คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2919/2547 ฉบับเต็ม

#112921
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2919/2547 บริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด โจทก์ นายบุญรอด บุตรสีพลอย กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 65, มาตรา 66, มาตรา 76 พ.ร.บ.ปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2534 มาตรา 24 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 มาตรา 18, มาตรา 23 เมื่อสำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมซึ่งมีฐานะเป็นกรม เป็นนิติบุคคลในสังกัดของกระทรวงจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมจึงเป็นเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 2 ด้วย การที่จำเลยที่ 1 ขับรถคันเกิดเหตุเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของสำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมก็ถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของจำเลยที่ 2 ด้วย จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นกระทรวงเจ้าสังกัดจึงต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายนั้น โจทก์จึงฟ้องจำเลยที่ 2 ได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชดใช้ค่าเสียหายจำนวน ๑๑๓,๑๔๗ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยที่ ๒ ชำระเงินจำนวน ๑๑๓,๑๔๗ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๔๑) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยที่ ๒ ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ ๕,๐๐๐ บาท ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๑ ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ ให้เป็นพับ จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๒ เสียด้วย ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นที่ยุติว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลมีวัตถุประสงค์ประกอบธุรกิจประกันวินาศภัย ได้รับประกันภัยรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ค - ๓๗๗๐ สมุทรปราการ จากบริษัทไทยผลิตภัณฑ์เหล็กกล้า จำกัด จำเลยที่ ๑ เป็นเจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ตำแหน่งพนักงานขับรถยนต์ ซึ่งสำนักงานปลัดกระทรวงดังกล่าวมีฐานะเป็นกรม เป็นนิติบุคคลสังกัดจำเลยที่ ๒ เมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๔๐ จำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ๔ ฌ - ๗๓๘๙ กรุงเทพมหานคร ของสำนักงานปลัดกระทรวงดังกล่าวซึ่งมีชื่อของจำเลยที่ ๒ ติดอยู่ข้างรถไปปฏิบัติหน้าที่ราชการ แล่นไปตามถนนพระรามหก เป็นเหตุให้ชนท้ายรถยนต์ที่โจทก์รับประกันภัยไว้ได้รับความเสียหาย คดีมีปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๒ หรือไม่ ตาม พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๔ บัญญัติว่า "หน่วยงานของรัฐ หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม?" และมาตรา ๕ บัญญัติว่า "หน่วยงานของรัฐต้องรับผิดต่อผู้เสียหายในผลแห่งละเมิดที่เจ้าหน้าที่ของตนได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ ในกรณีนี้ผู้เสียหายอาจฟ้องหน่วยงานของรัฐดังกล่าวได้โดยตรง แต่จะฟ้องเจ้าหน้าที่ไม่ได้" เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าสำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมเป็นหน่วยงานของจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๑ จึงเป็นเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ ๒ ด้วย การที่จำเลยที่ ๑ ขับรถคันเกิดเหตุเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของสำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ซึ่งอยู่ในสังกัดของจำเลยที่ ๒ ก็ถือได้ว่าจำเลยที่ ๑ ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของจำเลยที่ ๒ ด้วย จำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นกระทรวงเจ้าสังกัดจึงต้องร่วมรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายนั้นด้วย โจทก์จึงฟ้องจำเลยที่ ๒ ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย? พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ให้จำเลยที่ ๒ ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และฎีกาแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม ๕,๐๐๐ บาท. (เฉลิมศักดิ์ บุญยงค์-สายันต์ สุรสมภพ-มานะ ศุภวิริยกุล) ศาลแพ่ง - นางนิธิมณี ศังขมณี ยงเกียรติ ศาลอุทธรณ์ - นายวิชชา ชินวงษ์พราห์ม แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
112921
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นางนิธิมณี ศังขมณี ยงเกียรติ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายวิชชา ชินวงษ์พราห์ม"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082040332"
    }
}
date
2547
deka_no
2919/2547
deka_running_no
2919
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "เฉลิมศักดิ์ บุญยงค์",
    "สายันต์ สุรสมภพ",
    "มานะ ศุภวิริยกุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 65",
            "ม. 66",
            "ม. 76"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2534",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2534",
        "sections": [
            "ม. 24"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534",
        "sections": [
            "ม. 18",
            "ม. 23"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายบุญรอด บุตรสีพลอย กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชดใช้ค่าเสียหายจำนวน ๑๑๓,๑๔๗ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยที่ ๒ ชำระเงินจำนวน ๑๑๓,๑๔๗ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๔๑) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยที่ ๒ ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ ๕,๐๐๐ บาท ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๑ ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ ให้เป็นพับ

จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๒ เสียด้วย ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นที่ยุติว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลมีวัตถุประสงค์ประกอบธุรกิจประกันวินาศภัย ได้รับประกันภัยรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ค - ๓๗๗๐ สมุทรปราการ จากบริษัทไทยผลิตภัณฑ์เหล็กกล้า จำกัด จำเลยที่ ๑ เป็นเจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ตำแหน่งพนักงานขับรถยนต์ ซึ่งสำนักงานปลัดกระทรวงดังกล่าวมีฐานะเป็นกรม เป็นนิติบุคคลสังกัดจำเลยที่ ๒ เมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๔๐ จำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ๔ ฌ - ๗๓๘๙ กรุงเทพมหานคร ของสำนักงานปลัดกระทรวงดังกล่าวซึ่งมีชื่อของจำเลยที่ ๒ ติดอยู่ข้างรถไปปฏิบัติหน้าที่ราชการ แล่นไปตามถนนพระรามหก เป็นเหตุให้ชนท้ายรถยนต์ที่โจทก์รับประกันภัยไว้ได้รับความเสียหาย คดีมีปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๒ หรือไม่ ตาม พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๔ บัญญัติว่า "หน่วยงานของรัฐ หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม?" และมาตรา ๕ บัญญัติว่า "หน่วยงานของรัฐต้องรับผิดต่อผู้เสียหายในผลแห่งละเมิดที่เจ้าหน้าที่ของตนได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ ในกรณีนี้ผู้เสียหายอาจฟ้องหน่วยงานของรัฐดังกล่าวได้โดยตรง แต่จะฟ้องเจ้าหน้าที่ไม่ได้" เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าสำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมเป็นหน่วยงานของจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๑ จึงเป็นเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ ๒ ด้วย การที่จำเลยที่ ๑ ขับรถคันเกิดเหตุเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของสำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ซึ่งอยู่ในสังกัดของจำเลยที่ ๒ ก็ถือได้ว่าจำเลยที่ ๑ ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของจำเลยที่ ๒ ด้วย จำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นกระทรวงเจ้าสังกัดจึงต้องร่วมรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายนั้นด้วย โจทก์จึงฟ้องจำเลยที่ ๒ ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย?

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ให้จำเลยที่ ๒ ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และฎีกาแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม ๕,๐๐๐ บาท.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000898.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547