทเอ็ฟเฟ็คทีฟ แพลนเนอร์ส จำกัด เป็นผู้ทำแผน และต่อมาศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผน โดยมีบริษัทเอ็ฟเฟ็คทีฟ แพลนเนอร์ส จำกัด เป็นผู้บริหารแผน ผู้ร้องได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการในมูลหนี้ ค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่าย และค่าเสียหาย ตามสัญญายืมใบหุ้นจำนวน ๑,๓๐๓,๙๔๐,๕๔๙.๓๘ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้ในมูลหนี้ค่าธรรมเนียมจำนวน ๓,๓๒๘,๘๕๙.๓๘ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการจนกว่าจะชำระเสร็จ คำขออื่นให้ยก ผู้บริหารแผนยื่นคำร้องคัดค้าน ศาลมีคำสั่งยกคำร้อง คดีถึงที่สุด

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้บริหารแผนดำเนินการตามแผนโดยชำระหนี้ให้แก่ผู้ร้องทันที

ผู้บริหารแผนยื่นคำคัดค้านว่า? เมื่อผู้บริหารแผนได้ทราบคำสั่งศาลในสำนวนคำขอรับชำระหนี้ของผู้ร้องแล้ว ผู้บริหารแผนได้ดำเนินการตรวจสอบหนี้เพื่อจัดสรรชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ตามแผนปรับโครงสร้างหนี้โดยไม่ได้เพิกเฉยแต่อย่างใด ในหนี้ส่วนของผู้ร้องนั้น ผู้บริหารแผนได้คำนวณจัดสรรหนี้รายนี้เสร็จแล้ว โดยจะสามารถชำระหนี้ดอกเบี้ยประจำงวดที่จะถึงกำหนดต่อไปสำหรับหนี้ชั้นที่ ๑ พร้อมทั้งจะจัดสรรชำระหนี้ดอกเบี้ยในงวดอื่น ๆ ที่ผ่านมาตามสิทธิที่เจ้าหนี้จะได้รับดังที่ระบุไว้ในแผน ส่วนหนี้เงินต้นของหนี้ที่จัดสรรเป็นหนี้ชั้นที่ ๑ และชั้นที่ ๒ ผู้บริหารแผนจะจัดสรรชำระหนี้ให้เมื่อครบกำหนดชำระหนี้ตามที่ระบุไว้ในแผนคือวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๔๗

ศาลล้มละลายกลางเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้ให้งดไต่สวนและมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้ร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา โดยอธิบดีผู้พิพากษาศาลล้มละลายกลางอนุญาตให้อุทธรณ์เป็นหนังสือ

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้ร้องประการแรกว่า การที่ศาลมีคำสั่งถึงที่สุดในสำนวนคำขอรับชำระหนี้อนุญาตให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้ค่าธรรมเนียมจำนวน ๓,๓๒๘,๘๕๙.๓๘ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับถัดจากวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการจนกว่าจะชำระเสร็จ ผู้ร้องจะขอให้ผู้บริหารแผนชำระเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่ผู้ร้องโดยทันทีได้หรือไม่ เห็นว่า ในการฟื้นฟูกิจการนั้นจะมีการดำเนินการชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้กลุ่มต่าง ๆ โดยรวม โดยพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๙๐/๒๖ และมาตรา ๙๐/๒๗ ได้กำหนดให้เจ้าหนี้ในมูลหนี้ที่อาจขอรับชำระหนี้ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายใน ๑ เดือน นับแต่วันโฆษณาคำสั่งตั้งผู้ทำแผนและให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ส่งสำเนาคำขอรับชำระหนี้ให้ผู้ทำแผนโดยไม่ชักช้า จากนั้นผู้ทำแผนก็จะนำหนี้ดังกล่าวไปจัดอยู่ในกลุ่มเจ้าหนี้ต่าง ๆ ตามมาตรา ๙๐/๔๒ ทวิ และกำหนดการชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้กลุ่มต่าง ๆ ไว้ในแผนฟื้นฟูกิจการ เมื่อแผนฟื้นฟูกิจการได้รับการยอมรับจากที่ประชุมเจ้าหนี้และศาลเห็นชอบด้วยแล้ว การชำระหนี้ให้เจ้าหนี้ที่ขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการย่อมเป็นไปตามเงื่อนไขและกำหนดเวลาตามที่กำหนดไว้ในแผน เช่นนี้แม้ว่าจะมีคำสั่งถึงที่สุดให้เจ้าหนี้รับชำระหนี้ในสำนวนคำขอรับชำระหนี้แล้ว การที่เจ้าหนี้รายนี้จะได้รับชำระหนี้จริงจากการฟื้นฟูกิจการเป็นจำนวนเท่าไร จะต้องนำจำนวนหนี้ดังกล่าวนั้นมาปรับกับแผนฟื้นฟูกิจการก่อน ผู้ร้องจะถือว่าตนมีสถานะเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาและขอบังคับคดีเช่นเดียวกับเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในคดีแพ่งหาได้ไม่ อุทธรณ์ของผู้ร้องข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ปัญหาต้องวินิจฉัยต่อไปว่า ผู้ร้องมีฐานะเป็นเจ้าหนี้การค้าตามแผนฟื้นฟูกิจการหรือไม่ และผู้ร้องมีสิทธิที่จะได้รับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการตามแผนอย่างไร? ผู้ร้องและลูกหนี้เป็นบริษัทในเครือเดียวกัน ผู้ร้องเรียกร้องค่าธรรมเนียมอันเกิดจากสัญญายืมใบหุ้นที่ผู้ร้องนำใบหุ้นของตนไปทำสัญญาจำนำกับธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เพื่อประกันสินเชื่อที่ลูกหนี้มีต่อธนาคารดังกล่าวในการที่จะวินิจฉัยว่าหนี้นี้มีลักษณะเป็นหนี้การค้า หรือหนี้อื่น ๆ ตามแผนฟื้นฟูกิจการ จะต้องพิจารณาจากเนื้อความในแผนและความมุ่งหมายของแผนฟื้นฟูกิจการนั้น เมื่อหนี้การค้านั้นจะต้องเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นตามปกติการค้าของการประกอบธุรกิจ และจะมีการชำระหนี้ส่วนนี้คืนตามข้อกำหนดในสัญญาหรือข้อตกลงเดิมที่มีอยู่ ผู้ร้องจึงมิได้มีฐานะเป็นเจ้าหนี้การค้า แต่การที่ผู้ร้องให้บริษัทในเครือเดียวกันยืมใบหุ้นไปจำนำเพื่อประกันหนี้นั้นมีลักษณะเป็นการเอื้อเฟื้อช่วยเหลือลูกหนี้ทางด้านการเงินถือว่าเป็นหนี้อื่น ๆ ตามแผนฟื้นฟูกิจการหน้า ๔๐ ข้อ (ข) (๑) ข การที่ผู้ร้องจะได้รับชำระหนี้จึงเป็นไปตามข้อ (๒) ข กล่าวคือ ผู้ร้องจะได้รับชำระหนี้คืนในหลักการพื้นฐานเช่นเดียวกับหนี้ตามแผนปรับโครงสร้างหนี้ทางการเงินในชั้นที่ ๑ และชั้นที่ ๒ อุทธรณ์ของผู้ร้องข้อนี้จึงฟังไม่ขึ้นเช่นกัน

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000921.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2546