คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3956/2547 ฉบับเต็ม

#112907
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3956/2547 พนักงานอัยการจังหวัดตราด โจทก์ นายงิ๋น สวัสดิภูมิ จำเลย ป.อ. มาตรา 29, มาตรา 30, มาตรา 31 ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง, มาตรา 225 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27, มาตรา 120 พ.ร.บ.ให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิด พ.ศ.2489 มาตรา 7, มาตรา 8 วรรคสอง การที่จำเลยคดีนี้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ. ศุลกากรฯ มาตรา 27 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ในคดีก่อนที่ให้การรับสารภาพ แม้ความผิดครั้งเดียวกันนี้ศาลได้ลงโทษปรับจำเลยที่ 1 ในคดีก่อน เป็นเงินสี่เท่าราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยกันไปแล้วก็ตาม ความผิดของจำเลยคดีนี้ก็หาได้ระงับลงไม่ ศาลจึงต้องลงโทษปรับจำเลยคดีนี้ด้วย โดยปรับจำเลยคดีนี้รวมกับจำเลยที่ 1 ในคดีก่อนเป็นเงินสี่เท่าราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว และต้องถือว่าค่าปรับจำเลยคดีนี้เป็นจำนวนเดียวกันกับค่าปรับจำเลยที่ 1 ในคดีก่อน แต่ต้องกำหนดเงื่อนไขในการบังคับโทษปรับคดีนี้ว่า หากจำเลยที่ 1 ในคดีก่อนชำระค่าปรับหรือถูกกักขังแทนค่าปรับไปแล้วเพียงใดก็ให้นำมาหักออกจากโทษปรับของจำเลยคดีนี้ได้ ทั้งเพื่อมิให้เป็นการลงโทษปรับจำเลยทั้งสองคดีนี้รวมกันเป็นเงินเกินกว่าสี่เท่าราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว และต้องกำหนดเงื่อนไขในการบังคับโทษปรับด้วยว่า ในกรณีที่ต้องกักขังจำเลยคดีนี้แทนค่าปรับก็ให้แบ่งกักขังจำเลยคดีนี้ได้ไม่เกิน 1 ปี เนื่องจากความผิดตามฟ้องมีผู้ร่วมกระทำผิด 2 คน ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้ลงโทษปรับจำเลยคดีนี้ โดยมิได้ระบุว่าโทษปรับคดีนี้เป็นโทษปรับจำนวนเดียวกับคดีก่อน และมิได้กำหนดเงื่อนไขในการบังคับโทษปรับให้ชัดเจนจึงยังไม่ถูกต้อง ความผิดของจำเลยคดีนี้และจำเลยที่ 1 ในคดีก่อนในครั้งนี้ ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาในคดีก่อนให้ริบของกลางและจ่ายรางวัลแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้จับกุมร้อยละยี่สิบของราคาของกลางไปแล้ว สินค้าของกลางในคดีก่อน กับสินค้าของกลางในคดีนี้เป็นทรัพย์สิ่งเดียวกัน เมื่อศาลชั้นต้นสั่งริบของกลางแล้ว และไม่ปรากฏว่าของกลางที่สั่ง ริบนั้นไม่อาจขายได้ จึงต้องจ่ายรางวัลร้อยละยี่สิบของราคาของกลางจากเงินที่ได้จากการขายสินค้าของกลาง ตาม พ.ร.บ. ให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิดฯ มาตรา 7 และมาตรา 8 วรรคสอง ให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้จับกุมเพียงครั้งเดียว การที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาในคดีนี้ให้จ่ายรางวัลแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้จับกุมร้อยละยี่สิบ ของราคาของกลางหรือค่าปรับอีกจึงเป็นการไม่ชอบ เพราะเป็นการจ่ายรางวัลซ้ำซ้อนเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จะไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจ ยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้ (วรรคแรกวินิจฉัยโดยมติที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาครั้งที่ 2/2547) ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยกับจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1823/2541 ของศาลชั้นต้น ตาม พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 พ.ร.บ. ให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ. 2489 มาตรา 4, 5, 6, 7, 8, 9 จ่ายเงินรางวัลแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้จับตามกฎหมาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยกระทำความผิดตาม พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ป.