คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3688/2547 ฉบับเต็ม

#112925
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3688/2547 บริษัทพรีซีชั่น วาวล์ ประเทศสิงคโปร์ จำกัด โจทก์ บริษัทพรีซีชั่น นอม จำกัด จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 177 วรรคสาม, มาตรา 179 วรรคสาม โจทก์ฟ้องว่าจำเลยผิดนัดไม่ชำระราคาสินค้าแก่โจทก์ ขอให้จำเลยชำระราคา จำเลยฟ้องแย้งว่าก่อนหน้านั้นจำเลยได้สั่งซื้อสินค้าจากโจทก์ โดยโจทก์ตกลงให้จำเลยมีหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพสินค้าที่โจทก์ส่งมาจำหน่ายให้แก่จำเลยและตกลงให้ค่าตรวจสอบคุณภาพสินค้าแก่จำเลยเป็นรายชิ้น เมื่อคิดหักกลบลบหนี้กันแล้วโจทก์ ยังคงเป็นลูกหนี้จำเลยอยู่ ขอให้โจทก์ชำระเงินแก่จำเลย ดังนี้หนี้ทั้งสองรายที่โจทก์และจำเลยกล่าวอ้างเกิดจากการที่จำเลยซื้อสินค้าจากโจทก์ เมื่อหนี้ดังกล่าวเป็นหนี้เงินและทั้งสองฝ่ายต่างอ้างว่าถึงกำหนดชำระแล้ว หากฟังได้ว่าโจทก์เป็นหนี้จำเลยจริง จำเลยย่อมใช้สิทธิหักกลบลบหนี้ได้เนื่องจากหนี้นั้นมีวัตถุแห่งหนี้เป็นอย่างเดียวกัน จึงถือได้ว่าฟ้องแย้งของจำเลยเกี่ยวกับคำฟ้องเดิมพอที่จะรวมพิจารณาและชี้ขาดตัดสินเข้าด้วยกันได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 177 วรรคสาม และ 179 วรรคสาม ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน ๒,๗๕๗,๔๗๒.๖๗ บาท พร้อมดอกเบี้ยของต้นเงินจำนวน ๒,๔๐๒,๓๑๕.๙๕ บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้องและฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ชำระเงินค่าตรวจสอบคุณภาพสินค้าจำนวน ๓๕,๓๑๒.๘๐ ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมดอกเบี้ยแก่จำเลย ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งรับคำให้การ ส่วนฟ้องแย้งของจำเลยไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิม ไม่รับฟ้องแย้ง จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ที่จำเลยอุทธรณ์ข้อแรกว่าฟ้องแย้งของจำเลยเกี่ยวกับฟ้องเดิมนั้น หนี้ทั้งสองรายที่โจทก์และจำเลยกล่าวอ้างดังกล่าวเกิดจากการที่จำเลยซื้อสินค้าจากโจทก์ อันเป็นหนี้เงินและทั้งสองฝ่ายต่างอ้างว่าถึงกำหนดชำระแล้ว ดังนี้ หากฟังได้ว่าโจทก์เป็นหนี้จำเลยจริง จำเลยย่อมอาจใช้สิทธิขอหักกลบลบหนี้ได้ เนื่องจากหนี้นั้นมีวัตถุแห่งหนี้เป็นอย่างเดียวกัน จึงถือได้ว่าฟ้องแย้งของจำเลยเกี่ยวกับคำฟ้องเดิมและเกี่ยวข้องกันพอที่จะรวมการพิจารณาและชี้ขาดตัดสินเข้าด้วยกันได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๑๗๗ วรรคสาม และมาตรา ๑๗๙ วรรคสาม ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งไม่รับฟ้องแย้งมานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ อุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ข้ออื่นของจำเลยเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไป พิพากษากลับ ให้รับฟ้องแย้งของจำเลยไว้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษา . (จรูญวิทย์ ทองสอน-กำพล ภู่สุดแสวง-สุวัฒน์ วรรธนะหทัย) ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ - นางเสาวลักษณ์ จุลมนต์ ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
112925
courts
[
    {
        "court": "ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ",
        "judge": "นางเสาวลักษณ์ จุลมนต์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082039687"
    }
}
date
2547
deka_no
3688/2547
deka_running_no
3688
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "จรูญวิทย์ ทองสอน",
    "กำพล ภู่สุดแสวง",
    "สุวัฒน์ วรรธนะหทัย"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 177 วรรคสาม",
            "ม. 179 วรรคสาม"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทพรีซีชั่น วาวล์ ประเทศสิงคโปร์ จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทพรีซีชั่น นอม จำกัด"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน ๒,๗๕๗,๔๗๒.๖๗ บาท พร้อมดอกเบี้ยของต้นเงินจำนวน ๒,๔๐๒,๓๑๕.๙๕ บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้องและฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ชำระเงินค่าตรวจสอบคุณภาพสินค้าจำนวน ๓๕,๓๑๒.๘๐ ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมดอกเบี้ยแก่จำเลย

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งรับคำให้การ ส่วนฟ้องแย้งของจำเลยไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิม ไม่รับฟ้องแย้ง

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ที่จำเลยอุทธรณ์ข้อแรกว่าฟ้องแย้งของจำเลยเกี่ยวกับฟ้องเดิมนั้น หนี้ทั้งสองรายที่โจทก์และจำเลยกล่าวอ้างดังกล่าวเกิดจากการที่จำเลยซื้อสินค้าจากโจทก์ อันเป็นหนี้เงินและทั้งสองฝ่ายต่างอ้างว่าถึงกำหนดชำระแล้ว ดังนี้ หากฟังได้ว่าโจทก์เป็นหนี้จำเลยจริง จำเลยย่อมอาจใช้สิทธิขอหักกลบลบหนี้ได้ เนื่องจากหนี้นั้นมีวัตถุแห่งหนี้เป็นอย่างเดียวกัน จึงถือได้ว่าฟ้องแย้งของจำเลยเกี่ยวกับคำฟ้องเดิมและเกี่ยวข้องกันพอที่จะรวมการพิจารณาและชี้ขาดตัดสินเข้าด้วยกันได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๑๗๗ วรรคสาม และมาตรา ๑๗๙ วรรคสาม ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งไม่รับฟ้องแย้งมานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ อุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ข้ออื่นของจำเลยเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไป

พิพากษากลับ ให้รับฟ้องแย้งของจำเลยไว้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษา .
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000892.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547