คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 37/2548 ฉบับเต็ม

#113002
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 37/2548 นายโกมินทร์ พิมพ์จันทร์ ผู้ร้อง ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 7 จังหวัดอุบลราชธานี ผู้คัดค้าน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475 มาตรา 107 (4) แม้ผู้ร้องได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองอื่นแล้วก็ตาม แต่วันที่ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองอื่นดังกล่าวนับถึงวันที่ผู้ร้องสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาน้อยกว่า 90 วัน ผู้ร้องจึงเป็นสมาชิกพรรคการเมืองที่ส่งสมัครเข้ารับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งเพียงพรรคเดียวนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันน้อยกว่า 90 วัน ผู้ร้องเป็นผู้ขาดคุณสมบัติการเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 107 (4) ___________________________ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่ 7 จังหวัดอุบลราชธานี สังกัดพรรคชาติไทย ต่อมาผู้คัดค้านแจ้งให้ผู้ร้องทราบว่าไม่รับสมัครผู้ร้องโดยอ้างว่า ผู้ร้องมิได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งเพียงพรรคเดียว นับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 90 วัน ขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งให้ผู้คัดค้านรับสมัครผู้ร้องและประกาศให้ผู้ร้องเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง ศาลฎีกาพิพากษาว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งได้ตราไว้ ณ วันที่ 11 ตุลาคม 2540 มาตรา 107 (4) ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งเพียงพรรคเดียวนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 90 วัน จึงมีปัญหาวินิจฉัยก่อนว่า การลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทยและพรรคมหาชนมีผลตั้งแต่เมื่อใด สำหรับการลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทยนั้น ปรากฏว่าพรรคไทยรักไทยได้มีหนังสือแจ้งเรื่องการขอลาออกให้ผู้ร้องทราบ แม้เอกสารดังกล่าวจะลงวันที่ 29 ธันวาคม 2547 แต่ก็มีข้อความว่า จึงขอแจ้งให้ท่านทราบว่า สมาชิกภาพของท่านจะสิ้นสุด ณ วันที่ท่านแจ้งมา โดยไม่มีข้อความว่าผู้ร้องแจ้งเมื่อใด ผู้ร้องอ้างว่าให้น้องชายไปยื่นหนังสือขอลาออก ซึ่งตามเอกสารดังกล่าวมีข้อความระบุว่า รับเรื่องและลงลายมือชื่อกัญญาวีร์ ณ นคร เป็นผู้รับเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2547 ดังนั้นจึงต้องถือว่าวันดังกล่าวเป็นโอกาสแรกที่ผู้ร้องแจ้งการขอลาออกจากการเป็นสมาชิกแก่พรรคไทยรักไทย ข้อเท็จจริงดังกล่าวประกอบหนังสือเรื่องการลาออกจากสมาชิกไทยรักไทย จึงฟังได้ว่า การลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทยมีผลตั้งแต่วันที่ 18 ธันวาคม 2547 ส่วนการลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคมหาชนนั้น คู่ความแถลงรับกันตามหนังสือเรื่องขอลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคมหาชนว่า การลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคมหาชนมีผลตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2548 ดังนั้น แม้ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ผู้ร้องได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทยและพรรคมหาชนมีผลนับตั้งแต่วันที่ 18 ธันวาคม 2547 และวันที่ 4 มกราคม 2548 ตามลำดับแล้วก็ตาม แต่วันที่ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคดังกล่าวนับถึงวันที่ผู้ร้องสมัครรับเลือกตั้งในวันที่ 10 มกราคม 2548 ผู้ร้องจึงเป็นสมาชิกพรรคชาติไทยเพียงพรรคเดียวนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันน้อยกว่า 90 วัน ผู้ร้องเป็นผู้ขาดคุณสมบัติการเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 107 (4) ที่ผู้คัดค้านไม่รับสมัครและไม่ประกาศชื่อผู้ร้องเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งชอบแล้ว จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง. (ทวีวัฒน์ แดงทองดี-บุญรอด ตันประเสริฐ-มนตรี ยอดปัญญา) แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
113002
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082035760"
    }
}
date
2548
deka_no
37/2548
deka_running_no
37
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "ทวีวัฒน์ แดงทองดี",
    "บุญรอด ตันประเสริฐ",
    "มนตรี ยอดปัญญา"
]
laws
[
    {
        "law_name": "รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475",
        "law_abbr": "รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475",
        "sections": [
            "ม. 107 (4)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นายโกมินทร์ พิมพ์จันทร์"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 7 จังหวัดอุบลราชธานี"
    }
]
long_text
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่ 7 จังหวัดอุบลราชธานี สังกัดพรรคชาติไทย ต่อมาผู้คัดค้านแจ้งให้ผู้ร้องทราบว่าไม่รับสมัครผู้ร้องโดยอ้างว่า ผู้ร้องมิได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งเพียงพรรคเดียว นับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 90 วัน ขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งให้ผู้คัดค้านรับสมัครผู้ร้องและประกาศให้ผู้ร้องเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง

ศาลฎีกาพิพากษาว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งได้ตราไว้ ณ วันที่ 11 ตุลาคม 2540 มาตรา 107 (4) ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งเพียงพรรคเดียวนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 90 วัน จึงมีปัญหาวินิจฉัยก่อนว่า การลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทยและพรรคมหาชนมีผลตั้งแต่เมื่อใด สำหรับการลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทยนั้น ปรากฏว่าพรรคไทยรักไทยได้มีหนังสือแจ้งเรื่องการขอลาออกให้ผู้ร้องทราบ แม้เอกสารดังกล่าวจะลงวันที่ 29 ธันวาคม 2547 แต่ก็มีข้อความว่า จึงขอแจ้งให้ท่านทราบว่า สมาชิกภาพของท่านจะสิ้นสุด ณ วันที่ท่านแจ้งมา โดยไม่มีข้อความว่าผู้ร้องแจ้งเมื่อใด ผู้ร้องอ้างว่าให้น้องชายไปยื่นหนังสือขอลาออก ซึ่งตามเอกสารดังกล่าวมีข้อความระบุว่า รับเรื่องและลงลายมือชื่อกัญญาวีร์ ณ นคร เป็นผู้รับเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2547 ดังนั้นจึงต้องถือว่าวันดังกล่าวเป็นโอกาสแรกที่ผู้ร้องแจ้งการขอลาออกจากการเป็นสมาชิกแก่พรรคไทยรักไทย ข้อเท็จจริงดังกล่าวประกอบหนังสือเรื่องการลาออกจากสมาชิกไทยรักไทย จึงฟังได้ว่า การลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทยมีผลตั้งแต่วันที่ 18 ธันวาคม 2547 ส่วนการลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคมหาชนนั้น คู่ความแถลงรับกันตามหนังสือเรื่องขอลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคมหาชนว่า การลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคมหาชนมีผลตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2548 ดังนั้น แม้ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ผู้ร้องได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทยและพรรคมหาชนมีผลนับตั้งแต่วันที่ 18 ธันวาคม 2547 และวันที่ 4 มกราคม 2548 ตามลำดับแล้วก็ตาม แต่วันที่ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคดังกล่าวนับถึงวันที่ผู้ร้องสมัครรับเลือกตั้งในวันที่ 10 มกราคม 2548 ผู้ร้องจึงเป็นสมาชิกพรรคชาติไทยเพียงพรรคเดียวนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันน้อยกว่า 90 วัน ผู้ร้องเป็นผู้ขาดคุณสมบัติการเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 107 (4) ที่ผู้คัดค้านไม่รับสมัครและไม่ประกาศชื่อผู้ร้องเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งชอบแล้ว

จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000857.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548