คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4410/2547 ฉบับเต็ม

#112962
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4410/2547 นายอนุชา พิมาน ผู้ร้อง นางสาวสุณี พิมาน ผู้ขอถอดถอน นายสมยศ พิมาน ผู้คัดค้าน ป.พ.พ. มาตรา 1727 ผู้ขอถอดถอนเป็นทายาทเจ้ามรดกอ้างว่าเงินในบัญชีเงินฝากประจำที่ธนาคารเป็นทรัพย์มรดกทั้งหมด แต่ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกอ้างว่ามีสิทธิในเงินฝากดังกล่าวหนึ่งในสี่ส่วน และไม่ยอมลงลายมือชื่อถอนเงินดังกล่าวมาแบ่งปันให้แก่ทายาท ผู้คัดค้านซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกร่วมไปยื่นคำร้องต่อสำนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ตเพื่อให้ช่วยไกล่เกลี่ย ผลการไกล่เกลี่ยตกลงกันว่าให้กันเงินตามส่วนที่ผู้ร้องอ้างว่ามีกรรมสิทธิ์เฉพาะตนไว้ในบัญชีที่เหลือนอกนั้นคงถอนมาแบ่งกันตามส่วนของทายาท ซึ่งผู้ร้องได้จัดการเสร็จสิ้นแล้ว พฤติการณ์ของผู้ร้องดังกล่าวเป็นการโต้แย้งสิทธิของผู้ขอถอดถอนเท่านั้น แต่หาใช่เหตุที่ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกได้ละเลยไม่กระทำตามหน้าที่ของผู้จัดการมรดกร่วมตาม ป.พ.พ. มาตรา 1727 ไม่ ___________________________ กรณีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2540 ศาลฎีกามีคำพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ที่มีคำสั่งแต่งตั้งให้ผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกทรัพย์สินนอกพินัยกรรมของนายเด็น พิมาน ผู้ตาย ร่วมกับผู้คัดค้าน ผู้ขอถอดถอนยื่นคำร้องขอ ขอให้ถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกทรัพย์สินนอกพินัยกรรมของผู้ตาย และตั้งนายประกิจ พิมาน เป็นผู้จัดการมรดกร่วมกับผู้คัดค้านต่อไป ผู้ร้องยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้องขอของผู้ขอถอดถอน ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกคำร้องขอถอดถอน ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ขอถอดถอนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับ ให้ถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกทรัพย์สินนอกพินัยกรรมของนายเด็น พิมาน ผู้ตาย และตั้งนายประกิจ พิมาน เป็นผู้จัดการมรดกทรัพย์สินนอกพินัยกรรมของผู้ตายร่วมกับผู้คัดค้าน โดยให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายและให้ผู้ร้องใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนผู้ขอถอดถอน โดยกำหนดค่าทนายความรวม 3,000 บาท ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นที่ยุติว่า หลังจากที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ตั้งผู้ร้องและผู้คัดค้านร่วมกันเป็นผู้จัดการมรดกนอกพินัยกรรมของผู้ตาย ก็ได้มีการจัดการแบ่งปันมรดกของผู้ตายให้ทายาทไปจนเหลือเฉพาะเงินฝากตามบัญชีเงินฝากที่ธนาคารรัตนสิน จำกัด (มหาชน) สาขาภูเก็ต รวม 2 บัญชี ที่ผู้ตายได้นำเงินจากบัญชีอื่นของผู้ตายมาเปิดเป็นบัญชีตามบัญชีเงินฝากดังกล่าวโดยมีชื่อผู้ร้อง ผู้คัดค้าน และนายประกิจ พิมาน เป็นเจ้าของบัญชีร่วมกับผู้ตาย และมีเงื่อนไขการสั่งจ่ายคือผู้ตายผู้เดียวหรือผู้มีชื่อคนอื่นสองคนร่วมลงลายมือชื่อ ซึ่งผู้ร้องอ้างว่าผู้ร้องมีกรรมสิทธิ์ในเงินฝากตามสิทธิในฐานะเจ้าของรวมอยู่ 1 ใน 4 ส่วน จึงตกลงกันไม่ได้ ผู้คัดค้านซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกร่วมจึงไปยื่นคำร้องต่อสำนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ตเพื่อให้ช่วยไกล่เกลี่ย ผลการไกล่เกลี่ยตกลงกันว่าคงให้กันเงินตามส่วนที่ผู้ร้องอ้างว่ามีกรรมสิทธิ์เฉพาะตนไว้ในบัญชี ที่เหลือนอกนั้นคงให้ถอนมาแบ่งกันตามส่วนของทายาท ซึ่งผู้ร้องก็ได้จัดการดำเนินการจนเสร็จสิ้น พฤติการณ์ของผู้ร้องเป็นการโต้แย้งสิทธิของผู้ขอถอดถอนเท่านั้น แต่หาใช่เหตุที่ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกได้ละเลยไม่กระทำตามหน้าที่ของผู้จัดการมรดกในอันที่ผู้ขอถอดถอนจะมาร้องเพื่อขอให้ถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกร่วมตาม ป.พ.พ. มาตรา 1727 ตามคำร้องของผู้ขอถอดถอนไม่ พิพากษากลับเป็นว่า ให้บังคับตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลเห็นควรให้เป็นพับ. (เกรียงชัย จึงจตุรพิธ-วิชัย วิวิตเสวี-สำรวจ อุดมทวี) ศาลจังหวัดภูเก็ต - นายทรงเดช ผดุงพัฒนโนดม ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายมานัส เหลืองประเสริฐ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
112962
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดภูเก็ต",
        "judge": "นายทรงเดช ผดุงพัฒนโนดม"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 3",
        "judge": "นายมานัส เหลืองประเสริฐ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082039118"
    }
}
date
2547
deka_no
4410/2547
deka_running_no
4410
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "เกรียงชัย จึงจตุรพิธ",
    "วิชัย วิวิตเสวี",
    "สำรวจ อุดมทวี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1727"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นายอนุชา พิมาน"
    },
    {
        "role": "ผู้ขอถอดถอน",
        "name": "นางสาวสุณี พิมาน"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "นายสมยศ พิมาน"
    }
]
long_text
กรณีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2540 ศาลฎีกามีคำพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ที่มีคำสั่งแต่งตั้งให้ผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกทรัพย์สินนอกพินัยกรรมของนายเด็น พิมาน ผู้ตาย ร่วมกับผู้คัดค้าน