อ. มาตรา 83 ปรับ 220,800 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา 29, 30 โดยให้จำเลยชำระค่าปรับภายใน 30 วัน มิฉะนั้นให้ยึดทรัพย์สินใช้ค่าปรับ ในระหว่างนี้ให้กักขังแทนค่าปรับไปพลางก่อนเป็นระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี ให้จ่ายเงินรางวัลแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้จับร้อยละยี่สิบของราคาของกลางหรือค่าปรับ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งนั่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการต่อไปว่า ศาลลงโทษปรับ นายจัน จำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1823/2541 ของศาลชั้นต้นซึ่งเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยไปแล้วเป็นเงินสี่เท่าราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว เป็นเงิน 220,800 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งแล้วคงปรับ 110,400 บาท ศาลจะลงโทษปรับจำเลยในคดีนี้ได้อีกหรือไม่ เพียงใด เห็นว่า พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 บัญญัติให้ปรับ ผู้กระทำความผิดไม่ว่าจะมีผู้ร่วมกระทำความผิดจำนวนกี่คนศาลจะต้องลงโทษสำหรับความผิดครั้งหนึ่ง ๆ ไม่เกินสี่เท่าราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้วหรือกล่าวอีกนัยหนึ่งต้องลงโทษปรับจำเลยที่ร่วมกระทำความผิดทุกคนรวมกันเป็นเงินสี่เท่าราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว มิใช่แบ่งปรับเป็นรายบุคคลคนละเท่า ๆ กัน หรือปรับคนละสี่เท่าราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยคดีนี้ กระทำความผิดตามฟ้องร่วมกับนายจัน จำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1823/2541 ของศาลชั้นต้น แม้จะปรากฏว่าความผิดครั้งเดียวกันนี้ศาลได้ลงโทษปรับนายจัน จำเลยที่ 1 ในคดีดังกล่าวเป็นเงินสี่เท่าราคาของซึ่งได้รวมค่าอากร เข้าด้วยแล้วไปแล้วก็ตาม ความผิดของจำเลยคดีนี้ก็หาได้ระงับลงไม่ ศาลฎีกาจึงต้องลงโทษปรับจำเลยคดีนี้ด้วย โดยปรับจำเลยคดีนี้รวมกับนายจัน จำเลยที่ 1 ในคดีดังกล่าวเป็นเงินสี่เท่าราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้วตามบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้นเป็นเงินจำนวน 220,800 บาท ดังที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามา โดยต้องถือว่าค่าปรับ จำเลยคดีนี้เป็นจำนวนเดียวกันกับค่าปรับจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1823/2541 ของศาลชั้นต้น แต่ต้องกำหนดเงื่อนไขในการบังคับโทษปรับคดีนี้ว่า หากนายจันจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1823/2541 ของศาลชั้นต้น ชำระค่าปรับหรือถูกกักขังแทนค่าปรับไปแล้วเพียงใดก็ให้นำมาหักออกจากโทษปรับของจำเลยคดีนี้ได้ ทั้งนี้เพื่อมิให้เป็นการลงโทษปรับจำเลยทั้งสองคดีรวมกันเป็นเงินเกินกว่าสี่เท่าราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว และต้องกำหนดเงื่อนไขในการบังคับโทษปรับด้วยว่า ในกรณีที่ต้องกักขังจำเลยคดีนี้แทนค่าปรับก็ให้แบ่งกักขังจำเลยคดีนี้ได้ไม่เกิน 1 ปี เนื่องจากความผิดตามฟ้องมีผู้ร่วมกระทำผิด 2 คน ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้ลงโทษปรับจำเลยคดีนี้โดยมิได้ระบุว่าโทษปรับคดีนี้เป็นโทษปรับจำนวนเดียวกับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1823 /2541 ของศาลชั้นต้น และมิได้กำหนดเงื่อนไขในการบังคับโทษปรับให้ชัดเจนจึงยังไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง ฎีกาของจำเลยข้อนี้ ฟังขึ้นบางส่วน อนึ่งตามฎีกาของจำเลยและเอกสารแนบท้ายฎีกาซึ่งโจทก์มิได้โต้แย้งปรากฏว่าความผิดของจำเลยและนายจันจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1823/2541 ของศาลชั้นต้นในครั้งนี้ ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาในคดีอาญา หมายเลขแดงที่ 1823/2541 ของศาลชั้นต้น ให้ริบของกลางและจ่ายรางวัลแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้จับกุมร้อยละยี่สิบ ของราคาของกลางไปแล้ว สินค้าปลาป่นของกลางในคดีนี้ดังกล่าวกับสินค้าปลาป่นของกลางในคดีนี้เป็นทรัพย์ สิ่งเดียวกัน เมื่อศาลชั้นต้นสั่งริบของกลางซึ่งเป็นปลาป่นแล้ว และไม่ปรากฏว่าของกลางที่สั่งริบนั้นไม่อาจขายได้ จึงต้องจ่ายรางวัลร้อยละยี่สิบของราคาของกลางจากเงินที่ได้จากการขายสินค้าปลาป่นของกลาง ตาม พ.ร.บ. ให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ. 