คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3454/2547 ฉบับเต็ม

#112924
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3454/2547 พนักงานอัยการจังหวัดแม่ฮ่องสอน โจทก์ นางฉลวย ธนะไพศาล ผู้ร้อง นายภูวนัย ใยโพธิ์ทอง จำเลย ป.อ. มาตรา 33 (1), มาตรา 36 ป.วิ.อ. มาตรา 176 ศาลชั้นต้นในคดีก่อนพิพากษาให้ริบรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลหมายเลขทะเบียน บก 5451 น่าน คดีถึงที่สุดแล้วตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ป.อ. มาตรา 36 เพียงแต่บัญญัติให้สิทธิแก่เจ้าของแท้จริงของทรัพย์ที่ถูกริบในคดีนั้น ในอันที่ขอคืนทรัพย์โดยเหตุมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำผิด การที่ศาลชั้นต้นในคดีดังกล่าววินิจฉัยว่า รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลหมายเลขทะเบียน บก 5451 น่าน เป็นยานพาหนะที่จำเลยใช้ในการกระทำผิด ย่อมเป็นยุติแล้ว ไม่มีบทบัญญัติกฎหมายใดให้อำนาจศาลอุทธรณ์ภาค 5 ในคดีขอคืนของกลางนี้ จะหยิบยกข้อเท็จจริงที่ยุติในคดีที่ถึงที่สุดแล้วมาวินิจฉัยได้อีก ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ชอบที่จะวินิจฉัยไปตามประเด็นตามคำร้องที่ผู้ร้องยกขึ้นอ้างว่าตนมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำผิดของจำเลยในคดีดังกล่าวเท่านั้น ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ. คนเข้าเมือง และริบรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล หมายเลขทะเบียน บก - ๕๔๕๑ น่าน ของกลาง ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล หมายเลขทะเบียน บก - ๕๔๕๑ น่าน ของกลาง ผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย ขอให้ศาลสั่งคืนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลของกลางแก่ผู้ร้อง โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลของกลาง และผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำผิดของจำเลย ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่ง ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ พิพากษากลับ ให้คืนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล หมายเลขทะเบียน บก - ๕๔๕๑ น่าน ของกลางแก่ผู้ร้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ มีอำนาจหยิบยกคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๘๘๐/๒๕๔๔ ของศาลชั้นต้น ขึ้นวินิจฉัยในปัญหาข้อกฎหมายว่า คำพิพากษาศาลชั้นต้นในส่วนที่ให้ริบรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล หมายเลขทะเบียน บก - ๕๔๕๑ น่าน ในคดีดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า คดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๘๘๐/๒๕๔๔ ของศาลชั้นต้น ได้ถึงที่สุดแล้ว ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ป.อ. มาตรา ๓๖ เพียงแต่บัญญัติให้สิทธิแก่เจ้าของแท้จริงของทรัพย์ที่ถูกริบในคดีนั้น ในอันที่ขอคืนทรัพย์โดยเหตุมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำผิด จึงคงมีประเด็นที่ศาลจะต้องไต่สวนและมีคำสั่งเฉพาะเหตุตามคำร้องที่ปรากฏเท่านั้น การที่รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล หมายเลขทะเบียน บก - ๕๔๕๑ น่าน ถูกริบโดยเหตุที่ศาลชั้นต้นในคดีดังกล่าววินิจฉัยว่าเป็นยานพาหนะที่ใช้ในการกระทำผิด ย่อมเป็นยุติแล้ว ไม่มีบทบัญญัติกฎหมายใดให้อำนาจศาลอุทธรณ์ภาค ๕ ในคดีขอคืนของกลางนี้ จะหยิบยกข้อเท็จจริงที่ยุติในคดีที่ถึงที่สุดแล้วมาวินิจฉัยได้อีก ข้อวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค ๕ จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ ชอบที่จะวินิจฉัยไปตามประเด็นตามคำร้องที่ผู้ร้องยกขึ้นอ้างว่าตนมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำผิดของจำเลยในคดีดังกล่าวเท่านั้น ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๕ ให้ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ พิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี. (สมชาย จุลนิติ์-มานะ ศุภวิริยกุล-ชาลี ทัพภวิมล) ศาลจังหวัดแม่ฮ่องสอน - นายปัญญา มั่นคง ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายวรงค์พร จิระภาค แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
112924
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดแม่ฮ่องสอน",
        "judge": "นายปัญญา มั่นคง"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 5",
        "judge": "นายวรงค์พร จิระภาค"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082039893"
    }
}
date
2547
deka_no
3454/2547
deka_running_no
3454
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "สมชาย จุลนิติ์",
    "มานะ ศุภวิริยกุล",
    "ชาลี ทัพภวิมล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 33 (1)",
            "ม. 36"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 176"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดแม่ฮ่องสอน"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นางฉลวย ธนะไพศาล"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายภูวนัย ใยโพธิ์ทอง"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ. คนเข้าเมือง และริบรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล หมายเลขทะเบียน บก - ๕๔๕๑ น่าน ของกลาง

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล หมายเลขทะเบียน บก - ๕๔๕๑ น่าน ของกลาง ผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย ขอให้ศาลสั่งคืนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลของกลางแก่ผู้ร้อง

โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลของกลาง และผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำผิดของจำเลย ขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่ง ยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ พิพากษากลับ ให้คืนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล หมายเลขทะเบียน บก - ๕๔๕๑ น่าน ของกลางแก่ผู้ร้อง

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ มีอำนาจหยิบยกคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๘๘๐/๒๕๔๔ ของศาลชั้นต้น ขึ้นวินิจฉัยในปัญหาข้อกฎหมายว่า คำพิพากษาศาลชั้นต้นในส่วนที่ให้ริบรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล หมายเลขทะเบียน บก - ๕๔๕๑ น่าน ในคดีดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า คดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๘๘๐/๒๕๔๔ ของศาลชั้นต้น ได้ถึงที่สุดแล้ว ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ป.อ. มาตรา ๓๖ เพียงแต่บัญญัติให้สิทธิแก่เจ้าของแท้จริงของทรัพย์ที่ถูกริบในคดีนั้น ในอันที่ขอคืนทรัพย์โดยเหตุมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำผิด จึงคงมีประเด็นที่ศาลจะต้องไต่สวนและมีคำสั่งเฉพาะเหตุตามคำร้องที่ปรากฏเท่านั้น การที่รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล หมายเลขทะเบียน บก - ๕๔๕๑ น่าน ถูกริบโดยเหตุที่ศาลชั้นต้นในคดีดังกล่าววินิจฉัยว่าเป็นยานพาหนะที่ใช้ในการกระทำผิด ย่อมเป็นยุติแล้ว ไม่มีบทบัญญัติกฎหมายใดให้อำนาจศาลอุทธรณ์ภาค ๕ ในคดีขอคืนของกลางนี้ จะหยิบยกข้อเท็จจริงที่ยุติในคดีที่ถึงที่สุดแล้วมาวินิจฉัยได้อีก ข้อวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค ๕ จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ ชอบที่จะวินิจฉัยไปตามประเด็นตามคำร้องที่ผู้ร้องยกขึ้นอ้างว่าตนมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำผิดของจำเลยในคดีดังกล่าวเท่านั้น ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๕ ให้ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ พิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000894.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547