คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6375/2547 ฉบับเต็ม

#112993
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6375/2547 องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ลิ้มง่วนเฮงเส็ง กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 210, มาตรา 369, มาตรา 640 การที่โจทก์ตกลงซื้อลมและแก๊สจากจำเลยโดยโจทก์วางเงินมัดจำ(ประกัน)ค่ายืมท่อบรรจุลมและแก๊สไว้แก่จำเลย ต่อมาโจทก์มีหนังสือแจ้งให้จำเลยมารับท่อและคืนเงินมัดจำ มิฉะนั้นจะนำท่อออกขายทอดตลาด อันเป็นการแสดงเจตนาของโจทก์แม้จำเลยได้ทราบแล้วก็ตาม แต่เมื่อจำเลยไม่ได้ตกลงด้วย โจทก์ก็ไม่มีสิทธิที่จะนำท่อออกขายตามที่ได้แจ้ง ทั้งนี้เพราะสัญญาซื้อขายและสัญญายืมท่อระหว่างโจทก์กับจำเลยไม่ได้กำหนดให้โจทก์มีสิทธิที่จะขายท่อของจำเลยเพื่อนำเงินมาหักออกจากเงินมัดจำค่ายืมท่อ แม้จำเลยจะมีหน้าที่ต้องคืนเงินมัดจำค่ายืมท่อให้แก่โจทก์ แต่โจทก์ก็มีหน้าที่ต้องคืนท่อให้แก่จำเลยเช่นกัน เมื่อโจทก์นำท่อของจำเลยไปขายโดยไม่มีสิทธิที่จะทำได้ โจทก์จึงยังไม่มีสิทธิเรียกให้จำเลยคืนเงินมัดจำท่อแก่โจทก์ ทั้งนี้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 369 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๔๕,๑๒๕ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๓๘,๐๐๐ บาท จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยทั้งสองไม่ผิดสัญญา โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกเงินมัดจำท่อคืน โจทก์ไม่มีสิทธินำท่อออกขายทอดตลาด ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ ๑,๐๐๐ บาท แทนจำเลยทั้งสอง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์ทำสัญญาซื้อลมออกซิเจนและแก๊สอะเซทิลีน จากจำเลยที่ ๑ ซึ่งมีจำเลยที่ ๒ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ โจทก์วางเงินมัดจำเป็นค่ายืมท่อลมและแก๊ส ๔๐ ท่อ ราคาท่อละ ๑,๘๐๐ บาท รวมเป็นเงิน ๗๒,๐๐๐ บาท ต่อมาโจทก์ทำสัญญาซื้อลมออกซิเจนและแก๊สอะเซทิลีนจากจำเลยที่ ๑ อีกครั้งเป็นเงิน ๘๑,๖๐๐ บาท โดยยังคงถือเอาเงินมัดจำจำนวน ๗๒,๐๐๐ บาท เป็นเงินมัดจำค่ายืมท่อต่อไป ต่อมาโจทก์เลิกซ่อมรถจึงโทรศัพท์แจ้งให้จำเลยทั้งสองรับท่อคืน และให้คืนเงินมัดจำให้แก่โจทก์ จำเลยทั้งสองได้รับท่อคืนไป ๖๐ ท่อ คงเหลืออยู่ที่โจทก์อีก ๔๐ ท่อ โจทก์จึงมีหนังสือให้จำเลยทั้งสองรับท่อที่เหลือจำนวน ๔๐ ท่อ คืนและให้คืนเงินมัดจำแก่โจทก์ มิฉะนั้นโจทก์จะนำท่อดังกล่าวออกขายทอดตลาด จำเลยทั้งสองทราบแล้วก็เพิกเฉย โจทก์จึงประกาศขายท่อดังกล่าวกับแจ้งให้จำเลยทั้งสองทราบ แล้วจึงขายให้ผู้ประมูลได้ในราคาท่อละ ๘๕๐ บาท คิดเป็นเงิน ๓๔,๐๐๐ บาท เมื่อนำมาหักกับเงินมัดจำที่จำเลยทั้งสองต้องคืนแก่โจทก์จำนวน ๗๒,๐๐๐ บาท แล้วเงินยังขาดอยู่ ๓๘,๐๐๐ บาท