คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3985/2547 ฉบับเต็ม

#112951
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3985/2547 บริษัทสินบัวหลวง จำกัด (มหาชน) โจทก์ บริษัทมัลติ - ลิสซิ่ง คอร์ปอร์เรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด กับพวก จำเลย พ.ร.ก.การปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2541 มาตรา 5 บทบัญญัติมาตรา 5 ตาม พ.ร.ก. การปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541 มีผลใช้บังคับแก่บรรดาเจ้าหนี้ที่ใช้สิทธิยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อคณะกรรมการองค์การเพื่อการปฏิรูปสถาบันการเงินเท่านั้น โจทก์เป็นผู้ทรงตั๋วแลกเงินที่ใช้สิทธิทางศาลเรียกร้องให้จำเลยทั้งสองรับผิดใช้เงินตามตั๋วแลกเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์นับแต่วันที่ตั๋วแลกเงินพึงใช้เงินในวันถึงกำหนด ซึ่งเป็นวันผิดนัดชำระหนี้ไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะร่วมกันชำระหนี้ดังกล่าวให้แก่โจทก์จนเสร็จสิ้น เมื่อโจทก์มิได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อคณะกรรมการองค์การเพื่อการปฏิรูปสถาบันการเงิน โจทก์จึงหาใช่เจ้าหนี้ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 5 แห่ง พ.ร.ก. ดังกล่าวไม่ จำเลยที่ 2 ซึ่งถูกระงับการดำเนินกิจการตาม พ.ร.ก. การปฏิรูประบบสถาบันการเงิน จึงไม่อาจอ้างบทบัญญัติมาตรา 5 แห่ง พ.ร.ก. ดังกล่าว เพื่อชำระดอกเบี้ยเพียงวันที่ 22 พฤษภาคม 2541 อันเป็นวันที่ พ.ร.ก. ดังกล่าวมีผลบังคับ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๑๕๖,๐๕๓,๔๗๙.๔๕ บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๘ ต่อปี ของต้นเงิน ๑๓๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน ๑๓๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๕ ต่อปี จากต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันที่ ๔ กันยายน ๒๕๔๐ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้อง (วันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๔๑) ต้องไม่เกิน ๒๐,๐๕๓,๔๗๙.๔๕ บาท กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียม โดยกำหนดค่าทนายความ ๓๐๐,๐๐๐ บาท แทนโจทก์ จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยที่ ๒ ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ ๑๕๐,๐๐๐ บาท แทนโจทก์ จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้เถียงกันชั้นฎีการับฟังได้ว่า จำเลยที่ ๑ เป็นผู้สั่งจ่ายตั๋วแลกเงินจำนวนเงิน ๑๓๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท ให้แก่หรือตามคำสั่งของบริษัท ม. ผู้รับเงิน ถึงกำหนดการใช้เงินวันที่ ๔ กันยายน ๒๕๔๐ ต่อมาบริษัท ม. ได้สลักหลังตั๋วแลกเงินดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ ๒ และจำเลยที่ ๒ สลักหลังตั๋วแลกเงินแล้วนำไปขายลดให้แก่โจทก์ เมื่อถึงกำหนดใช้เงินโจทก์ ผู้ทรงนำตั๋วแลกเงินดังกล่าวไปยื่นแก่จำเลยที่ ๑ เพื่อให้ใช้เงิน แต่จำเลยที่ ๑ ไม่ใช้เงิน โจทก์ผู้ทรงจึงใช้สิทธิไล่เบี้ยฟ้องจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ซึ่งเป็นผู้สั่งจ่ายและผู้สลักหลังให้รับผิดต่อโจทก์ โดยขณะนั้นจำเลยที่ ๒ ถูกองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงินมีคำสั่งให้ระงับการดำเนินกิจการ ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ ๒ มีว่า โจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยจากจำเลยที่ ๒ ได้เพียงวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๔๑ ตามมาตรา ๕ แห่ง พ.ร.