2489 มาตรา 7 และ มาตรา 8 วรรคสอง ให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้จับกุมเพียงครั้งเดียว การที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาในคดีนี้ให้จ่ายเงินรางวัลแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้จับกุมร้อยละยี่สิบของราคาของกลางหรือค่าปรับอีกจึงเป็นการไม่ชอบ เพราะเป็นการให้จ่ายรางวัลซ้ำซ้อนเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จะไม่มีฝ่ายใดยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ปรับจำเลยเป็นเงินจำนวน 220,800 บาท อันเป็นจำนวนเดียวกับค่าปรับในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1823/2541 ของศาลชั้นต้น โดยกำหนดเงื่อนไขในการบังคับโทษปรับคดีนี้ว่า หากจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1823/2541 ของศาลชั้นต้น ชำระค่าปรับหรือถูกกักขังแทนค่าปรับในคดีดังกล่าวแล้ว เพียงใดก็ให้นำมาหักออกจากค่าปรับของจำเลยคดีนี้และในกรณีต้องกักขังจำเลยคดีนี้แทนค่าปรับก็ให้แบ่งกักขังจำเลยได้ไม่เกินกำหนด 1 ปี กับให้ยกคำขอของโจทก์ที่ขอให้จ่ายรางวัลแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้จับกุม นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 . (สุรชาติ บุญศิริพันธ์-กิติศักดิ์ กิติคุณไพโรจน์-กำธร โพธิ์สุวัฒนากุล) ศาลจังหวัดตราด - นายวรัญญู แสงศิริ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายบุรินทร์ ตั้งประพันธ์วงศ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
112907
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดตราด",
        "judge": "นายวรัญญู แสงศิริ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 2",
        "judge": "นายบุรินทร์ ตั้งประพันธ์วงศ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082039473"
    }
}
date
2547
deka_no
3956/2547
deka_running_no
3956
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "สุรชาติ บุญศิริพันธ์",
    "กิติศักดิ์ กิติคุณไพโรจน์",
    "กำธร โพธิ์สุวัฒนากุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 29",
            "ม. 30",
            "ม. 31"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 195 วรรคสอง",
            "ม. 225"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469",
        "sections": [
            "ม. 27",
            "ม. 120"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิด พ.ศ.2489",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิด พ.ศ.2489",
        "sections": [
            "ม. 7",
            "ม. 8 วรรคสอง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดตราด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายงิ๋น สวัสดิภูมิ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยกับจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1823/2541 ของศาลชั้นต้น ตาม พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 พ.ร.บ. ให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ. 2489 มาตรา 4, 5, 6, 7, 8, 9 จ่ายเงินรางวัลแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้จับตามกฎหมาย

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยกระทำความผิดตาม พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ป.อ. มาตรา 83 ปรับ 220,800 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา 29, 30 โดยให้จำเลยชำระค่าปรับภายใน 30 วัน มิฉะนั้นให้ยึดทรัพย์สินใช้ค่าปรับ ในระหว่างนี้ให้กักขังแทนค่าปรับไปพลางก่อนเป็นระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี ให้จ่ายเงินรางวัลแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้จับร้อยละยี่สิบของราคาของกลางหรือค่าปรับ

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งนั่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการต่อไปว่า ศาลลงโทษปรับ นายจัน จำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1823/2541 ของศาลชั้นต้นซึ่งเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยไปแล้วเป็นเงินสี่เท่าราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว เป็นเงิน 220,800 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งแล้วคงปรับ 110,400 บาท ศาลจะลงโทษปรับจำเลยในคดีนี้ได้อีกหรือไม่ เพียงใด เห็นว่า พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 บัญญัติให้ปรับ ผู้กระทำความผิดไม่ว่าจะมีผู้ร่วมกระทำความผิดจำนวนกี่คนศาลจะต้องลงโทษสำหรับความผิดครั้งหนึ่ง ๆ ไม่เกินสี่เท่าราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้วหรือกล่าวอีกนัยหนึ่งต้องลงโทษปรับจำเลยที่ร่วมกระทำความผิดทุกคนรวมกันเป็นเงินสี่เท่าราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว