คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5203/2547 ฉบับเต็ม

#112996
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5203/2547 บริษัท เวิล์ด มีเดีย (เอเชีย) จำกัด โจทก์ ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 1008 วรรคหนึ่ง ป.วิ.พ. มาตรา 225, มาตรา 248 วรรคหนึ่ง จำเลยให้การต่อสู้เพียงว่า เช็คพิพาทเป็นของโจทก์ มีลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายและตราประทับตรงกับตัวอย่างลายมือชื่อที่โจทก์ได้ให้ไว้แก่จำเลย จำเลยไม่ได้ให้การต่อสู้ว่า โจทก์เป็นฝ่ายประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงที่ปล่อยปละละเลยจนเป็นเหตุให้ ว. ปลอมลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายเช็คพิพาท จำเลยจึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นในประเด็นว่าโจทก์ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงหรือไม่ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยในประเด็นดังกล่าวจึงเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นแห่งคดี ถือว่าเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 225 โจทก์ฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคดีนอกประเด็นหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมาย แม้ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาท คดีก็ไม่ต้องห้ามฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 วรรคหนึ่ง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยใช้เงินจำนวน 209,979 บาท พร้อมด้วยค่าเสียหายเท่ากับดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 189,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 108,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 28 มกราคม 2541 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 5,400 บาท โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์เป็นบริษัทจำกัดเปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวันไว้กับธนาคารจำเลยเพื่อใช้เช็คเบิกถอนเงินจากบัญชีดังกล่าวโดยมีเงื่อนไขในการสั่งจ่ายเช็คเพื่อเบิกถอนเงินคือให้นายเชาวน์ กรรมการผู้มีอำนาจของโจทก์ลงลายมือชื่อประทับตราสำคัญของโจทก์เป็นผู้สั่งจ่าย เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2541 มีผู้นำเช็คพิพาทจำนวนเงิน 189,000 บาท ซึ่งมีลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายปลอมไปเรียกเก็บเงินจากจำเลย จำเลยได้จ่ายเงินตามเช็คไปและหักเงินจากบัญชีเงินฝากกระแสรายวันของโจทก์ ปัญหาว่าจำเลยจะต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่นั้น จำเลยให้การต่อสู้เพียงว่า เช็คพิพาทเป็นของโจทก์ มีลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายและตราประทับตรงกับตัวอย่างลายมือชื่อที่โจทก์ได้ให้ไว้แก่จำเลย แต่จำเลยไม่ได้ให้การต่อสู้ว่า โจทก์เป็นฝ่ายประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงที่ปล่อยปละละเลยจนเป็นเหตุให้นางวนิดาซึ่งเป็นผู้เก็บรักษาเช็คและตราประทับ ปลอมลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายเช็คพิพาท จำเลยจึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นในประเด็นว่าโจทก์ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงหรือไม่ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยในประเด็นดังกล่าวจึงเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นแห่งคดี ถือว่าเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 225 เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เช็คพิพาทเป็นเช็คปลอมลายมือชื่อโจทก์เป็นผู้สั่งจ่ายและจำเลยได้จ่ายเงินตามเช็คพิพาทไปโดยหักจากบัญชีเงินฝากของโจทก์ จึงเป็นการละเมิดต่อโจทก์ จำเลยต้องรับผิดใช้เงินตามเช็คพิพาทแก่โจทก์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1008 วรรคหนึ่ง พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่จำเลยจ่ายเงินตามเช็คพิพาท แต่โจทก์มีคำขอท้ายฎีกา ขอให้จำเลยใช้เงิน 189,000 บาท โดยไม่ขอดอกเบี้ย จึงให้ตามคำขอท้ายฎีกาของโจทก์ อนึ่ง ที่จำเลยแก้ฎีกาว่า ทุนทรัพย์ชั้นฎีกามีจำนวนไม่ถึง 200,000 บาท และเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกานั้น เห็นว่า โจทก์ฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคดีนอกประเด็นหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมาย แม้ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาท คดีก็ไม่ต้องห้ามฎีกา ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 วรรคหนึ่ง พิพากษากลับให้จำเลยชำระเงิน 189,000 บาท แก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ. (เฉลิมศักดิ์ บุญยงค์-สายันต์ สุรสมภพ-เรวัตร อิศราภรณ์) ศาลแพ่ง - นายสรวิศ ลิมปรังษี ศาลอุทธรณ์ - นายพลภักดี สิริทิพากร แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
112996
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายสรวิศ ลิมปรังษี"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายพลภักดี สิริทิพากร"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082038675"
    }
}
date
2547
deka_no
5203/2547
deka_running_no
5203
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "เฉลิมศักดิ์ บุญยงค์",
    "สายันต์ สุรสมภพ",
    "เรวัตร อิศราภรณ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1008 วรรคหนึ่ง"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 225",
            "ม. 248 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัท เวิล์ด มีเดีย (เอเชีย) จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน)"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยใช้เงินจำนวน 209,979 บาท พร้อมด้วยค่าเสียหายเท่ากับดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 189,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 108,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 28 มกราคม 2541 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 5,400 บาท

