คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1964/2547 ฉบับเต็ม

#112840
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1964/2547 นางสาวนิตยา เชี่ยวธัญญกิจ โจทก์ สำนักงานประกันสังคม จำเลย พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ.2537 มาตรา 7, มาตรา 25 พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 มาตรา โจทก์ประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานย่อมมีสิทธิได้รับเงินทดแทนตาม พ.ร.บ. เงินทดแทน พ.ศ. 2537 และโจทก์เป็นผู้ประสบภัยจากรถจึงเป็นผู้รับประโยชน์มีสิทธิได้รับค่าสินไหมทดแทนตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 บริษัท ศ. นายจ้างโจทก์จะมีสิทธิขอรับเงินทดแทนต่อจำเลยได้ก็แต่เฉพาะที่ได้ทดรองจ่ายเงินทดแทนไปก่อน แล้วไปขอรับคืนจากจำเลยตาม พ.ร.บ. เงินทดแทน พ.ศ. 2537 มาตรา 25 เท่านั้น และแม้บริษัท ศ. จะเป็นผู้เอาประกันภัยรถโดยสารคันที่โจทก์ทำงานและประสบอุบัติเหตุ แต่ก็มิใช่ผู้ประสบภัยจากรถ จึงไม่มีสิทธิได้รับค่าสินไหมทดแทนตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 การที่บริษัท ศ. จ่ายค่ารักษาพยาบาลไปก่อน และได้ขอรับคืนจากบริษัทผู้รับประกันภัยไปแล้ว เป็นการจ่ายแทนบริษัทผู้รับประกันภัยในฐานะผู้เอาประกันภัย มิใช่ทดรองจ่ายในฐานะนายจ้างตาม พ.ร.บ. เงินทดแทน พ.ศ. 2537 มาตรา 25 จึงไม่มีสิทธิมาขอรับเงินคืนจากจำเลยและไม่อาจสละสิทธิในเงินดังกล่าวได้ ทั้งการได้มาซึ่งสิทธิหรือประโยชน์ตามกฎหมายอื่นไม่ตัดสิทธิหรือประโยชน์ที่ลูกจ้างพึงได้ตาม พ.ร.บ. เงินทดแทน พ.ศ. 2537 อีกตามมาตรา 7 โจทก์จึงมีสิทธิได้รับเงินค่ารักษาพยาบาลตาม พ.ร.บ. เงินทดแทน พ.ศ. 2537 ___________________________ โจทก์ฟ้อง ขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน แล้วบังคับให้จำเลยชำระเงิน ๒๓,๑๘๕ บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า โจทก์มีสิทธิได้รับค่ารักษาพยาบาลจำนวน ๒๓,๑๘๕ บาท จากจำเลยหรือไม่ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามคำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางว่า โจทก์เป็นลูกจ้างบริษัท ศ. ทำงานในตำแหน่งพนักงานประจำรถโดยสาร บริษัท ศ. เป็นผู้มีหน้าที่จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนเงินทดแทนตาม พ.ร.บ. เงินทดแทน พ.ศ. ๒๕๓๗ และเป็นผู้เอาประกันภัยรถโดยสารคันที่โจทก์ทำงานตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ ต่อมารถโดยสารคันที่โจทก์ทำงานเกิดอุบัติเหตุ เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับอันตรายสาหัส ต้องเข้ารับการรักษาตัวและเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเป็นเงิน ๒๖,๑๐๙ บาท ซึ่งบริษัท ศ. ได้แจ้งเหตุประสบภัยพร้อมกับขอรับเงินค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นจากบริษัทผู้รับประกันภัยจำนวน ๑๕,๐๐๐ บาท และได้ทดรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลโจทก์จำนวน ๘,๑๘๕ บาท แล้วนำหลักฐานไปขอรับเงินดังกล่าวตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ และได้รับเงินจากบริษัทผู้รับประกันภัยจำนวน ๒๓,๑๘๕ บาท เรียบร้อยแล้ว ส่วนค่ารักษาพยาบาลที่เหลือจำนวน ๒,๙๒๔ บาท จำเลยได้จ่ายให้โจทก์แล้ว ต่อมาโจทก์ได้ยื่นคำร้องขอรับเงินทดแทนค่ารักษาพยาบาลจำนวน ๒๓,๑๘๕ บาท แต่จำเลยปฏิเสธการจ่ายอ้างเหตุผลว่าเป็นสิทธิของบริษัท ศ. ซึ่งเป็นนายจ้าง และบริษัท ศ. ผู้เป็นนายจ้างได้สละสิทธิที่จะขอรับคืนจากจำเลยแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องเงินทดแทนจำนวนนี้อีก เห็นว่า โจทก์เป็นลูกจ้างผู้ประสบอันตรายเนื่องจากการทำงาน ย่อมเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินทดแทนตาม พ.ร.บ. เงินทดแทน พ.