มิใช่แบ่งปรับเป็นรายบุคคลคนละเท่า ๆ กัน หรือปรับคนละสี่เท่าราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยคดีนี้ กระทำความผิดตามฟ้องร่วมกับนายจัน จำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1823/2541 ของศาลชั้นต้น แม้จะปรากฏว่าความผิดครั้งเดียวกันนี้ศาลได้ลงโทษปรับนายจัน จำเลยที่ 1 ในคดีดังกล่าวเป็นเงินสี่เท่าราคาของซึ่งได้รวมค่าอากร เข้าด้วยแล้วไปแล้วก็ตาม ความผิดของจำเลยคดีนี้ก็หาได้ระงับลงไม่ ศาลฎีกาจึงต้องลงโทษปรับจำเลยคดีนี้ด้วย โดยปรับจำเลยคดีนี้รวมกับนายจัน จำเลยที่ 1 ในคดีดังกล่าวเป็นเงินสี่เท่าราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้วตามบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้นเป็นเงินจำนวน 220,800 บาท ดังที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามา โดยต้องถือว่าค่าปรับ จำเลยคดีนี้เป็นจำนวนเดียวกันกับค่าปรับจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1823/2541 ของศาลชั้นต้น แต่ต้องกำหนดเงื่อนไขในการบังคับโทษปรับคดีนี้ว่า หากนายจันจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1823/2541 ของศาลชั้นต้น ชำระค่าปรับหรือถูกกักขังแทนค่าปรับไปแล้วเพียงใดก็ให้นำมาหักออกจากโทษปรับของจำเลยคดีนี้ได้ ทั้งนี้เพื่อมิให้เป็นการลงโทษปรับจำเลยทั้งสองคดีรวมกันเป็นเงินเกินกว่าสี่เท่าราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว และต้องกำหนดเงื่อนไขในการบังคับโทษปรับด้วยว่า ในกรณีที่ต้องกักขังจำเลยคดีนี้แทนค่าปรับก็ให้แบ่งกักขังจำเลยคดีนี้ได้ไม่เกิน 1 ปี เนื่องจากความผิดตามฟ้องมีผู้ร่วมกระทำผิด 2 คน ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้ลงโทษปรับจำเลยคดีนี้โดยมิได้ระบุว่าโทษปรับคดีนี้เป็นโทษปรับจำนวนเดียวกับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1823 /2541 ของศาลชั้นต้น และมิได้กำหนดเงื่อนไขในการบังคับโทษปรับให้ชัดเจนจึงยังไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง ฎีกาของจำเลยข้อนี้ ฟังขึ้นบางส่วน

อนึ่งตามฎีกาของจำเลยและเอกสารแนบท้ายฎีกาซึ่งโจทก์มิได้โต้แย้งปรากฏว่าความผิดของจำเลยและนายจันจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1823/2541 ของศาลชั้นต้นในครั้งนี้ ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาในคดีอาญา หมายเลขแดงที่ 1823/2541 ของศาลชั้นต้น ให้ริบของกลางและจ่ายรางวัลแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้จับกุมร้อยละยี่สิบ ของราคาของกลางไปแล้ว สินค้าปลาป่นของกลางในคดีนี้ดังกล่าวกับสินค้าปลาป่นของกลางในคดีนี้เป็นทรัพย์ สิ่งเดียวกัน เมื่อศาลชั้นต้นสั่งริบของกลางซึ่งเป็นปลาป่นแล้ว และไม่ปรากฏว่าของกลางที่สั่งริบนั้นไม่อาจขายได้ จึงต้องจ่ายรางวัลร้อยละยี่สิบของราคาของกลางจากเงินที่ได้จากการขายสินค้าปลาป่นของกลาง ตาม พ.ร.บ. ให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ. 2489 มาตรา 7 และ มาตรา 8 วรรคสอง ให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้จับกุมเพียงครั้งเดียว การที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาในคดีนี้ให้จ่ายเงินรางวัลแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้จับกุมร้อยละยี่สิบของราคาของกลางหรือค่าปรับอีกจึงเป็นการไม่ชอบ เพราะเป็นการให้จ่ายรางวัลซ้ำซ้อนเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จะไม่มีฝ่ายใดยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ปรับจำเลยเป็นเงินจำนวน 220,800 บาท อันเป็นจำนวนเดียวกับค่าปรับในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1823/2541 ของศาลชั้นต้น โดยกำหนดเงื่อนไขในการบังคับโทษปรับคดีนี้ว่า หากจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1823/2541 ของศาลชั้นต้น ชำระค่าปรับหรือถูกกักขังแทนค่าปรับในคดีดังกล่าวแล้ว เพียงใดก็ให้นำมาหักออกจากค่าปรับของจำเลยคดีนี้และในกรณีต้องกักขังจำเลยคดีนี้แทนค่าปรับก็ให้แบ่งกักขังจำเลยได้ไม่เกินกำหนด 1 ปี กับให้ยกคำขอของโจทก์ที่ขอให้จ่ายรางวัลแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้จับกุม นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 .
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000890.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547