ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1378/2547
กรมศุลกากร
โจทก์
บริษัทโกลเด้นฟุตแวร์ส จำกัด
จำเลย
ป.พ.พ. มาตรา 328 วรรคสอง
พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 10 ทวิ วรรคหนึ่ง, มาตรา 112 ตรี, มาตรา 112 จัตวา วรรคหนึ่ง
พ.ร.บ.ศุลกากร (ฉบับที่ 9) พ.ศ.2482 มาตรา 19 ทวิ
ป.วิ.พ. มาตรา ตาราง 6 ท้าย ป.วิ.พ.
ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 112 ตรี บัญญัติว่า เงินเพิ่มให้ถือเป็นเงินอากร หมายถึงให้ถือเป็นเงินประเภทเดียวกันเท่านั้น หาได้หมายความถึงเป็นมูลหนี้รายเดียวกันไม่ หนี้ค่าอากรขาเข้าเกิดขึ้นในเวลาที่นำของเข้าสำเร็จ ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 10 ทวิ วรรคหนึ่ง ในขณะนั้นหนี้เงินเพิ่มยังไม่เกิดขึ้น หนี้เงินเพิ่มเกิดขึ้นเนื่องจากไม่ชำระค่าอากรภายในกำหนดตามมาตรา 112 จัตวา วรรคหนึ่ง หนี้ค่าอากรกับหนี้เงินเพิ่มจึงเป็นมูลหนี้หลายราย หนี้ค่าอากรเป็นหนี้รายที่ตกหนักที่สุดแก่ลูกหนี้ย่อมได้รับปลดเปลื้องไปก่อน ตาม ป.พ.พ. มาตรา 328 วรรคสอง
คดีนี้มีทุนทรัพย์ 15,668.98 บาท ศาลภาษีอากรกลางกำหนดค่าทนายความให้โจทก์ 2,000 บาท เกินกว่าอัตราที่กำหนดไว้ตามตาราง 6 ท้าย ป.วิ.พ. แม้จำเลยมิได้อุทธรณ์ แต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง
___________________________
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าอากรและเงินเพิ่มจำนวน ๑๕,๖๖๘.๙๘ บาท พร้อมเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ ๑ ต่อเดือน หรือเศษของเดือนของจำนวนอากรขาเข้าดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ
ศาลภาษีอากรกลางพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์จำนวน ๙,๗๓๒.๒๘ บาท กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ ๒,๐๐๐ บาท
โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า คดีนี้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ระหว่างเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม ๒๕๓๗ จำเลยนำสินค้าโซ่ทองเหลืองสำหรับเสริมขอบรองเท้าและหนังเทียมเข้ามาในราชอาณาจักรรวมสามใบขนสินค้า โดยจำเลยสำแดงว่าเป็นสินค้าที่นำเข้ามาเพื่อผลิตและส่งออกภายในหนึ่งปีนับแต่วันนำเข้า จำเลยแสดงความประสงค์ขอคืนอากรตาม พ.ร.บ.ศุลกากร (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๔๘๒ มาตรา ๑๙ ทวิ โดยจำเลยใช้หนังสือค้ำประกันของธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) ค้ำประกันไว้แทนการชำระค่าอากรที่ต้องเสีย พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจปล่อยสินค้าให้จำเลยรับไปเมื่อวันที่ ๒ และ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๓๗ จำเลยไม่ได้นำสินค้าดังกล่าวไปใช้ในการผลิตเพื่อส่งออกภายในกำหนดจึงต้องชำระค่าอากรและเงินเพิ่ม พนักงานเจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้จำเลยนำค่าอากรพร้อมเงินเพิ่มไปชำระแก่โจทก์แล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย โจทก์จึงแจ้งให้ผู้ค้ำประกันชำระแทน ผู้ค้ำประกันชำระเงินเมื่อวันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๓๙ โจทก์นำเงินดังกล่าวมาชำระเงินเพิ่มก่อน ส่วนที่เหลือจึงนำมาชำระค่าอากร ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์มีว่า หนี้ค่าอากรและหนี้เงินเพิ่มเป็นมูลหนี้รายเดียวกันหรือไม่ เห็นว่า การที่บทบัญญัติดังกล่าวบัญญัติว่า เงินเพิ่มให้ถือเป็นเงินอากรนั้นหมายถึงให้ถือเป็นเงินประเภทเดียวกันเท่านั้น หาได้หมายความถึงเป็นมูลหนี้รายเดียวกันไม่ หนี้ค่าอากรขาเข้าเกิดขึ้นในเวลาที่นำของเข้าสำเร็จ ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ มาตรา ๑๐ ทวิ วรรคหนึ่ง ในขณะนั้นหนี้เงินเพิ่มยังไม่เกิดขึ้น หนี้เงินเพิ่มเกิดขึ้นเนื่องจากไม่ชำระค่าอากรภายในกำหนดตามมาตรา ๑๑๒ จัตวา วรรคหนึ่ง หนี้ค่าอากรกับหนี้เงินเพิ่มจึงเป็นมูลหนี้หลายราย หนี้ค่าอากรเป็นหนี้รายที่ตกหนักที่สุดแก่ลูกหนี้ย่อมได้รับปลดเปลื้องไปก่อน ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๓๒๘ วรรคสอง ที่ศาลภาษีอากรกลางให้นำเงินประกันมาชำระค่าอากรก่อนชอบแล้ว ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น
อนึ่ง คดีนี้มีทุนทรัพย์ ๑๕,๖๖๘.๙๘ บาท ที่ศาลภาษีอากรกลางกำหนดค่าทนายความให้โจทก์ ๒,๐๐๐ บาท นั้น เกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ตามตาราง ๖ ท้าย ป.วิ.พ. แม้จำเลยมิได้อุทธรณ์ แต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง
พิพากษายืน แต่ให้จำเลยใช้ค่าทนายความแทนโจทก์ในศาลภาษีอากรกลาง ๑,๒๐๐ บาท จำเลยไม่แก้อุทธรณ์จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้.
(ทองหล่อ โฉมงาม-วิชัย ชื่นชมพูนุท-ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์)
ศาลภาษีอากรกลาง - นายศรีณัฐ พสุนธราธรรม
ศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