ก. การปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๑ หรือไม่ ซึ่งฎีกาในข้อนี้เป็นข้อที่จำเลยที่ ๒ มิได้ให้การไว้ แต่เนื่องจากฎีกาดังกล่าวเป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยที่ ๒ จึงฎีกาปัญหาข้อนี้ได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๔๙ วรรคสอง โดยจำเลยที่ ๒ ฎีกาว่า มาตรา ๕ แห่ง พ.ร.ก. ดังกล่าวบัญญัติว่า "นับแต่วันที่พระราชกำหนดนี้ใช้บังคับ ดอกเบี้ยหรือเงินค่าป่วยการอื่นแทนดอกเบี้ยอันเกิดจากหนี้ที่บริษัทที่ถูกระงับการดำเนินกิจการตามมาตรา ๓๐ ได้ก่อขึ้น มิให้ถือว่าเป็นหนี้ที่ขอรับชำระได้" เป็นบทบัญญัติที่ใช้บังคับแก่เจ้าหนี้ทุกรายของจำเลยที่ ๒ นั้น เห็นว่า บทบัญญัติมาตรา ๕ ตาม พ.ร.ก. การปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๑ มีผลใช้บังคับแก่บรรดาเจ้าหนี้ที่ใช้สิทธิยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อคณะกรรมการองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงินเท่านั้น แต่หามีผลบังคับถึงโจทก์ผู้ทรงตั๋วแลกเงินที่ใช้สิทธิทางศาลเรียกร้องให้จำเลยทั้งสองรับผิดใช้เงินตามตั๋วแลกเงินดังกล่าวให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันที่ตั๋วแลกเงินพึงใช้เงินในวันถึงกำหนดซึ่งเป็นวันผิดนัดชำระหนี้เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะร่วมกันชำระหนี้ดังกล่าวให้แก่โจทก์จนเสร็จสิ้นดังที่บัญญัติไว้ใน ป.พ.พ. มาตรา ๙๔๑ , ๙๕๙ และมาตรา ๙๖๘ (๒) โจทก์จึงหาใช่เจ้าหนี้ที่ขอรับชำระหนี้ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๕ แห่ง พ.ร.ก. ดังกล่าวไม่ จำเลยที่ ๒ จึงไม่อาจกล่าวอ้างบทบัญญัติมาตรา ๕ แห่ง พ.ร.ก. ดังกล่าวเพื่อชำระดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ถึงเพียงวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๔๑ ตามฎีกาของจำเลยที่ ๒ ได้ ฎีกาของจำเลยที่ ๒ ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ให้จำเลยที่ ๒ ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา ๘๐,๐๐๐ บาท แทนโจทก์. (วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์-สายันต์ สุรสมภพ-สมชาย จุลนิติ์) ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นางสมศรี หรูจิตตวิวัฒน์ ศาลอุทธรณ์ - นายพลภักดี สิริทิพากร แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
112951
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งกรุงเทพใต้",
        "judge": "นางสมศรี หรูจิตตวิวัฒน์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายพลภักดี สิริทิพากร"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082039467"
    }
}
date
2547
deka_no
3985/2547
deka_running_no
3985
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์",
    "สายันต์ สุรสมภพ",
    "สมชาย จุลนิติ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชกำหนดการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2541",
        "law_abbr": "พ.ร.ก.การปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2541",
        "sections": [
            "ม. 5"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทสินบัวหลวง จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทมัลติ - ลิสซิ่ง คอร์ปอร์เรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๑๕๖,๐๕๓,๔๗๙.๔๕ บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๘ ต่อปี ของต้นเงิน ๑๓๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน ๑๓๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๕ ต่อปี จากต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันที่ ๔ กันยายน ๒๕๔๐ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้อง (วันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๔๑) ต้องไม่เกิน ๒๐,๐๕๓,๔๗๙.๔๕ บาท กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียม โดยกำหนดค่าทนายความ ๓๐๐,๐๐๐ บาท แทนโจทก์

จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยที่ ๒ ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ ๑๕๐,๐๐๐ บาท แทนโจทก์

จำเลยที่ ๒ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้เถียงกันชั้นฎีการับฟังได้ว่า จำเลยที่ ๑ เป็นผู้สั่งจ่ายตั๋วแลกเงินจำนวนเงิน ๑๓๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท ให้แก่หรือตามคำสั่งของบริษัท ม. ผู้รับเงิน ถึงกำหนดการใช้เงินวันที่ ๔ กันยายน ๒๕๔๐ ต่อมาบริษัท ม. ได้สลักหลังตั๋วแลกเงินดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ ๒ และจำเลยที่ ๒ สลักหลังตั๋วแลกเงินแล้วนำไปขายลดให้แก่โจทก์ เมื่อถึงกำหนดใช้เงินโจทก์ ผู้ทรงนำตั๋วแลกเงินดังกล่าวไปยื่นแก่จำเลยที่ ๑ เพื่อให้ใช้เงิน แต่จำเลยที่ ๑ ไม่ใช้เงิน โจทก์ผู้ทรงจึงใช้สิทธิไล่เบี้ยฟ้องจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ซึ่งเป็นผู้สั่งจ่ายและผู้สลักหลังให้รับผิดต่อโจทก์ โดยขณะนั้นจำเลยที่ ๒ ถูกองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงินมีคำสั่งให้ระงับการดำเนินกิจการ

ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ ๒ มีว่า โจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยจากจำเลยที่ ๒ ได้เพียงวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๔๑ ตามมาตรา ๕ แห่ง พ.ร.ก. การปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๑ หรือไม่ ซึ่งฎีกาในข้อนี้เป็นข้อที่จำเลยที่ ๒ มิได้ให้การไว้ แต่เนื่องจากฎีกาดังกล่าวเป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยที่ ๒ จึงฎีกาปัญหาข้อนี้ได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๔๙ วรรคสอง โดยจำเลยที่ ๒ ฎีกาว่า มาตรา ๕ แห่ง พ.ร.ก. ดังกล่าวบัญญัติว่า "นับแต่วันที่พระราชกำหนดนี้ใช้บังคับ ดอกเบี้ยหรือเงินค่าป่วยการอื่นแทนดอกเบี้ยอันเกิดจากหนี้ที่บริษัทที่ถูกระงับการดำเนินกิจการตามมาตรา ๓๐ ได้ก่อขึ้น มิให้ถือว่าเป็นหนี้ที่ขอรับชำระได้" เป็นบทบัญญัติที่ใช้บังคับแก่เจ้าหนี้ทุกรายของจำเลยที่ ๒ นั้น เห็นว่า บทบัญญัติมาตรา ๕ ตาม พ.ร.ก. การปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๑ มีผลใช้บังคับแก่บรรดาเจ้าหนี้ที่ใช้สิทธิยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อคณะกรรมการองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงินเท่านั้น แต่หามีผลบังคับถึงโจทก์ผู้ทรงตั๋วแลกเงินที่ใช้สิทธิทางศาลเรียกร้องให้จำเลยทั้งสองรับผิดใช้เงินตามตั๋วแลกเงินดังกล่าวให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันที่ตั๋วแลกเงินพึงใช้เงินในวันถึงกำหนดซึ่งเป็นวันผิดนัดชำระหนี้เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะร่วมกันชำระหนี้ดังกล่าวให้แก่โจทก์จนเสร็จสิ้นดังที่บัญญัติไว้ใน ป.พ.พ. มาตรา ๙๔๑ , ๙๕๙ และมาตรา ๙๖๘ (๒) โจทก์จึงหาใช่เจ้าหนี้ที่ขอรับชำระหนี้ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๕ แห่ง พ.ร.ก. ดังกล่าวไม่ จำเลยที่ ๒ จึงไม่อาจกล่าวอ้างบทบัญญัติมาตรา ๕ แห่ง พ.ร.ก. ดังกล่าวเพื่อชำระดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ถึงเพียงวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๔๑ ตามฎีกาของจำเลยที่ ๒ ได้ ฎีกาของจำเลยที่ ๒ ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ให้จำเลยที่ ๒ ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา ๘๐,๐๐๐ บาท แทนโจทก์.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000890.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547