คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4920/2547 ฉบับเต็ม

#112981
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4920/2547 นางจิรภา หวังอภิรักษ์กิจ โจทก์ นางสาวขนิษฐา ตัณมุขยกุล จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 213, มาตรา 1360, มาตรา 1361 โจทก์ จำเลย และ ร. เป็นเจ้าของรวมในที่ดิน แต่ละคนย่อมมีสิทธิใช้สอยที่ดินดังกล่าวได้ แต่ต้องไม่ขัดต่อสิทธิแห่งเจ้าของรวมคนอื่น ๆ และเจ้าของรวมคนหนึ่ง ๆ จะจำหน่ายที่ดินดังกล่าวส่วนของตนก็ได้ การที่จำเลยซึ่งเป็นผู้เก็บรักษาโฉนดที่ดินไว้นำโฉนดที่ดินไปให้บุคคลอื่นยึดถือไว้เป็นประกันหนี้เงินกู้ เป็นเหตุให้โจทก์ไม่สามารถจดทะเบียนขายที่ดินเฉพาะส่วนของโจทก์ได้ ย่อมขัดต่อสิทธิของโจทก์ จำเลยมีหน้าที่ต้องดำเนินการนำโฉนดที่ดินคืนมาเพื่อส่งมอบแก่โจทก์ กรณีมิใช่สภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้บังคับชำระหนี้ได้ ตามบทบัญญัติแห่ง ป.พ.พ. มาตรา 213 วรรคสอง ศาลจะสั่งให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของลูกหนี้ได้เฉพาะกรณีที่วัตถุแห่งหนี้เป็นอันให้กระทำนิติกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น คดีนี้โจทก์ฟ้องบังคับให้จำเลยส่งมอบโฉนดที่ดิน ศาลจึงไม่อาจสั่งให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินเลขที่ ๒๘๒๑๕ ตำบลช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ แก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่าข้อเท็จจริงตามคำฟ้อง คำให้การ และที่คู่ความแถลงรับกัน พอวินิจฉัยคดีได้แล้ว จึงให้งดสืบพยานโจทก์และจำเลย ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินเลขที่ ๒๘๒๑๕ ตำบลช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ แก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า โจทก์ จำเลย และนางสาวเรณู มานะจิรังพรกุล เป็นเจ้าของรวมในที่ดินพิพาท จำเลยเป็นเป็นผู้เก็บรักษาโฉนดที่ดินดังกล่าวไว้ ต่อมาจำเลยกู้ยืมเงินนายประวิทย์ ตัณมุขยกุล และมอบโฉนดที่ดินดังกล่าวให้นายประวิทย์ยึดถือไว้เป็นประกันการชำระหนี้ หลังจากนั้นโจทก์จะจดทะเบียนขายที่ดินดังกล่าวเฉพาะส่วนของโจทก์แก่นางสาวเรณู จึงไปขอโฉนดที่ดินจากจำเลยเพื่อนำไปดำเนินการจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แต่จำเลยไม่ส่งมอบโฉนดที่ดินแก่โจทก์โดยอ้างว่าโฉนดที่ดินมิได้อยู่ในความครอบครองของจำเลย มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยต้องส่งมอบโฉนดที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์หรือไม่ เห็นว่า โจทก์ จำเลย และนางสาวเรณูเป็นเจ้าของรวมในที่ดินพิพาท แต่ละคนย่อมมีสิทธิใช้สอยที่ดินดังกล่าวได้ แต่ต้องไม่ขัดต่อสิทธิแห่งเจ้าของรวมคนอื่น ๆ และเจ้าของรวมคนหนึ่ง ๆ จะจำหน่ายที่ดินดังกล่าวเฉพาะส่วนของตนก็ได้ การที่จำเลยนำโฉนดที่ดินไปให้บุคคลอื่นยึดถือไว้เป็นประกันการชำระหนี้เงินกู้ เป็นเหตุให้โจทก์ไม่สามารถจดทะเบียนขายที่ดินตามโฉนดที่ดินดังกล่าวเฉพาะส่วนของโจทก์ได้ ย่อมขัดต่อสิทธิของโจทก์ จำเลยต้องส่งมอบโฉนดที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์ หากโฉนดที่ดินอยู่ในความครอบครองของบุคคลอื่น จำเลยย่อมต้องมีหน้าที่ดำเนินการนำโฉนดที่ดินคืนมาเพื่อส่งมอบแก่โจทก์จนได้ กรณีมิใช่สภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้บังคับชำระหนี้ได้ ส่วนที่จำเลยอ้างว่าในการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์เฉพาะส่วนให้แก่นางสาวเรณู โจทก์สามารถขอให้ศาลสั่งให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยได้ โดยโจทก์ไม่ต้องขอให้จำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินแก่โจทก์นั้น เห็นว่า ตามบทบัญญัติแห่ง ป.พ.พ. มาตรา ๒๑๓ วรรคสอง ศาลจะสั่งให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของลูกหนี้ได้ก็เฉพาะกรณีที่วัตถุแห่งหนี้เป็นอันให้กระทำนิติกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น คดีนี้โจทก์ฟ้องบังคับให้จำเลยส่งมอบโฉนดที่ดิน ศาลจึงไม่อาจสั่งให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยได้ ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำพิพากษาให้จำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินแก่โจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (มนตรี ยอดปัญญา-สายันต์ สุรสมภพ-สุพัฒน์ บุญยุบล) ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายมนัส ซอศรีสาคร ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายวีรวิทย์ สายสมบัติ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
112981
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดเชียงใหม่",
        "judge": "นายมนัส ซอศรีสาคร"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 5",
        "judge": "นายวีรวิทย์ สายสมบัติ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082038890"
    }
}
date
2547
deka_no
4920/2547
deka_running_no
4920
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "มนตรี ยอดปัญญา",
    "สายันต์ สุรสมภพ",
    "สุพัฒน์ บุญยุบล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 213",
            "ม. 1360",
            "ม. 1361"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางจิรภา หวังอภิรักษ์กิจ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวขนิษฐา ตัณมุขยกุล"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินเลขที่ ๒๘๒๑๕ ตำบลช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ แก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นเห็นว่าข้อเท็จจริงตามคำฟ้อง คำให้การ และที่คู่ความแถลงรับกัน พอวินิจฉัยคดีได้แล้ว จึงให้งดสืบพยานโจทก์และจำเลย

