คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2819/2547 ฉบับเต็ม

#113000
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2819/2547 นางปัทมา ธัญนารา โจทก์ นางบุญศิริ กาญจนทวีวัฒน์หรือภิรมย์นาม จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 55 ผู้ที่จะฟ้องคดีแพ่งต่อศาลจะต้องถูกโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมาย เพื่อรับรองว่าตนมีสิทธิหรือหน้าที่หรือจะต้องใช้สิทธิทางศาล เมื่อโจทก์ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 110214 การที่โจทก์ฟ้องคดีนี้เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกคำสั่งศาลชั้นต้นที่มีคำสั่งว่าจำเลยได้กรรมสิทธิ์ที่ดินแปลงโฉนดดังกล่าวโดยการครอบครองปรปักษ์ก็เพียงเพื่อต้องการทำลายพยานหลักฐานในคดีอาญาที่โจทก์ถูกจำเลยฟ้องข้อหาบุกรุกที่ดินแปลงนี้ ซึ่งในคดีนั้นโจทก์ในฐานะจำเลยย่อมมีสิทธินำพยานหลักฐานมานำสืบต่อสู้คดีได้หากจำเลยนำหลักฐานเท็จมาแสดง โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรงจากคำสั่งศาลดังกล่าว ถือไม่ได้ว่าโจทก์ถูกโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายหรือมีเหตุที่จะต้องใช้สิทธิทางศาล โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้พิพากษาเพิกถอนคำสั่งของศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ในคดีหมายเลขแดงที่ ๒๘๕/๒๕๔๑ เรื่องจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๑๐๒๑๔ โดยการครอบครองปรปักษ์ และขอให้เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนการได้ที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๑๐๒๑๔ โดยการครอบครองปรปักษ์ และเพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนระงับจำนองหนี้เกลื่อนกลืนกันของจำเลย จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ ๑,๕๐๐ บาท แทนจำเลย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า คำฟ้องของโจทก์ถือว่ามีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายแพ่งหรือมีเหตุที่จะต้องใช้สิทธิทางศาลหรือไม่ เห็นว่า ตามบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.พ. มาตรา ๕๕ ผู้ที่จะยื่นฟ้องคดีแพ่งต่อศาลจะต้องถูกโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมาย เพื่อรองรับว่าตนมีสิทธิหรือหน้าที่หรือจะต้องใช้สิทธิทางศาล แต่คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งศาลเพียงเพื่อต้องการทำลายพยานหลักฐานในคดีอาญาที่โจทก์ถูกจำเลยฟ้องข้อหาบุกรุกที่ดินแปลงนี้เท่านั้น ซึ่งในคดีอาญาดังกล่าวโจทก์ในฐานะจำเลยย่อมมีสิทธินำพยานหลักฐานมานำสืบต่อสู้คดีได้อย่างเต็มที่ หากพยานหลักฐานที่จำเลยนำมาแสดงเป็นเท็จดังโจทก์อ้าง โจทก์ก็มีสิทธินำสืบหักล้างทำให้พยานหลักฐานดังกล่าวรับฟังไม่ได้ ไม่อาจนำมาใช้เป็นประโยชน์ต่อจำเลยได้อยู่แล้วหาจำเป็นที่โจทก์ต้องฟ้องเพื่อทำลายพยานหลักฐานดังกล่าวไม่ ทั้งกรณีเช่นนี้หากโจทก์ได้รับความเสียหายก็เป็นผลโดยตรงจากการที่จำเลยดำเนินคดีอาญาต่อโจทก์ ที่ศาลมีคำสั่งให้จำเลยได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวจึงไม่ได้กระทบกระเทือนถึงสิทธิหรือหน้าที่ของโจทก์ตามกฎหมายแพ่งแต่อย่างใด คำฟ้องของโจทก์ถือไม่ได้ว่ามีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายแพ่งหรือมีเหตุที่จะต้องใช้สิทธิทางศาล โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน จำเลยไม่แก้ฎีกาจึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นฎีกาให้. (พินิจ บุญชัด-มงคล ทับเที่ยง-สุรพล เตชะกำธร) ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นางสาวปัทมา ทุมมา ศาลอุทธรณ์ - นายวิรุฬห์ แสงเทียน แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
113000
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งกรุงเทพใต้",
        "judge": "นางสาวปัทมา ทุมมา"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายวิรุฬห์ แสงเทียน"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082040342"
    }
}
date
2547
deka_no
2819/2547
deka_running_no
2819
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "พินิจ บุญชัด",
    "มงคล ทับเที่ยง",
    "สุรพล เตชะกำธร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 55"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางปัทมา ธัญนารา"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางบุญศิริ กาญจนทวีวัฒน์หรือภิรมย์นาม"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้พิพากษาเพิกถอนคำสั่งของศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ในคดีหมายเลขแดงที่ ๒๘๕/๒๕๔๑ เรื่องจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๑๐๒๑๔ โดยการครอบครองปรปักษ์ และขอให้เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนการได้ที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๑๐๒๑๔ โดยการครอบครองปรปักษ์ และเพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนระงับจำนองหนี้เกลื่อนกลืนกันของจำเลย

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ ๑,๕๐๐ บาท แทนจำเลย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า คำฟ้องของโจทก์ถือว่ามีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายแพ่งหรือมีเหตุที่จะต้องใช้สิทธิทางศาลหรือไม่ เห็นว่า ตามบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.พ. มาตรา ๕๕ ผู้ที่จะยื่นฟ้องคดีแพ่งต่อศาลจะต้องถูกโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมาย เพื่อรองรับว่าตนมีสิทธิหรือหน้าที่หรือจะต้องใช้สิทธิทางศาล แต่คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งศาลเพียงเพื่อต้องการทำลายพยานหลักฐานในคดีอาญาที่โจทก์ถูกจำเลยฟ้องข้อหาบุกรุกที่ดินแปลงนี้เท่านั้น ซึ่งในคดีอาญาดังกล่าวโจทก์ในฐานะจำเลยย่อมมีสิทธินำพยานหลักฐานมานำสืบต่อสู้คดีได้อย่างเต็มที่ หากพยานหลักฐานที่จำเลยนำมาแสดงเป็นเท็จดังโจทก์อ้าง โจทก์ก็มีสิทธินำสืบหักล้างทำให้พยานหลักฐานดังกล่าวรับฟังไม่ได้ ไม่อาจนำมาใช้เป็นประโยชน์ต่อจำเลยได้อยู่แล้วหาจำเป็นที่โจทก์ต้องฟ้องเพื่อทำลายพยานหลักฐานดังกล่าวไม่ ทั้งกรณีเช่นนี้หากโจทก์ได้รับความเสียหายก็เป็นผลโดยตรงจากการที่จำเลยดำเนินคดีอาญาต่อโจทก์ ที่ศาลมีคำสั่งให้จำเลยได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวจึงไม่ได้กระทบกระเทือนถึงสิทธิหรือหน้าที่ของโจทก์ตามกฎหมายแพ่งแต่อย่างใด คำฟ้องของโจทก์ถือไม่ได้ว่ามีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายแพ่งหรือมีเหตุที่จะต้องใช้สิทธิทางศาล โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน จำเลยไม่แก้ฎีกาจึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นฎีกาให้.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000898.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547