โจทก์ได้มีหนังสือแจ้งให้จำเลยทั้งสองชำระเงินที่ขาดดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยอัตราตามกฎหมายคืนให้แก่โจทก์ แต่จำเลยทั้งสองไม่ชำระ พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การที่จำเลยทั้งสองได้รับหนังสือของโจทก์ให้มารับท่อคืนและคืนเงินมัดจำท่อแก่โจทก์แล้ว แต่จำเลยทั้งสองนิ่งเฉยไม่ทักท้วง โจทก์จะมีสิทธิขายท่อดังกล่าว ได้หรือไม่ เห็นว่า การที่โจทก์มีหนังสือแจ้งให้จำเลยทั้งสองมารับท่อและคืนเงินมัดจำ มิฉะนั้นจะนำท่อออกขายทอดตลาดอันเป็นการแสดงเจตนาและความประสงค์ของโจทก์ แม้จำเลยทั้งสองได้ทราบเจตนาของโจทก์แล้วก็ตาม แต่เมื่อจำเลยทั้งสองไม่ได้ตกลงด้วยดังกล่าวโจทก์ก็ย่อมไม่มีสิทธิที่จะนำท่อออกขายตามที่ได้แจ้ง ทั้งนี้เพราะในหนังสือสัญญาซื้อขายและสัญญายืมท่อระหว่างโจทก์กับจำเลยทั้งสองนั้นไม่ได้กำหนดให้โจทก์มีสิทธิที่จะขายท่อของจำเลยทั้งสองเพื่อนำเงินที่ได้มาหักออกจากเงินมัดจำค่ายืมท่อตามความต้องการโจทก์ได้ แม้จำเลยทั้งสองจะมีหน้าที่ที่จะต้องคืนเงินมัดจำให้แก่โจทก์ แต่โจทก์ซึ่งเป็นลูกหนี้จำเลยตามสัญญายืมท่อก็มีหน้าที่ต้องคืนท่อของจำเลยทั้งสองให้แก่จำเลยทั้งสองด้วย เมื่อโจทก์นำท่อของจำเลยทั้งสองไปขายโดยไม่มีสิทธิที่จะทำได้ โจทก์จึงยังไม่มีสิทธิเรียกให้จำเลยทั้งสองคืนเงินมัดจำค่ายืมท่อแก่โจทก์ ทั้งนี้ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๓๖๙ ฉะนั้นที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องมานั้น จึงเป็นการชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (ปรีดี รุ่งวิสัย-ทองหล่อ โฉมงาม-เฉลิมศักดิ์ บุญยงค์) ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายอุทัย พิศวง ศาลอุทธรณ์ - นายอรุณ พิชญาพงศ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
112993
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งกรุงเทพใต้",
        "judge": "นายอุทัย พิศวง"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายอรุณ พิชญาพงศ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082038348"
    }
}
date
2547
deka_no
6375/2547
deka_running_no
6375
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "ปรีดี รุ่งวิสัย",
    "ทองหล่อ โฉมงาม",
    "เฉลิมศักดิ์ บุญยงค์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 210",
            "ม. 369",
            "ม. 640"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ห้างหุ้นส่วนจำกัด ลิ้มง่วนเฮงเส็ง กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๔๕,๑๒๕ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๓๘,๐๐๐ บาท จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยทั้งสองไม่ผิดสัญญา โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกเงินมัดจำท่อคืน โจทก์ไม่มีสิทธินำท่อออกขายทอดตลาด

