คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 252/2547 ฉบับเต็ม

#112817
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 252/2547 นายวิลเลี่ยม เบงต์สัน โจทก์ บริษัทนครไทยสตริปมิล จำกัด (มหาชน) กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 823 พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/25 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 5 จำเลยที่ 2 เป็นผู้ทำแผนฟื้นฟูกิจการ มีอำนาจหน้าที่ในการจัดการกิจการของจำเลยที่ 1 ตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 90/25 จึงเป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ 1 มีฐานะเป็นนายจ้างตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 5 ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ในค่าชดเชยต่อโจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างแต่ไม่ต้องรับผิดเป็นการส่วนตัว ___________________________ โจทก์ฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันจ่ายค่าชดเชยพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การ ขอให้ยกฟ้อง ในวันนัดพิจารณาและสืบพยานโจทก์ จำเลยทั้งสองแถลงรับว่า จำเลยทั้งสองทราบคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานตามเอกสารท้ายคำฟ้องของโจทก์แล้ว และมิได้ยื่นฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าวภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด ศาลแรงงานกลางเห็นว่าไม่มีประเด็นข้อพิพาทในเรื่องดังกล่าวจึงงดสืบพยาน ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสองจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ตามฟ้อง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า เมื่อศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานเป็นที่สุด จำเลยที่ ๑ มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตาม จึงเป็นปริยายว่าจำเลยที่ ๑ ไม่อาจโต้แย้งหรือยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ได้อีก กรณีมิใช่เรื่องการนำบทบัญญัติแห่งมาตรา ๘ วรรคสอง มาตัดสิทธิในการต่อสู้คดีของจำเลยที่ ๑ ไม่เป็นการบังคับใช้หรือตีความกฎหมายโดยไม่ชอบดังจำเลยที่ ๑ อ้างแต่อย่างใด คำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยที่ ๑ ฟังไม่ขึ้น กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ข้ออื่นของจำเลยที่ ๑ เพราะไม่ทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลงไป อนึ่ง จำเลยที่ ๒ เป็นผู้ทำแผนฟื้นฟูกิจการ มีอำนาจหน้าที่ในการจัดการกิจการของจำเลยที่ ๑ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๙๐/๒๕ จึงเป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ ๑ มีฐานะเป็นนายจ้างตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๕ ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ในค่าชดเชยต่อโจทก์แต่ไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยที่ ๒ ร่วมกับจำเลยที่ ๑ จ่ายค่าชดเชยให้โจทก์โดยไม่ได้ระบุว่าจำเลยที่ ๒ ไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัวนั้นศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้อง พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๒ ร่วมกับจำเลยที่ ๑ จ่ายค่าชดเชยพร้อมดอกเบี้ยให้โจทก์ แต่จำเลยที่ ๒ ไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง. (อรพินท์ เศรษฐมานิต-รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์-จรัส พวงมณี) ศาลแรงงานกลาง (เชียงใหม่) - นายสุพิชัย กาญจนาธิวัฒน์ ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
112817
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง (เชียงใหม่)",
        "judge": "นายสุพิชัย กาญจนาธิวัฒน์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082042378"
    }
}
date
2547
deka_no
252/2547
deka_running_no
252
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "อรพินท์ เศรษฐมานิต",
    "รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์",
    "จรัส พวงมณี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 823"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "sections": [
            "ม. 90/25"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541",
        "sections": [
            "ม. 5"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายวิลเลี่ยม เบงต์สัน"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทนครไทยสตริปมิล จำกัด (มหาชน) กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันจ่ายค่าชดเชยพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ในวันนัดพิจารณาและสืบพยานโจทก์ จำเลยทั้งสองแถลงรับว่า จำเลยทั้งสองทราบคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานตามเอกสารท้ายคำฟ้องของโจทก์แล้ว และมิได้ยื่นฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าวภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด ศาลแรงงานกลางเห็นว่าไม่มีประเด็นข้อพิพาทในเรื่องดังกล่าวจึงงดสืบพยาน

ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสองจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ตามฟ้อง

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า เมื่อศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานเป็นที่สุด จำเลยที่ ๑ มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตาม จึงเป็นปริยายว่าจำเลยที่ ๑ ไม่อาจโต้แย้งหรือยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ได้อีก กรณีมิใช่เรื่องการนำบทบัญญัติแห่งมาตรา ๘ วรรคสอง มาตัดสิทธิในการต่อสู้คดีของจำเลยที่ ๑ ไม่เป็นการบังคับใช้หรือตีความกฎหมายโดยไม่ชอบดังจำเลยที่ ๑ อ้างแต่อย่างใด คำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยที่ ๑ ฟังไม่ขึ้น กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ข้ออื่นของจำเลยที่ ๑ เพราะไม่ทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลงไป

อนึ่ง จำเลยที่ ๒ เป็นผู้ทำแผนฟื้นฟูกิจการ มีอำนาจหน้าที่ในการจัดการกิจการของจำเลยที่ ๑ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๙๐/๒๕ จึงเป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ ๑ มีฐานะเป็นนายจ้างตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๕ ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ในค่าชดเชยต่อโจทก์แต่ไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยที่ ๒ ร่วมกับจำเลยที่ ๑ จ่ายค่าชดเชยให้โจทก์โดยไม่ได้ระบุว่าจำเลยที่ ๒ ไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัวนั้นศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้อง

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๒ ร่วมกับจำเลยที่ ๑ จ่ายค่าชดเชยพร้อมดอกเบี้ยให้โจทก์ แต่จำเลยที่ ๒ ไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000917.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547