ผู้ขอถอดถอนยื่นคำร้องขอ ขอให้ถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกทรัพย์สินนอกพินัยกรรมของผู้ตาย และตั้งนายประกิจ พิมาน เป็นผู้จัดการมรดกร่วมกับผู้คัดค้านต่อไป

ผู้ร้องยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้องขอของผู้ขอถอดถอน

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกคำร้องขอถอดถอน ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้ขอถอดถอนอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับ ให้ถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกทรัพย์สินนอกพินัยกรรมของนายเด็น พิมาน ผู้ตาย และตั้งนายประกิจ พิมาน เป็นผู้จัดการมรดกทรัพย์สินนอกพินัยกรรมของผู้ตายร่วมกับผู้คัดค้าน โดยให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายและให้ผู้ร้องใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนผู้ขอถอดถอน โดยกำหนดค่าทนายความรวม 3,000 บาท

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นที่ยุติว่า หลังจากที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ตั้งผู้ร้องและผู้คัดค้านร่วมกันเป็นผู้จัดการมรดกนอกพินัยกรรมของผู้ตาย ก็ได้มีการจัดการแบ่งปันมรดกของผู้ตายให้ทายาทไปจนเหลือเฉพาะเงินฝากตามบัญชีเงินฝากที่ธนาคารรัตนสิน จำกัด (มหาชน) สาขาภูเก็ต รวม 2 บัญชี ที่ผู้ตายได้นำเงินจากบัญชีอื่นของผู้ตายมาเปิดเป็นบัญชีตามบัญชีเงินฝากดังกล่าวโดยมีชื่อผู้ร้อง ผู้คัดค้าน และนายประกิจ พิมาน เป็นเจ้าของบัญชีร่วมกับผู้ตาย และมีเงื่อนไขการสั่งจ่ายคือผู้ตายผู้เดียวหรือผู้มีชื่อคนอื่นสองคนร่วมลงลายมือชื่อ ซึ่งผู้ร้องอ้างว่าผู้ร้องมีกรรมสิทธิ์ในเงินฝากตามสิทธิในฐานะเจ้าของรวมอยู่ 1 ใน 4 ส่วน จึงตกลงกันไม่ได้ ผู้คัดค้านซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกร่วมจึงไปยื่นคำร้องต่อสำนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ตเพื่อให้ช่วยไกล่เกลี่ย ผลการไกล่เกลี่ยตกลงกันว่าคงให้กันเงินตามส่วนที่ผู้ร้องอ้างว่ามีกรรมสิทธิ์เฉพาะตนไว้ในบัญชี ที่เหลือนอกนั้นคงให้ถอนมาแบ่งกันตามส่วนของทายาท ซึ่งผู้ร้องก็ได้จัดการดำเนินการจนเสร็จสิ้น พฤติการณ์ของผู้ร้องเป็นการโต้แย้งสิทธิของผู้ขอถอดถอนเท่านั้น แต่หาใช่เหตุที่ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกได้ละเลยไม่กระทำตามหน้าที่ของผู้จัดการมรดกในอันที่ผู้ขอถอดถอนจะมาร้องเพื่อขอให้ถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกร่วมตาม ป.พ.พ. มาตรา 1727 ตามคำร้องของผู้ขอถอดถอนไม่

พิพากษากลับเป็นว่า ให้บังคับตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลเห็นควรให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000887.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547