คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1617/2547 ฉบับเต็ม

#112939
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1617/2547 บริษัทอาร์เอ็มเจเอ็ม (ประเทศไทย) จำกัด โจทก์ นางสาวประดาว คำรุ่งรักษ์ธรรม จำเลย พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง, มาตรา 118 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 52 ตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของนายจ้าง กำหนดให้พนักงานพ้นสภาพจากการเป็นพนักงานเมื่อเกษียณอายุเมื่อพนักงานมีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ ยกเว้นกรณีนายจ้างอนุมัติต่ออายุการจ้างแรงงานก่อนการเกษียณอายุ และพนักงานที่เกษียณอายุมีสิทธิได้รับค่าชดเชย การที่นายจ้างอนุมัติให้ลูกจ้างทำงานภายหลังจากมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์แล้ว โดยมิได้จ่ายค่าชดเชยตามสิทธิให้แก่ลูกจ้างในขณะนั้น นอกจากจะเป็นการต่ออายุสัญญาจ้างแรงงานแล้ว ยังเป็นการตกลงขยายระยะเวลาการเกษียณอายุสำหรับลูกจ้างต่อไปด้วย มิใช่เป็นการสละสิทธิการเกษียณอายุ ต่อมาเมื่อ ลูกจ้างขอใช้สิทธิเกษียณอายุและนายจ้างอนุมัติ นายจ้างจึงต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้าง ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนหรือเปลี่ยนแปลงคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานที่ ๑/๒๕๔๕ ของจำเลย จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ว พิพากษาแก้ไขคำสั่งที่ ๑/๒๕๔๕ ของจำเลยโดยให้โจทก์จ่ายค่าชดเชย ๔๔๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๔ จนกว่าจะชำระเสร็จแก่นายพูลสุขลูกจ้าง เพิกถอนคำสั่งที่ให้จ่ายค่าทำงานในวันหยุด โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานพิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังยุติตามคำพิพากษาของศาลแรงงานกลางว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีวัตถุประสงค์ให้บริการเกี่ยวกับงานสถาปัตยกรรม การโยธา การจัดการ ก่อสร้างและอื่น ๆ โจทก์และนายพูลสุข มณฑาทิพย์ ลูกจ้างได้ทำหนังสือสัญญาจ้างงานฉบับแรกเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๓๗ มีกำหนดการจ้าง ๘ เดือน ครบกำหนดตามสัญญาจ้างงานฉบับแรกดังกล่าว โจทก์กับนายพูลสุขตกลงทำสัญญาจ้างงานฉบับที่ ๒ โดยให้เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๓๘ ต่อเนื่องกับสัญญาจ้างฉบับแรก เมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๔๔ นายพูลสุขมีหนังสือถึงกรรมการผู้จัดการโจทก์ขอเกษียณอายุจากการจ้างงานเพื่อขอรับค่าชดเชย ต่อมาวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๔๔ กรรมการผู้จัดการโจทก์มีหนังสือถึงนายพูลสุขว่า นายพูลสุขมีอายุงาน ๕ ปี ๙ เดือนเศษ โจทก์จะ จ่ายค่าชดเชย ๖ เท่าของเงินเดือน โดยแบ่งจ่ายเป็นรายเดือนรวม ๑๒ เดือน นายพูลสุขไม่ยอม และได้ไปร้องเรียนต่อพนักงานตรวจแรงงาน จำเลยซึ่งเป็นพนักงานตรวจแรงงานได้มีคำสั่งที่ ๑/๒๕๔๕ ให้โจทก์จ่ายค่าชดเชยและค่าทำงานในวันหยุดให้แก่ลูกจ้าง นายพูลสุขทำงานเป็นลูกจ้างโจทก์ในตำแหน่งที่ปรึกษา มีหน้าที่ควบคุมตรวจสอบการก่อสร้าง งานในหน้าที่ตามสัญญาจ้างฉบับแรกและฉบับที่ ๒ เป็นงานอย่างเดียวกัน ซึ่งเป็นงานธุรกิจประจำของโจทก์ มิใช่งาน ที่มีลักษณะเป็นครั้งคราวหรืองานโครงการเฉพาะหรืองานตามฤดูกาล นายพูลสุขพ้นสภาพการเป็นลูกจ้างของโจทก์เมื่อวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๔๔ แม้จะหักวันทำงานช่วงที่โจทก์กับนายพูลสุขตกลงลดลงกึ่งหนึ่งออกแล้ว