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินเลขที่ ๒๘๒๑๕ ตำบลช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ แก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า โจทก์ จำเลย และนางสาวเรณู มานะจิรังพรกุล เป็นเจ้าของรวมในที่ดินพิพาท จำเลยเป็นเป็นผู้เก็บรักษาโฉนดที่ดินดังกล่าวไว้ ต่อมาจำเลยกู้ยืมเงินนายประวิทย์ ตัณมุขยกุล และมอบโฉนดที่ดินดังกล่าวให้นายประวิทย์ยึดถือไว้เป็นประกันการชำระหนี้ หลังจากนั้นโจทก์จะจดทะเบียนขายที่ดินดังกล่าวเฉพาะส่วนของโจทก์แก่นางสาวเรณู จึงไปขอโฉนดที่ดินจากจำเลยเพื่อนำไปดำเนินการจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แต่จำเลยไม่ส่งมอบโฉนดที่ดินแก่โจทก์โดยอ้างว่าโฉนดที่ดินมิได้อยู่ในความครอบครองของจำเลย มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยต้องส่งมอบโฉนดที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์หรือไม่ เห็นว่า โจทก์ จำเลย และนางสาวเรณูเป็นเจ้าของรวมในที่ดินพิพาท แต่ละคนย่อมมีสิทธิใช้สอยที่ดินดังกล่าวได้ แต่ต้องไม่ขัดต่อสิทธิแห่งเจ้าของรวมคนอื่น ๆ และเจ้าของรวมคนหนึ่ง ๆ จะจำหน่ายที่ดินดังกล่าวเฉพาะส่วนของตนก็ได้ การที่จำเลยนำโฉนดที่ดินไปให้บุคคลอื่นยึดถือไว้เป็นประกันการชำระหนี้เงินกู้ เป็นเหตุให้โจทก์ไม่สามารถจดทะเบียนขายที่ดินตามโฉนดที่ดินดังกล่าวเฉพาะส่วนของโจทก์ได้ ย่อมขัดต่อสิทธิของโจทก์ จำเลยต้องส่งมอบโฉนดที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์ หากโฉนดที่ดินอยู่ในความครอบครองของบุคคลอื่น จำเลยย่อมต้องมีหน้าที่ดำเนินการนำโฉนดที่ดินคืนมาเพื่อส่งมอบแก่โจทก์จนได้ กรณีมิใช่สภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้บังคับชำระหนี้ได้

ส่วนที่จำเลยอ้างว่าในการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์เฉพาะส่วนให้แก่นางสาวเรณู โจทก์สามารถขอให้ศาลสั่งให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยได้ โดยโจทก์ไม่ต้องขอให้จำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินแก่โจทก์นั้น เห็นว่า ตามบทบัญญัติแห่ง ป.พ.พ. มาตรา ๒๑๓ วรรคสอง ศาลจะสั่งให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของลูกหนี้ได้ก็เฉพาะกรณีที่วัตถุแห่งหนี้เป็นอันให้กระทำนิติกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น คดีนี้โจทก์ฟ้องบังคับให้จำเลยส่งมอบโฉนดที่ดิน ศาลจึงไม่อาจสั่งให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยได้ ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำพิพากษาให้จำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินแก่โจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000885.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547