คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4551/2547 ฉบับเต็ม

#112943
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4551/2547 นางมาลินี เทียนหิรัญ โจทก์ พันเอกประสิทธิ์หรือพลโทประสิทธิ์ โยธีพิทักษ์ กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 1015, มาตรา 1157 ป.วิ.พ. มาตรา 55, มาตรา 57 (1) ป.พ.พ. มาตรา 1157 บัญญัติว่า "การตั้งกรรมการขึ้นใหม่นั้น ตั้งใครเมื่อใด ท่านให้นำความไปจดทะเบียนภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่ตั้งจงทุกครั้ง" การที่บริษัท ว. โดยจำเลยที่ 1 ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจเป็นผู้ดำเนินการจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงกรรมการและอำนาจของกรรมการตามมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครได้รับจดทะเบียนไว้ จึงเป็นกรณีที่บริษัท ว. เป็นผู้นำความเกี่ยวกับการตั้งกรรมการขึ้นใหม่ไปจดทะเบียนตามบทกฎหมายดังกล่าว หากโจทก์เห็นว่า การกระทำของบริษัท ว. เป็นการกระทำที่มิชอบทำให้โจทก์ซึ่งเป็นกรรมการคนหนึ่งของบริษัทได้รับความเสียหายเพราะต้องพ้นจากตำแหน่งกรรมการ ก็ชอบที่จะ ต้องฟ้องบริษัท ว. ในฐานะที่กระทำการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ให้เข้ามาเป็นคู่ความในคดีโดยตรง เพราะแม้การจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงนั้นจะได้กระทำโดยจำเลยที่ 1 แต่ก็เป็นการกระทำในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจกระทำแทนบริษัท ว. ซึ่งเป็นนิติบุคคลต่างหาก การที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 และบริษัทอื่นเป็นจำเลยกรณีจึงไม่มีบุคคลที่อาจต้องรับผิดตามคำขอของโจทก์มาในฟ้อง อันเป็นเหตุให้ศาลไม่อาจจะพิพากษาบังคับให้ตามคำขอของโจทก์ได้ ตลอดทั้งไม่มีเหตุตามกฎหมายที่ศาลจะต้องรับฟ้องคดีไว้เพื่อรอให้บริษัท ว. ร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความในคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57 (1) เพราะไม่อาจบังคับได้ตามคำฟ้องมาแต่ต้นแล้ว ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้มีคำสั่งเพิกถอนมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ ๑/๒๕๓๙ เมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๓๙ และบังคับให้จำเลยทั้งสองจดทะเบียนเพิกถอนการจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงกรรมการและอำนาจกรรมการตามที่แสดงในมติที่ประชุมดังกล่าว หากจำเลยทั้งสองเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ฟ้องเลิกบริษัทโดยไม่ฟ้องบริษัท ว. เป็นจำเลยด้วย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ก่อนเริ่มสืบพยาน ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้โดยไม่จำต้องสืบพยาน จึงให้งดสืบพยานโจทก์และจำเลยทั้งสองแล้วพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีสิทธิฟ้องจำเลยที่ ๑ ในฐานะส่วนตัวและจำเลยที่ ๒ ให้ร่วมกันจดทะเบียนเพิกถอนการจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงกรรมการและอำนาจของกรรมการตามมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ ๑/๒๕๓๙ เมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๓๙ หรือไม่ เห็นว่า ป.พ.พ. มาตรา ๑๑๕๗ บัญญัติว่า "การตั้งกรรมการขึ้นใหม่นั้น ตั้งใคร เมื่อใด ท่านให้นำความไปจดทะเบียนภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่ตั้งจงทุกครั้ง" การที่บริษัท ว. โดยจำเลยที่ ๑ ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจเป็นผู้ดำเนินการจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงกรรมการและอำนาจของกรรมการตามมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นดังกล่าว สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครได้รับจดทะเบียนไว้เมื่อวันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๓๙ โดยอ้างถึงมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ ๑/๒๕๓๙ เมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๓๙ จึงเป็นกรณีที่บริษัท ว. เป็นผู้นำความเกี่ยวกับการตั้งกรรมการขึ้นใหม่ไปจดทะเบียนตามบทกฎหมายดังกล่าว ดังนี้ หากโจทก์เห็นว่าการกระทำของบริษัท ว. เป็นการกระทำที่มิชอบทำให้โจทก์ซึ่งเป็นกรรมการคนหนึ่งของบริษัทได้รับความเสียหายเพราะต้องพ้นจากตำแหน่งกรรมการ ก็ชอบที่จะต้องฟ้องบริษัท ว. ในฐานะที่กระทำการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ให้เข้ามาเป็นคู่ความในคดีโดยตรง เพราะแม้การจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงนั้นจะได้กระทำโดยจำเลยที่ ๑ แต่ก็เป็นการกระทำของจำเลยที่ ๑ ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจกระทำแทนบริษัท ว. ซึ่งเป็นนิติบุคคลต่างหาก กรณีจึงไม่มีบุคคลที่อาจต้องรับผิดตามคำขอของโจทก์มาในฟ้อง อันเป็นเหตุให้ศาลไม่อาจจะพิพากษาบังคับให้ตามคำขอของโจทก์ได้ตลอดทั้งไม่มีเหตุตามกฎหมายที่ศาลจะต้องรับฟ้องคดีไว้เพื่อรอให้บริษัทดังกล่าวร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความในคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๕๗ (๑) เพราะไม่อาจบังคับได้ตามคำฟ้องมาแต่ต้นแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (สมชาย จุลนิติ์-สายันต์ สุรสมภพ-วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์) ศาลแพ่ง - นายโสภณ บางยี่ขัน ศาลอุทธรณ์ - นายอิสสระ นิ่มละมัย แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
112943
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายโสภณ บางยี่ขัน"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายอิสสระ นิ่มละมัย"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082039011"
    }
}
date
2547
deka_no
4551/2547
deka_running_no
4551
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "สมชาย จุลนิติ์",
    "สายันต์ สุรสมภพ",
    "วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1015",
            "ม. 1157"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 55",
            "ม. 57 (1)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางมาลินี เทียนหิรัญ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "พันเอกประสิทธิ์หรือพลโทประสิทธิ์ โยธีพิทักษ์ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้มีคำสั่งเพิกถอนมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ ๑/๒๕๓๙ เมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๓๙ และบังคับให้จำเลยทั้งสองจดทะเบียนเพิกถอนการจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงกรรมการและอำนาจกรรมการตามที่แสดงในมติที่ประชุมดังกล่าว หากจำเลยทั้งสองเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสอง

จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ฟ้องเลิกบริษัทโดยไม่ฟ้องบริษัท ว. เป็นจำเลยด้วย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง

ก่อนเริ่มสืบพยาน ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้โดยไม่จำต้องสืบพยาน จึงให้งดสืบพยานโจทก์และจำเลยทั้งสองแล้วพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีสิทธิฟ้องจำเลยที่ ๑ ในฐานะส่วนตัวและจำเลยที่ ๒ ให้ร่วมกันจดทะเบียนเพิกถอนการจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงกรรมการและอำนาจของกรรมการตามมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ ๑/๒๕๓๙ เมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๓๙ หรือไม่ เห็นว่า ป.พ.พ. มาตรา ๑๑๕๗ บัญญัติว่า "การตั้งกรรมการขึ้นใหม่นั้น ตั้งใคร เมื่อใด ท่านให้นำความไปจดทะเบียนภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่ตั้งจงทุกครั้ง" การที่บริษัท ว. โดยจำเลยที่ ๑ ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจเป็นผู้ดำเนินการจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงกรรมการและอำนาจของกรรมการตามมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นดังกล่าว สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครได้รับจดทะเบียนไว้เมื่อวันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๓๙ โดยอ้างถึงมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ ๑/๒๕๓๙ เมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๓๙ จึงเป็นกรณีที่บริษัท ว. เป็นผู้นำความเกี่ยวกับการตั้งกรรมการขึ้นใหม่ไปจดทะเบียนตามบทกฎหมายดังกล่าว ดังนี้ หากโจทก์เห็นว่าการกระทำของบริษัท ว. เป็นการกระทำที่มิชอบทำให้โจทก์ซึ่งเป็นกรรมการคนหนึ่งของบริษัทได้รับความเสียหายเพราะต้องพ้นจากตำแหน่งกรรมการ ก็ชอบที่จะต้องฟ้องบริษัท ว. ในฐานะที่กระทำการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ให้เข้ามาเป็นคู่ความในคดีโดยตรง เพราะแม้การจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงนั้นจะได้กระทำโดยจำเลยที่ ๑ แต่ก็เป็นการกระทำของจำเลยที่ ๑ ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจกระทำแทนบริษัท ว. ซึ่งเป็นนิติบุคคลต่างหาก กรณีจึงไม่มีบุคคลที่อาจต้องรับผิดตามคำขอของโจทก์มาในฟ้อง อันเป็นเหตุให้ศาลไม่อาจจะพิพากษาบังคับให้ตามคำขอของโจทก์ได้ตลอดทั้งไม่มีเหตุตามกฎหมายที่ศาลจะต้องรับฟ้องคดีไว้เพื่อรอให้บริษัทดังกล่าวร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความในคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๕๗ (๑) เพราะไม่อาจบังคับได้ตามคำฟ้องมาแต่ต้นแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000886.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547