คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4149/2547 ฉบับเต็ม

#112991
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4149/2547 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นางนวรัตน์ แซ่เฮง จำเลย ป.อ. มาตรา 91 พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 64 จำเลยรับคนต่างด้าวเข้าทำงานเป็นลูกจ้าง และนอกจากการรับเข้าทำงานแล้วจำเลยยังช่วยด้วยประการอื่น ๆ อีก โดยให้ที่พำนักและพักอาศัย ช่วยซ่อนเร้น และช่วยเหลือด้วยประการใด ๆ แก่คนต่างด้าวดังกล่าวเพื่อไม่ให้ถูกจับกุมและไม่ต้องรับโทษ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 64 พ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2521 มาตรา 5, 22, 39 ป.อ. มาตรา 189, 91 จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 64 วรรคหนึ่ง พ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2521 มาตรา 39 ป.อ. มาตรา 189 รวม 2 กระทง เรียงกระทงลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 91 ความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 64 วรรคหนึ่ง และ ป.อ. มาตรา 189 เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 64 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ป.อ. มาตรา 90 จำคุก 1 ปี ความผิดตาม พ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2521 มาตรา 39 จำคุก 1 ปี รวมจำคุก 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 64 วรรคหนึ่ง พ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2521 มาตรา 22, 39 และ ป.อ. มาตรา 189 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 64 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตาม ป.อ. มาตรา 90 จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยรับคนต่างด้าวซึ่งลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักรเข้าทำงานเป็นลูกจ้างของจำเลย ในวันเวลาเดียวกันภายหลังการกระทำความผิดดังกล่าวแล้วจำเลยให้ที่พำนักและพักอาศัย ช่วยซ่อนเร้น และช่วยเหลือด้วยประการใด ๆ แก่คนต่างด้าวดังกล่าวเพื่อไม่ให้คนต่างด้าวนั้นถูกจับกุมและไม่ต้องรับโทษ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานช่วยเหลือคนต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมายเพื่อไม่ให้ต้องรับโทษและเพื่อให้พ้นจากการจับกุมเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานช่วยเหลือคนต่างด้าวเพื่อให้พ้นจากการจับกุมตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 64 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ป.อ. มาตรา 90 กระทงหนึ่ง และจำเลยมีความผิดฐานรับคนต่างด้าวเข้าทำงานตาม พ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2521 มาตรา 39 อีกกระทงหนึ่ง ให้ลงโทษปรับจำเลย 50,000 บาท อีกสถานหนึ่ง ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 คงปรับ 25,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 3 ปี และคุมความประพฤติของจำเลยไว้ 2 ปี นับแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้จำเลยฟัง โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติปีละ 3 ครั้ง ตามเงื่อนไขและกำหนดระยะเวลาที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควร และให้จำเลยกระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยเห็นสมควรมีกำหนด 30 ชั่วโมง ตาม ป.อ. มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. (ปราโมทย์ พิพัทธ์ปราโมทย์-ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช-รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์) ศาลอาญา - นายทิวิบูลย์ ปราการพิลาศ ศาลอุทธรณ์ - นางสาวปิยกุล บุญเพิ่ม แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
112991
courts
[
    {
        "court": "ศาลอาญา",
        "judge": "นายทิวิบูลย์ ปราการพิลาศ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นางสาวปิยกุล บุญเพิ่ม"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082039353"
    }
}
date
2547
deka_no
4149/2547
deka_running_no
4149
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "ปราโมทย์ พิพัทธ์ปราโมทย์",
    "ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช",
    "รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 91"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 64"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางนวรัตน์ แซ่เฮง"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 64 พ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2521 มาตรา 5, 22, 39 ป.อ. มาตรา 189, 91

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 64 วรรคหนึ่ง พ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2521 มาตรา 39 ป.อ. มาตรา 189 รวม 2 กระทง เรียงกระทงลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 91 ความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 64 วรรคหนึ่ง และ ป.อ. มาตรา 189 เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 64 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ป.อ. มาตรา 90 จำคุก 1 ปี ความผิดตาม พ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2521 มาตรา 39 จำคุก 1 ปี รวมจำคุก 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 64 วรรคหนึ่ง พ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2521 มาตรา 22, 39 และ ป.อ. มาตรา 189 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 64 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตาม ป.อ. มาตรา 90 จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยรับคนต่างด้าวซึ่งลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักรเข้าทำงานเป็นลูกจ้างของจำเลย ในวันเวลาเดียวกันภายหลังการกระทำความผิดดังกล่าวแล้วจำเลยให้ที่พำนักและพักอาศัย ช่วยซ่อนเร้น และช่วยเหลือด้วยประการใด ๆ แก่คนต่างด้าวดังกล่าวเพื่อไม่ให้คนต่างด้าวนั้นถูกจับกุมและไม่ต้องรับโทษ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน

พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานช่วยเหลือคนต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมายเพื่อไม่ให้ต้องรับโทษและเพื่อให้พ้นจากการจับกุมเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานช่วยเหลือคนต่างด้าวเพื่อให้พ้นจากการจับกุมตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 64 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ป.อ. มาตรา 90 กระทงหนึ่ง และจำเลยมีความผิดฐานรับคนต่างด้าวเข้าทำงานตาม พ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2521 มาตรา 39 อีกกระทงหนึ่ง ให้ลงโทษปรับจำเลย 50,000 บาท อีกสถานหนึ่ง ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 คงปรับ 25,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 3 ปี และคุมความประพฤติของจำเลยไว้ 2 ปี นับแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้จำเลยฟัง โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติปีละ 3 ครั้ง ตามเงื่อนไขและกำหนดระยะเวลาที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควร และให้จำเลยกระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยเห็นสมควรมีกำหนด 30 ชั่วโมง ตาม ป.อ. มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000889.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547