โจทก์และจำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์เป็นบริษัทจำกัดเปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวันไว้กับธนาคารจำเลยเพื่อใช้เช็คเบิกถอนเงินจากบัญชีดังกล่าวโดยมีเงื่อนไขในการสั่งจ่ายเช็คเพื่อเบิกถอนเงินคือให้นายเชาวน์ กรรมการผู้มีอำนาจของโจทก์ลงลายมือชื่อประทับตราสำคัญของโจทก์เป็นผู้สั่งจ่าย เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2541 มีผู้นำเช็คพิพาทจำนวนเงิน 189,000 บาท ซึ่งมีลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายปลอมไปเรียกเก็บเงินจากจำเลย จำเลยได้จ่ายเงินตามเช็คไปและหักเงินจากบัญชีเงินฝากกระแสรายวันของโจทก์ ปัญหาว่าจำเลยจะต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่นั้น จำเลยให้การต่อสู้เพียงว่า เช็คพิพาทเป็นของโจทก์ มีลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายและตราประทับตรงกับตัวอย่างลายมือชื่อที่โจทก์ได้ให้ไว้แก่จำเลย แต่จำเลยไม่ได้ให้การต่อสู้ว่า โจทก์เป็นฝ่ายประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงที่ปล่อยปละละเลยจนเป็นเหตุให้นางวนิดาซึ่งเป็นผู้เก็บรักษาเช็คและตราประทับ ปลอมลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายเช็คพิพาท จำเลยจึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นในประเด็นว่าโจทก์ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงหรือไม่ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยในประเด็นดังกล่าวจึงเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นแห่งคดี ถือว่าเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 225 เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เช็คพิพาทเป็นเช็คปลอมลายมือชื่อโจทก์เป็นผู้สั่งจ่ายและจำเลยได้จ่ายเงินตามเช็คพิพาทไปโดยหักจากบัญชีเงินฝากของโจทก์ จึงเป็นการละเมิดต่อโจทก์ จำเลยต้องรับผิดใช้เงินตามเช็คพิพาทแก่โจทก์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1008 วรรคหนึ่ง พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่จำเลยจ่ายเงินตามเช็คพิพาท แต่โจทก์มีคำขอท้ายฎีกา ขอให้จำเลยใช้เงิน 189,000 บาท โดยไม่ขอดอกเบี้ย จึงให้ตามคำขอท้ายฎีกาของโจทก์

อนึ่ง ที่จำเลยแก้ฎีกาว่า ทุนทรัพย์ชั้นฎีกามีจำนวนไม่ถึง 200,000 บาท และเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกานั้น เห็นว่า โจทก์ฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคดีนอกประเด็นหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมาย แม้ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาท คดีก็ไม่ต้องห้ามฎีกา ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 วรรคหนึ่ง

พิพากษากลับให้จำเลยชำระเงิน 189,000 บาท แก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000883.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547