คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4015/2547 ฉบับเต็ม

#112974
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4015/2547 ธนาคารสหธนาคาร จำกัด (มหาชน) โจทก์ บริษัทสตาร์เทคอินดัสตรี จำกัด กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5), มาตรา 144 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาเคยมีคำพิพากษายกฎีกาของจำเลยที่ 5 ที่ขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งกลับคำสั่งศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลตามคำร้องของจำเลยที่ 5 มาครั้งหนึ่งแล้ว การที่จำเลยที่ 5 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลต่อศาลชั้นต้นใหม่อีกโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันว่า กรณีมีเหตุสมควรอนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลแก่จำเลยที่ 5 ซึ่งได้มีคำสั่งและคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำในประเด็นที่ศาลได้วินิจฉัยชี้ขาดไปแล้ว ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 144 ปัญหาเรื่องการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นอ้างศาลก็ยกขึ้นวินิจฉัยได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันชำระเงิน 3,872,353.10 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19 ต่อปี จากต้นเงิน 3,178,707.45 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างซึ่งเป็นทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาด หากได้เงินไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งห้าออกขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ กับให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 35,000 บาท จำเลยที่ 5 ยื่นอุทธรณ์และยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา โจทก์คัดค้าน ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้องของจำเลยที่ 5 หากจำเลยที่ 5 ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป ให้นำค่าธรรมเนียมมาเสียภายใน 15 วัน นับแต่วันฟังคำสั่ง จำเลยที่ 5 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้น และสั่งว่าหากจำเลยที่ 5 ยังติดใจอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น ก็ให้จำเลยที่ 5 นำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง จำเลยที่ 5 ทราบคำสั่งของศาลอุทธรณ์ เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2542 ต่อมาจำเลยที่ 5 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ออกไปอีก 6 เดือน ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ จำเลยที่ 5 อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ 5 ฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายกฎีกาของจำเลยที่ 5 โดยศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้โจทก์และจำเลยที่ 5 ฟัง ต่อมาจำเลยที่ 5 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ออกไปอีก 5 เดือน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า พ้นเวลาที่จะวางเงินแล้วไม่มีเหตุจะอนุญาตให้ขยายเวลาออกไปอีก ให้ยกคำร้อง จำเลยที่ 5 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 5 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลฎีกาเคยมีคำพิพากษายกฎีกาของจำเลยที่ 5 ที่ขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งกลับคำสั่งศาลชั้นต้น และคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลตามคำร้องของจำเลยที่ 5 มาครั้งหนึ่งแล้ว การที่จำเลยที่ 5 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลต่อศาลชั้นต้นใหม่อีก โดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันว่า กรณีมีเหตุสมควรอนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลแก่จำเลยที่ 5 ซึ่งได้มีคำสั่งและคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำในประเด็นที่ศาลได้วินิจฉัยชี้ขาดไปแล้ว ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 144 วรรคหนึ่ง และปัญหาเรื่องการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นอ้างศาลก็ยกขึ้นวินิจฉัยได้ พิพากษายืน. (กำธร โพธิ์สุวัฒนากุล-สุรชาติ บุญศิริพันธ์-กิติศักดิ์ กิติคุณไพโรจน์) ศาลแพ่ง - นายสรศักดิ์ จันเกษม ศาลอุทธรณ์ - นายธานิศ เกศวพิทักษ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
112974
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายสรศักดิ์ จันเกษม"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายธานิศ เกศวพิทักษ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082039458"
    }
}
date
2547
deka_no
4015/2547
deka_running_no
4015
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "กำธร โพธิ์สุวัฒนากุล",
    "สุรชาติ บุญศิริพันธ์",
    "กิติศักดิ์ กิติคุณไพโรจน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 142 (5)",
            "ม. 144 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารสหธนาคาร จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทสตาร์เทคอินดัสตรี จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันชำระเงิน 3,872,353.10 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19 ต่อปี จากต้นเงิน 3,178,707.45 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างซึ่งเป็นทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาด หากได้เงินไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งห้าออกขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ กับให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 35,000 บาท จำเลยที่ 5 ยื่นอุทธรณ์และยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา โจทก์คัดค้าน ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้องของจำเลยที่ 5 หากจำเลยที่ 5 ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป ให้นำค่าธรรมเนียมมาเสียภายใน 15 วัน นับแต่วันฟังคำสั่ง จำเลยที่ 5 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้น และสั่งว่าหากจำเลยที่ 5 ยังติดใจอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น ก็ให้จำเลยที่ 5 นำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง จำเลยที่ 5 ทราบคำสั่งของศาลอุทธรณ์ เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2542 ต่อมาจำเลยที่ 5 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ออกไปอีก 6 เดือน ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ จำเลยที่ 5 อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ 5 ฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายกฎีกาของจำเลยที่ 5 โดยศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้โจทก์และจำเลยที่ 5 ฟัง ต่อมาจำเลยที่ 5 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ออกไปอีก 5 เดือน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า พ้นเวลาที่จะวางเงินแล้วไม่มีเหตุจะอนุญาตให้ขยายเวลาออกไปอีก ให้ยกคำร้อง

จำเลยที่ 5 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยที่ 5 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลฎีกาเคยมีคำพิพากษายกฎีกาของจำเลยที่ 5 ที่ขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งกลับคำสั่งศาลชั้นต้น และคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลตามคำร้องของจำเลยที่ 5 มาครั้งหนึ่งแล้ว การที่จำเลยที่ 5 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลต่อศาลชั้นต้นใหม่อีก โดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันว่า กรณีมีเหตุสมควรอนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลแก่จำเลยที่ 5 ซึ่งได้มีคำสั่งและคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำในประเด็นที่ศาลได้วินิจฉัยชี้ขาดไปแล้ว ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 144 วรรคหนึ่ง และปัญหาเรื่องการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นอ้างศาลก็ยกขึ้นวินิจฉัยได้

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000890.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547