คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4838/2547 ฉบับเต็ม

#112984
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4838/2547 นายอุไร จันนุกูล โจทก์ นายทองดี สพสิงห์ จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 156 วรรคท้าย จำเลยอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นและยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2546 ว่าถือไม่ได้ว่าจำเลยยากจน จึงยกคำร้อง หากจำเลยประสงค์ที่จะอุทธรณ์ให้นำเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์มาชำระภายใน 15 วัน ต่อมาวันที่ 23 มิถุนายน 2546 จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาใหม่ เพื่ออนุญาตให้จำเลยนำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมว่าจำเลยเป็นคนยากจน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยต้องอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อศาลอุทธรณ์ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 156 วรรคท้าย เมื่อจำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งเกิน 7 วัน นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๖๕๕,๔๑๕ บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๕๕๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ ๘,๐๐๐ บาท คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งเมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๔๖ ว่า ถือไม่ได้ว่าจำเลยยากจน จึงยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ หากจำเลยประสงค์ที่จะอุทธรณ์ให้นำเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์มาชำระภายใน ๑๕ วัน วันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๔๖ จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาใหม่เพื่ออนุญาตให้จำเลยนำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมว่าจำเลยเป็นคนยากจน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ตามคำร้องเป็นเหตุเดียวกับที่ได้อ้างและศาลได้ไต่สวนไว้เดิมแล้ว ทั้งตามคำร้องไม่ได้แสดงให้เห็นตามสมควรว่าพยานหลักฐานที่จะนำมาแสดงเพิ่มเติมนั้นสามารถหักล้างข้อเท็จจริงตามที่ศาลสั่งมาได้อย่างไรจึงยกคำร้องค่าคำร้องเป็นพับ จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ วินิจฉัยว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นเกินกำหนด ๗ วัน นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๑๕๖ วรรคท้าย ให้ยกคำร้อง คืนค่าขึ้นศาล ๒๐๐ บาท ให้แก่จำเลย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า ตามคำร้องของจำเลย ฉบับลงวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๔๖ ซึ่งศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งในวันเดียวกันนั้น จำเลยจะต้องยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลอุทธรณ์ภาค ๓ ภายในกำหนดเจ็ดวันหรือไม่ เห็นว่า ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องขอของจำเลยที่ขอให้พิจารณาคำขอนั้นใหม่เพื่ออนุญาตให้นำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติม จำเลยต้องอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อศาลอุทธรณ์ภาค ๓ ภายใน ๗ วันนับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๑๕๖ วรรคท้าย เมื่อจำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งเกิน ๗ วัน นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๓ ชอบแล้ว พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (ชวลิต ตุลยสิงห์-พิชิต คำแฝง-ขวัญชัย ปิ่นรอด) ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายเกียรติศักดิ์ พุ่มเจริญ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - อ่านไม่ออก แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
112984
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดอุบลราชธานี",
        "judge": "นายเกียรติศักดิ์ พุ่มเจริญ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 3",
        "judge": "อ่านไม่ออก"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082038897"
    }
}
date
2547
deka_no
4838/2547
deka_running_no
4838
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "ชวลิต ตุลยสิงห์",
    "พิชิต คำแฝง",
    "ขวัญชัย ปิ่นรอด"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 156 วรรคท้าย"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายอุไร จันนุกูล"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายทองดี สพสิงห์"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๖๕๕,๔๑๕ บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๕๕๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ ๘,๐๐๐ บาท คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งเมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๔๖ ว่า ถือไม่ได้ว่าจำเลยยากจน จึงยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ หากจำเลยประสงค์ที่จะอุทธรณ์ให้นำเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์มาชำระภายใน ๑๕ วัน วันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๔๖ จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาใหม่เพื่ออนุญาตให้จำเลยนำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมว่าจำเลยเป็นคนยากจน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ตามคำร้องเป็นเหตุเดียวกับที่ได้อ้างและศาลได้ไต่สวนไว้เดิมแล้ว ทั้งตามคำร้องไม่ได้แสดงให้เห็นตามสมควรว่าพยานหลักฐานที่จะนำมาแสดงเพิ่มเติมนั้นสามารถหักล้างข้อเท็จจริงตามที่ศาลสั่งมาได้อย่างไรจึงยกคำร้องค่าคำร้องเป็นพับ

จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ วินิจฉัยว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นเกินกำหนด ๗ วัน นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๑๕๖ วรรคท้าย ให้ยกคำร้อง คืนค่าขึ้นศาล ๒๐๐ บาท ให้แก่จำเลย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า ตามคำร้องของจำเลย ฉบับลงวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๔๖ ซึ่งศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งในวันเดียวกันนั้น จำเลยจะต้องยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลอุทธรณ์ภาค ๓ ภายในกำหนดเจ็ดวันหรือไม่ เห็นว่า ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องขอของจำเลยที่ขอให้พิจารณาคำขอนั้นใหม่เพื่ออนุญาตให้นำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติม จำเลยต้องอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อศาลอุทธรณ์ภาค ๓ ภายใน ๗ วันนับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๑๕๖ วรรคท้าย เมื่อจำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งเกิน ๗ วัน นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๓ ชอบแล้ว

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000885.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547