คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1968/2547 ฉบับเต็ม

#112875
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1968/2547 บริษัทสินธานี บิลด์ จำกัด โจทก์ กรมทางหลวง จำเลย พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 มาตรา 21 วรรคสาม คำว่า "ส่วนที่เหลือ" ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 มาตรา 21 วรรคสาม จะต้องพิจารณาจากที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ที่ถูกเวนคืนแปลงนั้น ๆ เป็นหลัก โดยที่ดินแปลงนั้น ๆ ไม่ได้ถูกเวนคืนทั้งหมด ส่วนที่ไม่ถูกเวนคืนจึงจะถือว่าเป็นส่วนที่เหลือจากการเวนคืนตามความหมายของบทบัญญัติดังกล่าว ส่วนที่ดินของโจทก์แปลงที่ไม่มีส่วนใดถูกเวนคืนเลย แม้จะปรากฏว่าที่ดินแปลงดังกล่าวอยู่ติดต่อเป็นผืนเดียวกันกับที่ดินของโจทก์แปลงที่ถูกเวนคืนที่มีส่วนที่เหลือจากการเวนคืนก็ตาม ก็ไม่มีผลทำให้ที่ดินแปลงที่ไม่มีส่วนใดถูกเวนคืนเลยกลายเป็นที่ดินส่วนที่เหลือจากการเวนคืนตามบทบัญญัติดังกล่าวไปได้ โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินค่าทดแทนสำหรับที่ดินแปลงที่ไม่มีส่วนใดถูกเวนคืนเลยโดยอ้างว่าที่ดินมีราคาลดลงเนื่องจากการเวนคืน ผู้ถูกเวนคืนที่ดินจะมีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนจากการเวนคืนอย่างไร เพียงใดนั้น จะต้องเป็นไปตามที่ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 บัญญัติไว้เท่านั้น แต่ตามพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวหาได้มีบทบัญญัติให้ทางราชการจ่ายเงินค่าทดแทนสำหรับความเสียหายเนื่องจากโจทก์จะต้องซื้อที่ดินข้างเคียงเพื่อทำเป็นทางออกให้แก่ที่ดินของโจทก์สู่ถนนสาธารณะตามที่โจทก์กล่าวอ้างไม่ โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องขอให้จำเลยรับผิดชำระค่าเสียหายส่วนนี้ให้แก่โจทก์ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน ๘๑๗,๕๑๓,๒๙๒.๒๕ บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๒ ต่อปีในต้นเงินจำนวน ๗๐๘,๖๒๑,๗๕๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๖๗,๗๐๒,๒๕๐ บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสิน แต่ต้องไม่เกินอัตราร้อยละ ๑๒ ต่อปี นับแต่วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๓๘ จนกว่าจะชำระเสร็จ โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาคณะคดีปกครองเห็นว่า ตาม พ.ร.บ.การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๐ มาตรา ๒๑ วรรคสาม ได้บัญญัติไว้ว่า "ถ้าต้องเวนคืนอสังหาริมทรัพย์แต่เพียงส่วนหนึ่ง และส่วนที่เหลือนั้นราคาลดลงให้กำหนดเงินค่าทดแทนให้เฉพาะสำหรับส่วนที่เหลืออันราคาลดลงนั้นด้วย" คำว่า "ส่วนที่เหลือ" ตามบทบัญญัติดังกล่าวจะต้องพิจารณาจากที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ที่ถูกเวนคืนแปลงนั้น ๆ เป็นหลัก โดยที่ดินแปลงนั้น ๆ ไม่ได้ถูกเวนคืนทั้งหมด ส่วนที่ไม่ถูกเวนคืนจึงจะถือว่าเป็นส่วนที่เหลือจากการเวนคืนตามความหมายของบทบัญญัติดังกล่าว สำหรับที่ดินโฉนดเลขที่ ๖๔๖๙ และ ๗๐๖๘๓ ของโจทก์ไม่มีส่วนใดถูกเวนคืนเลย แม้จะปรากฏว่าที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าวอยู่ติดต่อเป็นผืนเดียวกันกับที่ดินของโจทก์โฉนดเลขที่ ๓๑๗๑ และ ๘๗๔๘ ส่วนที่เหลือจากการเวนคืนก็ตาม ก็ไม่มีผลทำให้ที่ดินโฉนดเลขที่ ๖๔๖๙ และ ๗๐๖๘๓ กลายเป็นที่ดินส่วนที่เหลือจากการเวนคืนตามบทบัญญัติดังกล่าวไปได้ โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินค่าทดแทนสำหรับที่ดินสองแปลงนี้โดยอ้างว่าที่ดินมีราคาลดลงเนื่องจากการเวนคืน มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยอีกประการว่า หลังจากถูกเวนคืนแล้ว ที่ดินของโจทก์ส่วนที่เหลือจากการเวนคืนไม่มีส่วนใดติดถนนรามอินทราเหมือนเดิม จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนโครงการพัฒนาที่ดินที่วางไว้เดิมโดยหันหน้าโครงการมาทางถนนเข้าสนามกอล์ฟปัญญาซึ่งโจทก์จะต้องซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ ๖๔๘๗ ที่คั่นอยู่ระหว่างที่ดินของโจทก์กับถนนเข้าสนามกอล์ฟปัญญามาทำเป็นทางออกที่ดินแปลงดังกล่าวมีราคาซื้อขายจำนวน ๘๖,๕๙๔,๕๐๐ บาท จำเลยจึงต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์ด้วย เห็นว่า ผู้ถูกเวนคืนที่ดินจะมีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนจากการเวนคืนอย่างไร เพียงใดนั้น จะต้องเป็นไปตามที่ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๐ บัญญัติไว้เท่านั้น แต่ตามพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวหาได้มีบทบัญญัติให้ทางราชการจ่ายเงินค่าทดแทนสำหรับความเสียหายจากกรณีที่โจทก์อ้างดังกล่าวข้างต้นไม่ โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องขอให้จำเลยรับผิดชำระค่าเสียหายส่วนนี้ให้แก่โจทก์ได้ พิพากษายืน. (สุรชาติ บุญศิริพันธ์-ประพันธ์ ทรัพย์แสง-กิติศักดิ์ กิติคุณไพโรจน์) ศาลแพ่ง - นายวัชรินทร์ สุขเกื้อ ศาลอุทธรณ์ - นายสุรพล เอกโยคยะ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
112875
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายวัชรินทร์ สุขเกื้อ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสุรพล เอกโยคยะ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082040761"
    }
}
date
2547
deka_no
1968/2547
deka_running_no
1968
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "สุรชาติ บุญศิริพันธ์",
    "ประพันธ์ ทรัพย์แสง",
    "กิติศักดิ์ กิติคุณไพโรจน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530",
        "sections": [
            "ม. 21 วรรคสาม"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทสินธานี บิลด์ จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "กรมทางหลวง"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน ๘๑๗,๕๑๓,๒๙๒.๒๕ บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๒ ต่อปีในต้นเงินจำนวน ๗๐๘,๖๒๑,๗๕๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๖๗,๗๐๒,๒๕๐ บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสิน แต่ต้องไม่เกินอัตราร้อยละ ๑๒ ต่อปี นับแต่วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๓๘ จนกว่าจะชำระเสร็จ

