คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10443/2546 ฉบับเต็ม

#112890
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10443/2546 นางอรุณศรี ชูพินิจ โจทก์ นางสาวศรีวรรณ ภู่หิรัญ จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 149, มาตรา 797 โจทก์กู้เงินจากจำเลยและมอบหนังสือมอบอำนาจที่โจทก์ลงลายมือชื่อไว้โดยไม่กรอกข้อความให้แก่จำเลยยึดถือไว้ โดยมีข้อตกลงด้วยว่าหากโจทก์ไม่มีเงินชำระคืนตามกำหนด ให้จำเลยนำเอกสารดังกล่าวไปจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยได้ การที่ต่อมาโจทก์ไม่สามารถหาเงินมาชำระคืนจำเลยได้และจำเลยได้กรอกข้อความในหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวแล้วนำไปจดทะเบียนโอนขายที่ดินพิพาทให้แก่จำเลย เป็นไปตามที่ตกลงกัน จำเลยจึงมีอำนาจกระทำได้ หนังสือมอบอำนาจจึงไม่ใช่เอกสารปลอม และนิติกรรมจดทะเบียนโอนขายที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยไม่เป็นโมฆะ ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินพิพาทตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.) จำเลยอ้างว่าโจทก์ทำหนังสือมอบอำนาจให้จำเลยทำนิติกรรมขายที่ดินดังกล่าวให้แก่จำเลย หนังสือมอบอำนาจดังกล่าวเป็นเอกสารปลอม เพราะโจทก์ไม่เคยทำหนังสือมอบอำนาจเพื่อทำนิติกรรมขายที่ดินให้แก่จำเลย การกระทำของจำเลยเป็นเหตุให้เจ้าพนักงานที่ดินทำนิติกรรมจดทะเบียนขายที่ดินดังกล่าวให้แก่จำเลย ขอให้พิพากษาว่านิติกรรมการจดทะเบียนขายที่ดินพิพาทเป็นโมฆะ ให้จำเลยคืนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าวแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์เป็นหนี้เงินกู้จำเลยจำนวน ๒๐๐,๐๐๐ บาท แต่ไม่สามารถชำระหนี้ได้ โจทก์จึงโอนที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยเพื่อเป็นการชำระหนี้ โดยโจทก์ได้ลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้จำเลยเป็นผู้รับโอนที่ดินพิพาท พร้อมกับมอบสำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการของโจทก์เพื่อเป็นหลักฐานไปแสดงต่อเจ้าพนักงานที่ดิน หนังสือมอบอำนาจดังกล่าวเป็นเอกสารที่แท้จริง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า นิติกรรมการจดทะเบียนของจำเลยเป็นโมฆะ คำขออื่นให้ยก โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลอุทธรณ์ภาค ๗ รับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์กู้เงินจากจำเลย โดยมอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.) สำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการ สำเนาทะเบียนบ้าน และหนังสือมอบอำนาจที่โจทก์ลงลายมือชื่อไว้โดยไม่ได้กรอกข้อความให้แก่จำเลยยึดถือไว้ โดยมีข้อตกลงด้วยว่า หากโจทก์ไม่มีเงินชำระคืนตามกำหนด ให้จำเลยนำเอกสารดังกล่าวไปจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยได้ มิใช่มอบให้แก่จำเลยยึดถือไว้เป็นประกันเงินกู้เท่านั้น คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยว่า จำเลยมีอำนาจกรอกข้อความในหนังสือมอบอำนาจที่โจทก์ลงลายมือชื่อไว้โดยไม่ได้กรอกข้อความแล้วนำไปจดทะเบียนโอนขายที่ดินพาทเป็นของจำเลยได้หรือไม่ เห็นว่า โจทก์กู้เงินจากจำเลย และไม่สามารถหาเงินมาชำระคืนจำเลยได้ การที่จำเลยกรอกข้อความในหนังสือมอบอำนาจแล้วนำไปทำนิติกรรมจดทะเบียนโอนขายที่ดินพิพาทให้แก่จำเลย เป็นไปตามที่ตกลงกัน จำเลยจึงมีอำนาจทำได้โดยชอบ หนังสือมอบอำนาจจึงไม่ใช่เอกสารปลอม และนิติกรรมการจดทะเบียนโอนขายที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยจึงไม่เป็นโมฆะ ที่โจทก์ฎีกาว่า การกู้เงินไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ ไม่อาจฟ้องร้องบังคับคดีได้ ต้องห้ามมิให้นำสืบพยานบุคคลแทนพยานเอกสาร และจำเลยไม่อาจยึดถือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.) และที่ดินพิพาทต่อไปได้นั้น เห็นว่า เป็นเรื่องนอกประเด็น เป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วโดยชอบในศาลล่างทั้งสอง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๔๙ วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. (สิทธิชัย รุ่งตระกูล-สุวัฒน์ วรรธนะหทัย-อุดมศักดิ์ นิติมนตรี) ศาลจังหวัดราชบุรี - นายโสภณ พรหมสุวรรณ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายชัชวาล บุนนาค แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