นายพูลสุขมีระยะเวลาทำงานเป็นลูกจ้างโจทก์ ๖ ปี ๔ เดือนเศษ? มีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า การที่นายพูลสุขสมัครใจทำงานเป็นลูกจ้างโจทก์ต่อไปภายหลังจากที่มีอายุ ๖๐ ปี ซึ่งครบเกษียณอายุแล้ว เป็นการสละสิทธิการเกษียณอายุหรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของโจทก์ กำหนดให้พนักงานของโจทก์พ้นจากสภาพพนักงานเมื่อเกษียณอายุ เมื่อพนักงานมีอายุ ๖๐ ปีบริบูรณ์ ยกเว้นกรณีที่โจทก์อนุมัติต่ออายุการจ้างก่อนการเกษียณอายุและพนักงานที่เกษียณอายุมีสิทธิได้รับค่าชดเชยก่อนที่นายพูลสุขจะมีอายุครบ ๖๐ ปี โจทก์ได้ทำสัญญาจ้างนายพูลสุขเป็นลูกจ้างต่อโดยไม่กำหนดระยะเวลาตามสัญญาจ้างแรงงานฉบับลงวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๓๘ ขณะที่นายพูลสุขขอพ้นสภาพการเป็นพนักงานของโจทก์เนื่องจากการเกษียณอายุ นายพูลสุขมีอายุ ๖๒ ปี เห็นว่า ขณะที่นายพูลสุขมีอายุครบ ๖๐ ปีบริบูรณ์ นั้น ตามปกติแล้วนายพูลสุขย่อมต้องพ้นสภาพการเป็นพนักงานของโจทก์เพราะเหตุเกษียณอายุโดยมีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของโจทก์ การที่โจทก์อนุมัติให้นายพูลสุขทำงานต่อไปภายหลังจากที่นายพูลสุขมีอายุครบ ๖๐ ปีบริบูรณ์แล้ว โดยมิได้จ่ายค่าชดเชยให้แก่นายพูลสุขตามสิทธิของนายพูลสุข ในขณะนั้น นอกจากจะเป็นการต่ออายุสัญญาจ้างแรงงานแล้วยังเป็นการตกลงขยายระยะเวลาการเกษียณอายุสำหรับรายนายพูลสุขต่อไปด้วย มิใช่เป็นการสละสิทธิการเกษียณอายุตามที่โจทก์อ้างเพราะมิฉะนั้น นายพูลสุขก็คงจะไม่ยอมต่ออายุสัญญาจ้างอีก การที่นายพูลสุขขอใช้สิทธิเกษียณอายุและโจทก์อนุมัติให้สิ้นสุดการจ้างเมื่อวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๔๔ จึงถือว่านายพูลสุขได้พ้นสภาพการเป็นลูกจ้างของโจทก์เนื่องจากเกษียณอายุ มิใช่เป็นการลาออกจากงาน พิพากษายืน. (ปัญญา สุทธิบดี-อรพินท์ เศรษฐมานิต-สถิตย์ อรรถบลยุคล) ศาลแรงงานกลาง - นายอนันต์ โรจนเนืองนิตย์ ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
112939
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นายอนันต์ โรจนเนืองนิตย์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082041093"
    }
}
date
2547
deka_no
1617/2547
deka_running_no
1617
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "ปัญญา สุทธิบดี",
    "อรพินท์ เศรษฐมานิต",
    "สถิตย์ อรรถบลยุคล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541",
        "sections": [
            "ม. 9 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 118"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 52"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทอาร์เอ็มเจเอ็ม (ประเทศไทย) จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวประดาว คำรุ่งรักษ์ธรรม"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนหรือเปลี่ยนแปลงคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานที่ ๑/๒๕๔๕ ของจำเลย

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ว พิพากษาแก้ไขคำสั่งที่ ๑/๒๕๔๕ ของจำเลยโดยให้โจทก์จ่ายค่าชดเชย ๔๔๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๔ จนกว่าจะชำระเสร็จแก่นายพูลสุขลูกจ้าง เพิกถอนคำสั่งที่ให้จ่ายค่าทำงานในวันหยุด