ศ. ๒๕๓๗ และในฐานะที่โจทก์เป็นผู้ประสบภัยจากรถ จึงเป็นผู้รับประโยชน์ที่มีสิทธิได้รับค่าสินไหมทดแทนตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ ส่วนบริษัท ศ. ซึ่งเป็นนายจ้างจะมีสิทธิขอรับเงินทดแทนต่อจำเลยได้ก็แต่เฉพาะที่ได้ทดรองจ่ายเงินทดแทนไปก่อน แล้วขอรับเงินทดแทนที่ได้ทดรองจ่ายไปนั้นคืนจากจำเลย ตาม พ.ร.บ. เงินทดแทน พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๒๕ เท่านั้น และแม้บริษัท ศ. จะเป็นผู้เอาประกันภัยรถโดยสารคันที่โจทก์ทำงานและประสบอุบัติเหตุ แต่บริษัทดังกล่าวก็ไม่มีสิทธิได้รับค่าสินไหมทดแทนตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ เพราะมิใช่ผู้ประสบภัยจากรถ การที่บริษัท ศ. จ่ายค่ารักษาพยาบาลไปก่อนแล้วมาขอรับเงินที่จ่ายไปคืนจากบริษัทผู้รับประกันภัยนั้น เป็นการทดรองจ่ายแทนบริษัทผู้รับประกันภัยในฐานะผู้เอาประกันภัย ไม่ใช่ทดรองจ่ายแทนจำเลยในฐานะนายจ้างตามบทบัญญัติแห่ง พ.ร.บ. เงินทดแทน พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๒๕ จึงไม่มีสิทธิมาขอรับเงินจำนวนดังกล่าวคืนจากจำเลย กับทั้งเมื่อบริษัทผู้รับประกันภัยได้จ่ายเงินคืนให้แก่บริษัท ศ. ไปแล้ว ย่อมทำให้สิทธิที่จะเรียกร้องเงินจำนวนดังกล่าวของบริษัท ศ. ระงับสิ้นลงแล้ว ไม่อาจสละสิทธิในเงินจำนวนดังกล่าวนี้ได้ ประกอบกับ พ.ร.บ. เงินทดแทน พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๗ บัญญัติว่า การเรียกร้องหรือการได้มาซึ่งสิทธิหรือประโยชน์ตาม พ.ร.บ. นี้ ไม่เป็นการตัดสิทธิหรือประโยชน์ที่ลูกจ้างพึงได้ตามกฎหมายอื่น ดังนั้น แม้บริษัท ศ. จะทำหนังสือสละสิทธิไปยังจำเลยก็ไม่มีผลกระทบต่อสิทธิที่โจทก์จะพึงได้รับในฐานะผู้ประสบอันตรายตาม พ.ร.บ. เงินทดแทน พ.ศ. ๒๕๓๗ แต่ประการใด ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีสิทธิขอรับเงินค่ารักษาพยาบาลจำนวนดังกล่าวนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับว่า ให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของจำเลยที่ไม่จ่ายค่ารักษาพยาบาลให้โจทก์ และคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนที่ ๑๗๑/๒๕๔๕ ลงวันที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๔๕ ให้จำเลยจ่ายเงินทดแทนแก่โจทก์จำนวน ๒๓,๑๘๕ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ. (สมชัย จึงประเสริฐ-อรพินท์ เศรษฐมานิต-ปราโมทย์ พิพัทธ์ปราโมทย์) ศาลแรงงานกลาง - นายพงษ์ศักดิ์ กิติสมเกียรติ ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
112840
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นายพงษ์ศักดิ์ กิติสมเกียรติ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082040761"
    }
}
date
2547
deka_no
1964/2547
deka_running_no
1964
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "สมชัย จึงประเสริฐ",
    "อรพินท์ เศรษฐมานิต",
    "ปราโมทย์ พิพัทธ์ปราโมทย์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.2537",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ.2537",
        "sections": [
            "ม. 7",
            "ม. 25"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535",
        "sections": []
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสาวนิตยา เชี่ยวธัญญกิจ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "สำนักงานประกันสังคม"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้อง ขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน แล้วบังคับให้จำเลยชำระเงิน ๒๓,๑๘๕ บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า โจทก์มีสิทธิได้รับค่ารักษาพยาบาลจำนวน ๒๓,๑๘๕ บาท จากจำเลยหรือไม่ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามคำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางว่า โจทก์เป็นลูกจ้างบริษัท ศ. ทำงานในตำแหน่งพนักงานประจำรถโดยสาร บริษัท ศ. เป็นผู้มีหน้าที่จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนเงินทดแทนตาม พ.