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ ๑,๐๐๐ บาท แทนจำเลยทั้งสอง

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์ทำสัญญาซื้อลมออกซิเจนและแก๊สอะเซทิลีน จากจำเลยที่ ๑ ซึ่งมีจำเลยที่ ๒ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ โจทก์วางเงินมัดจำเป็นค่ายืมท่อลมและแก๊ส ๔๐ ท่อ ราคาท่อละ ๑,๘๐๐ บาท รวมเป็นเงิน ๗๒,๐๐๐ บาท ต่อมาโจทก์ทำสัญญาซื้อลมออกซิเจนและแก๊สอะเซทิลีนจากจำเลยที่ ๑ อีกครั้งเป็นเงิน ๘๑,๖๐๐ บาท โดยยังคงถือเอาเงินมัดจำจำนวน ๗๒,๐๐๐ บาท เป็นเงินมัดจำค่ายืมท่อต่อไป ต่อมาโจทก์เลิกซ่อมรถจึงโทรศัพท์แจ้งให้จำเลยทั้งสองรับท่อคืน และให้คืนเงินมัดจำให้แก่โจทก์ จำเลยทั้งสองได้รับท่อคืนไป ๖๐ ท่อ คงเหลืออยู่ที่โจทก์อีก ๔๐ ท่อ โจทก์จึงมีหนังสือให้จำเลยทั้งสองรับท่อที่เหลือจำนวน ๔๐ ท่อ คืนและให้คืนเงินมัดจำแก่โจทก์ มิฉะนั้นโจทก์จะนำท่อดังกล่าวออกขายทอดตลาด จำเลยทั้งสองทราบแล้วก็เพิกเฉย โจทก์จึงประกาศขายท่อดังกล่าวกับแจ้งให้จำเลยทั้งสองทราบ แล้วจึงขายให้ผู้ประมูลได้ในราคาท่อละ ๘๕๐ บาท คิดเป็นเงิน ๓๔,๐๐๐ บาท เมื่อนำมาหักกับเงินมัดจำที่จำเลยทั้งสองต้องคืนแก่โจทก์จำนวน ๗๒,๐๐๐ บาท แล้วเงินยังขาดอยู่ ๓๘,๐๐๐ บาท โจทก์ได้มีหนังสือแจ้งให้จำเลยทั้งสองชำระเงินที่ขาดดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยอัตราตามกฎหมายคืนให้แก่โจทก์ แต่จำเลยทั้งสองไม่ชำระ

พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การที่จำเลยทั้งสองได้รับหนังสือของโจทก์ให้มารับท่อคืนและคืนเงินมัดจำท่อแก่โจทก์แล้ว แต่จำเลยทั้งสองนิ่งเฉยไม่ทักท้วง โจทก์จะมีสิทธิขายท่อดังกล่าว ได้หรือไม่ เห็นว่า การที่โจทก์มีหนังสือแจ้งให้จำเลยทั้งสองมารับท่อและคืนเงินมัดจำ มิฉะนั้นจะนำท่อออกขายทอดตลาดอันเป็นการแสดงเจตนาและความประสงค์ของโจทก์ แม้จำเลยทั้งสองได้ทราบเจตนาของโจทก์แล้วก็ตาม แต่เมื่อจำเลยทั้งสองไม่ได้ตกลงด้วยดังกล่าวโจทก์ก็ย่อมไม่มีสิทธิที่จะนำท่อออกขายตามที่ได้แจ้ง ทั้งนี้เพราะในหนังสือสัญญาซื้อขายและสัญญายืมท่อระหว่างโจทก์กับจำเลยทั้งสองนั้นไม่ได้กำหนดให้โจทก์มีสิทธิที่จะขายท่อของจำเลยทั้งสองเพื่อนำเงินที่ได้มาหักออกจากเงินมัดจำค่ายืมท่อตามความต้องการโจทก์ได้ แม้จำเลยทั้งสองจะมีหน้าที่ที่จะต้องคืนเงินมัดจำให้แก่โจทก์ แต่โจทก์ซึ่งเป็นลูกหนี้จำเลยตามสัญญายืมท่อก็มีหน้าที่ต้องคืนท่อของจำเลยทั้งสองให้แก่จำเลยทั้งสองด้วย เมื่อโจทก์นำท่อของจำเลยทั้งสองไปขายโดยไม่มีสิทธิที่จะทำได้ โจทก์จึงยังไม่มีสิทธิเรียกให้จำเลยทั้งสองคืนเงินมัดจำค่ายืมท่อแก่โจทก์ ทั้งนี้ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๓๖๙ ฉะนั้นที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องมานั้น จึงเป็นการชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000880.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547