112890
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดราชบุรี",
        "judge": "นายโสภณ พรหมสุวรรณ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 7",
        "judge": "นายชัชวาล บุนนาค"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082042931"
    }
}
date
2546
deka_no
10443/2546
deka_running_no
10443
deka_year
2546
department
แผนก
judges
[
    "สิทธิชัย รุ่งตระกูล",
    "สุวัฒน์ วรรธนะหทัย",
    "อุดมศักดิ์ นิติมนตรี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 149",
            "ม. 797"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางอรุณศรี ชูพินิจ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวศรีวรรณ ภู่หิรัญ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินพิพาทตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.) จำเลยอ้างว่าโจทก์ทำหนังสือมอบอำนาจให้จำเลยทำนิติกรรมขายที่ดินดังกล่าวให้แก่จำเลย หนังสือมอบอำนาจดังกล่าวเป็นเอกสารปลอม เพราะโจทก์ไม่เคยทำหนังสือมอบอำนาจเพื่อทำนิติกรรมขายที่ดินให้แก่จำเลย การกระทำของจำเลยเป็นเหตุให้เจ้าพนักงานที่ดินทำนิติกรรมจดทะเบียนขายที่ดินดังกล่าวให้แก่จำเลย ขอให้พิพากษาว่านิติกรรมการจดทะเบียนขายที่ดินพิพาทเป็นโมฆะ ให้จำเลยคืนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าวแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า โจทก์เป็นหนี้เงินกู้จำเลยจำนวน ๒๐๐,๐๐๐ บาท แต่ไม่สามารถชำระหนี้ได้ โจทก์จึงโอนที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยเพื่อเป็นการชำระหนี้ โดยโจทก์ได้ลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้จำเลยเป็นผู้รับโอนที่ดินพิพาท พร้อมกับมอบสำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการของโจทก์เพื่อเป็นหลักฐานไปแสดงต่อเจ้าพนักงานที่ดิน หนังสือมอบอำนาจดังกล่าวเป็นเอกสารที่แท้จริง ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า นิติกรรมการจดทะเบียนของจำเลยเป็นโมฆะ คำขออื่นให้ยก

โจทก์และจำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลอุทธรณ์ภาค ๗ รับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์กู้เงินจากจำเลย โดยมอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.) สำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการ สำเนาทะเบียนบ้าน และหนังสือมอบอำนาจที่โจทก์ลงลายมือชื่อไว้โดยไม่ได้กรอกข้อความให้แก่จำเลยยึดถือไว้ โดยมีข้อตกลงด้วยว่า หากโจทก์ไม่มีเงินชำระคืนตามกำหนด ให้จำเลยนำเอกสารดังกล่าวไปจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยได้ มิใช่มอบให้แก่จำเลยยึดถือไว้เป็นประกันเงินกู้เท่านั้น คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยว่า จำเลยมีอำนาจกรอกข้อความในหนังสือมอบอำนาจที่โจทก์ลงลายมือชื่อไว้โดยไม่ได้กรอกข้อความแล้วนำไปจดทะเบียนโอนขายที่ดินพาทเป็นของจำเลยได้หรือไม่ เห็นว่า โจทก์กู้เงินจากจำเลย และไม่สามารถหาเงินมาชำระคืนจำเลยได้ การที่จำเลยกรอกข้อความในหนังสือมอบอำนาจแล้วนำไปทำนิติกรรมจดทะเบียนโอนขายที่ดินพิพาทให้แก่จำเลย เป็นไปตามที่ตกลงกัน จำเลยจึงมีอำนาจทำได้โดยชอบ หนังสือมอบอำนาจจึงไม่ใช่เอกสารปลอม และนิติกรรมการจดทะเบียนโอนขายที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยจึงไม่เป็นโมฆะ ที่โจทก์ฎีกาว่า การกู้เงินไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ ไม่อาจฟ้องร้องบังคับคดีได้ ต้องห้ามมิให้นำสืบพยานบุคคลแทนพยานเอกสาร และจำเลยไม่อาจยึดถือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.) และที่ดินพิพาทต่อไปได้นั้น เห็นว่า เป็นเรื่องนอกประเด็น เป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วโดยชอบในศาลล่างทั้งสอง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๔๙ วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000922.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2546