ร.บ. เงินทดแทน พ.ศ. ๒๕๓๗ และเป็นผู้เอาประกันภัยรถโดยสารคันที่โจทก์ทำงานตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ ต่อมารถโดยสารคันที่โจทก์ทำงานเกิดอุบัติเหตุ เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับอันตรายสาหัส ต้องเข้ารับการรักษาตัวและเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเป็นเงิน ๒๖,๑๐๙ บาท ซึ่งบริษัท ศ. ได้แจ้งเหตุประสบภัยพร้อมกับขอรับเงินค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นจากบริษัทผู้รับประกันภัยจำนวน ๑๕,๐๐๐ บาท และได้ทดรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลโจทก์จำนวน ๘,๑๘๕ บาท แล้วนำหลักฐานไปขอรับเงินดังกล่าวตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ และได้รับเงินจากบริษัทผู้รับประกันภัยจำนวน ๒๓,๑๘๕ บาท เรียบร้อยแล้ว ส่วนค่ารักษาพยาบาลที่เหลือจำนวน ๒,๙๒๔ บาท จำเลยได้จ่ายให้โจทก์แล้ว ต่อมาโจทก์ได้ยื่นคำร้องขอรับเงินทดแทนค่ารักษาพยาบาลจำนวน ๒๓,๑๘๕ บาท แต่จำเลยปฏิเสธการจ่ายอ้างเหตุผลว่าเป็นสิทธิของบริษัท ศ. ซึ่งเป็นนายจ้าง และบริษัท ศ. ผู้เป็นนายจ้างได้สละสิทธิที่จะขอรับคืนจากจำเลยแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องเงินทดแทนจำนวนนี้อีก เห็นว่า โจทก์เป็นลูกจ้างผู้ประสบอันตรายเนื่องจากการทำงาน ย่อมเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินทดแทนตาม พ.ร.บ. เงินทดแทน พ.ศ. ๒๕๓๗ และในฐานะที่โจทก์เป็นผู้ประสบภัยจากรถ จึงเป็นผู้รับประโยชน์ที่มีสิทธิได้รับค่าสินไหมทดแทนตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ ส่วนบริษัท ศ. ซึ่งเป็นนายจ้างจะมีสิทธิขอรับเงินทดแทนต่อจำเลยได้ก็แต่เฉพาะที่ได้ทดรองจ่ายเงินทดแทนไปก่อน แล้วขอรับเงินทดแทนที่ได้ทดรองจ่ายไปนั้นคืนจากจำเลย ตาม พ.ร.บ. เงินทดแทน พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๒๕ เท่านั้น และแม้บริษัท ศ. จะเป็นผู้เอาประกันภัยรถโดยสารคันที่โจทก์ทำงานและประสบอุบัติเหตุ แต่บริษัทดังกล่าวก็ไม่มีสิทธิได้รับค่าสินไหมทดแทนตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ เพราะมิใช่ผู้ประสบภัยจากรถ การที่บริษัท ศ. จ่ายค่ารักษาพยาบาลไปก่อนแล้วมาขอรับเงินที่จ่ายไปคืนจากบริษัทผู้รับประกันภัยนั้น เป็นการทดรองจ่ายแทนบริษัทผู้รับประกันภัยในฐานะผู้เอาประกันภัย ไม่ใช่ทดรองจ่ายแทนจำเลยในฐานะนายจ้างตามบทบัญญัติแห่ง พ.ร.บ. เงินทดแทน พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๒๕ จึงไม่มีสิทธิมาขอรับเงินจำนวนดังกล่าวคืนจากจำเลย กับทั้งเมื่อบริษัทผู้รับประกันภัยได้จ่ายเงินคืนให้แก่บริษัท ศ. ไปแล้ว ย่อมทำให้สิทธิที่จะเรียกร้องเงินจำนวนดังกล่าวของบริษัท ศ. ระงับสิ้นลงแล้ว ไม่อาจสละสิทธิในเงินจำนวนดังกล่าวนี้ได้ ประกอบกับ พ.ร.บ. เงินทดแทน พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๗ บัญญัติว่า การเรียกร้องหรือการได้มาซึ่งสิทธิหรือประโยชน์ตาม พ.ร.บ. นี้ ไม่เป็นการตัดสิทธิหรือประโยชน์ที่ลูกจ้างพึงได้ตามกฎหมายอื่น ดังนั้น แม้บริษัท ศ. จะทำหนังสือสละสิทธิไปยังจำเลยก็ไม่มีผลกระทบต่อสิทธิที่โจทก์จะพึงได้รับในฐานะผู้ประสบอันตรายตาม พ.ร.บ. เงินทดแทน พ.ศ. ๒๕๓๗ แต่ประการใด ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีสิทธิขอรับเงินค่ารักษาพยาบาลจำนวนดังกล่าวนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น

พิพากษากลับว่า ให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของจำเลยที่ไม่จ่ายค่ารักษาพยาบาลให้โจทก์ และคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนที่ ๑๗๑/๒๕๔๕ ลงวันที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๔๕ ให้จำเลยจ่ายเงินทดแทนแก่โจทก์จำนวน ๒๓,๑๘๕ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000902.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547