โจทก์และจำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาคณะคดีปกครองเห็นว่า ตาม พ.ร.บ.การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๐ มาตรา ๒๑ วรรคสาม ได้บัญญัติไว้ว่า "ถ้าต้องเวนคืนอสังหาริมทรัพย์แต่เพียงส่วนหนึ่ง และส่วนที่เหลือนั้นราคาลดลงให้กำหนดเงินค่าทดแทนให้เฉพาะสำหรับส่วนที่เหลืออันราคาลดลงนั้นด้วย" คำว่า "ส่วนที่เหลือ" ตามบทบัญญัติดังกล่าวจะต้องพิจารณาจากที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ที่ถูกเวนคืนแปลงนั้น ๆ เป็นหลัก โดยที่ดินแปลงนั้น ๆ ไม่ได้ถูกเวนคืนทั้งหมด ส่วนที่ไม่ถูกเวนคืนจึงจะถือว่าเป็นส่วนที่เหลือจากการเวนคืนตามความหมายของบทบัญญัติดังกล่าว สำหรับที่ดินโฉนดเลขที่ ๖๔๖๙ และ ๗๐๖๘๓ ของโจทก์ไม่มีส่วนใดถูกเวนคืนเลย แม้จะปรากฏว่าที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าวอยู่ติดต่อเป็นผืนเดียวกันกับที่ดินของโจทก์โฉนดเลขที่ ๓๑๗๑ และ ๘๗๔๘ ส่วนที่เหลือจากการเวนคืนก็ตาม ก็ไม่มีผลทำให้ที่ดินโฉนดเลขที่ ๖๔๖๙ และ ๗๐๖๘๓ กลายเป็นที่ดินส่วนที่เหลือจากการเวนคืนตามบทบัญญัติดังกล่าวไปได้ โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินค่าทดแทนสำหรับที่ดินสองแปลงนี้โดยอ้างว่าที่ดินมีราคาลดลงเนื่องจากการเวนคืน

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยอีกประการว่า หลังจากถูกเวนคืนแล้ว ที่ดินของโจทก์ส่วนที่เหลือจากการเวนคืนไม่มีส่วนใดติดถนนรามอินทราเหมือนเดิม จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนโครงการพัฒนาที่ดินที่วางไว้เดิมโดยหันหน้าโครงการมาทางถนนเข้าสนามกอล์ฟปัญญาซึ่งโจทก์จะต้องซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ ๖๔๘๗ ที่คั่นอยู่ระหว่างที่ดินของโจทก์กับถนนเข้าสนามกอล์ฟปัญญามาทำเป็นทางออกที่ดินแปลงดังกล่าวมีราคาซื้อขายจำนวน ๘๖,๕๙๔,๕๐๐ บาท จำเลยจึงต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์ด้วย เห็นว่า ผู้ถูกเวนคืนที่ดินจะมีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนจากการเวนคืนอย่างไร เพียงใดนั้น จะต้องเป็นไปตามที่ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๐ บัญญัติไว้เท่านั้น แต่ตามพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวหาได้มีบทบัญญัติให้ทางราชการจ่ายเงินค่าทดแทนสำหรับความเสียหายจากกรณีที่โจทก์อ้างดังกล่าวข้างต้นไม่ โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องขอให้จำเลยรับผิดชำระค่าเสียหายส่วนนี้ให้แก่โจทก์ได้

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000902.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547