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานพิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังยุติตามคำพิพากษาของศาลแรงงานกลางว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีวัตถุประสงค์ให้บริการเกี่ยวกับงานสถาปัตยกรรม การโยธา การจัดการ ก่อสร้างและอื่น ๆ โจทก์และนายพูลสุข มณฑาทิพย์ ลูกจ้างได้ทำหนังสือสัญญาจ้างงานฉบับแรกเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๓๗ มีกำหนดการจ้าง ๘ เดือน ครบกำหนดตามสัญญาจ้างงานฉบับแรกดังกล่าว โจทก์กับนายพูลสุขตกลงทำสัญญาจ้างงานฉบับที่ ๒ โดยให้เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๓๘ ต่อเนื่องกับสัญญาจ้างฉบับแรก เมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๔๔ นายพูลสุขมีหนังสือถึงกรรมการผู้จัดการโจทก์ขอเกษียณอายุจากการจ้างงานเพื่อขอรับค่าชดเชย ต่อมาวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๔๔ กรรมการผู้จัดการโจทก์มีหนังสือถึงนายพูลสุขว่า นายพูลสุขมีอายุงาน ๕ ปี ๙ เดือนเศษ โจทก์จะ จ่ายค่าชดเชย ๖ เท่าของเงินเดือน โดยแบ่งจ่ายเป็นรายเดือนรวม ๑๒ เดือน นายพูลสุขไม่ยอม และได้ไปร้องเรียนต่อพนักงานตรวจแรงงาน จำเลยซึ่งเป็นพนักงานตรวจแรงงานได้มีคำสั่งที่ ๑/๒๕๔๕ ให้โจทก์จ่ายค่าชดเชยและค่าทำงานในวันหยุดให้แก่ลูกจ้าง นายพูลสุขทำงานเป็นลูกจ้างโจทก์ในตำแหน่งที่ปรึกษา มีหน้าที่ควบคุมตรวจสอบการก่อสร้าง งานในหน้าที่ตามสัญญาจ้างฉบับแรกและฉบับที่ ๒ เป็นงานอย่างเดียวกัน ซึ่งเป็นงานธุรกิจประจำของโจทก์ มิใช่งาน ที่มีลักษณะเป็นครั้งคราวหรืองานโครงการเฉพาะหรืองานตามฤดูกาล นายพูลสุขพ้นสภาพการเป็นลูกจ้างของโจทก์เมื่อวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๔๔ แม้จะหักวันทำงานช่วงที่โจทก์กับนายพูลสุขตกลงลดลงกึ่งหนึ่งออกแล้ว นายพูลสุขมีระยะเวลาทำงานเป็นลูกจ้างโจทก์ ๖ ปี ๔ เดือนเศษ? มีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า การที่นายพูลสุขสมัครใจทำงานเป็นลูกจ้างโจทก์ต่อไปภายหลังจากที่มีอายุ ๖๐ ปี ซึ่งครบเกษียณอายุแล้ว เป็นการสละสิทธิการเกษียณอายุหรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของโจทก์ กำหนดให้พนักงานของโจทก์พ้นจากสภาพพนักงานเมื่อเกษียณอายุ เมื่อพนักงานมีอายุ ๖๐ ปีบริบูรณ์ ยกเว้นกรณีที่โจทก์อนุมัติต่ออายุการจ้างก่อนการเกษียณอายุและพนักงานที่เกษียณอายุมีสิทธิได้รับค่าชดเชยก่อนที่นายพูลสุขจะมีอายุครบ ๖๐ ปี โจทก์ได้ทำสัญญาจ้างนายพูลสุขเป็นลูกจ้างต่อโดยไม่กำหนดระยะเวลาตามสัญญาจ้างแรงงานฉบับลงวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๓๘ ขณะที่นายพูลสุขขอพ้นสภาพการเป็นพนักงานของโจทก์เนื่องจากการเกษียณอายุ นายพูลสุขมีอายุ ๖๒ ปี เห็นว่า ขณะที่นายพูลสุขมีอายุครบ ๖๐ ปีบริบูรณ์ นั้น ตามปกติแล้วนายพูลสุขย่อมต้องพ้นสภาพการเป็นพนักงานของโจทก์เพราะเหตุเกษียณอายุโดยมีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของโจทก์ การที่โจทก์อนุมัติให้นายพูลสุขทำงานต่อไปภายหลังจากที่นายพูลสุขมีอายุครบ ๖๐ ปีบริบูรณ์แล้ว โดยมิได้จ่ายค่าชดเชยให้แก่นายพูลสุขตามสิทธิของนายพูลสุข ในขณะนั้น นอกจากจะเป็นการต่ออายุสัญญาจ้างแรงงานแล้วยังเป็นการตกลงขยายระยะเวลาการเกษียณอายุสำหรับรายนายพูลสุขต่อไปด้วย มิใช่เป็นการสละสิทธิการเกษียณอายุตามที่โจทก์อ้างเพราะมิฉะนั้น นายพูลสุขก็คงจะไม่ยอมต่ออายุสัญญาจ้างอีก การที่นายพูลสุขขอใช้สิทธิเกษียณอายุและโจทก์อนุมัติให้สิ้นสุดการจ้างเมื่อวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๔๔ จึงถือว่านายพูลสุขได้พ้นสภาพการเป็นลูกจ้างของโจทก์เนื่องจากเกษียณอายุ มิใช่เป็นการลาออกจากงาน

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000905.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547