คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3856/2547 ฉบับเต็ม

#113004
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3856/2547 บริษัท เอ็น.ที.เอส.สตีลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) โจทก์ บริษัทสือเฉิง จำกัด จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 193/33 (5), มาตรา 193/34 (1) จำเลยซื้อสินค้าจากโจทก์เพื่อนำไปจำหน่ายให้ลูกค้าอีกต่อหนึ่ง การซื้อขายดังกล่าวจึงมีลักษณะเป็นการที่ได้ทำเพื่อกิจการของฝ่ายลูกหนี้คือจำเลยนั้นเอง ตาม ป.พ.พ. มาตรา 194/34 (1) ตอนท้าย ซึ่งถ้อยคำดังกล่าวมีความหมายกว้างกว่าการซื้อมาเพื่อขายต่อไปแต่อย่างเดียว เพราะยังครอบคลุมถึงกรณีที่ลูกหนี้อาจต้องมีการกระทำใดเช่น การดัดแปลงสินค้าก่อนนำไปจำหน่ายอีกชั้นหนึ่ง อันเป็นลักษณะของการประกอบอาชีพ จึงย่อมต้องมิใช่การซื้อ มาเพื่อบริโภคเอง อายุความสิทธิเรียกร้องของโจทก์ย่อมมีกำหนด 5 ปี มิใช่ 2 ปี ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าสินค้าที่ค้างอยู่จำนวน 241,761.35 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 200,552.03 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงิน 200,552.03 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ทั้งนี้ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 41,209.32 บาท ตามที่โจทก์ขอมา จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/34 (1) บัญญัติให้มีอายุความ 2 ปี เว้นแต่เป็นการที่ได้ทำเพื่อกิจการของฝ่ายลูกหนี้นั้นเอง อายุความตามสิทธิเรียกร้องของเจ้าหนี้จึงให้ขยายเป็นมีกำหนด 5 ปี ตามมาตรา 193/33 (5) เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยซื้อสินค้าจากโจทก์เพื่อนำไปจำหน่ายให้ลูกค้าอีกต่อหนึ่ง การซื้อขายดังกล่าวจึงมี ลักษณะเป็นการที่ได้ทำเพื่อกิจการของฝ่ายลูกหนี้คือจำเลยนั้นเอง เข้าข้อยกเว้นตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/34 (1) ตอนท้าย จึงมีอายุความ 5 ปีตามมาตรา 193/33 (5) หาใช่ 2 ปี ดังที่จำเลยฎีกาไม่ ข้อที่จำเลยฎีกาอ้างว่าในคดีนี้เป็นการซื้อมาเพื่อขายไปอีกต่อหนึ่งโดยมิได้มีการกระทำใดเช่นการดัดแปลงสินค้า จึงไม่ใช่กรณีเพื่อกิจการของฝ่ายลูกหนี้ เพราะมิเช่นนั้นควรบัญญัติเช่นเดียวกับที่บัญญัติไว้ใน ป.พ.พ. มาตรา 193/34 (5) ตอนท้ายในกรณีผู้ขายสลากกินแบ่ง สลากกินรวบหรือสลากที่คล้ายคลึงกันเรียกเอาค่าขายสลากว่า เว้นแต่เป็นการขายเพื่อการขายต่อนั้น เห็นว่า ถ้อยคำตอนท้ายของ ป.พ.พ. มาตรา 193/34 (1) ดังกล่าวมีความหมายกว้างกว่าการซื้อมาเพื่อขายต่อไปแต่อย่างเดียว เพราะยังครอบคลุมถึงกรณีที่ลูกหนี้อาจต้องมีการกระทำใด เช่น การดัดแปลงสินค้าก่อนนำไปจำหน่ายอีกชั้นหนึ่งอันเป็นลักษณะของการประกอบอาชีพ จึงย่อมต้องมิใช่การซื้อมาเพื่อบริโภคเอง กฎหมายจึงบัญญัติโดยใช้ถ้อยคำต่างกัน พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาแทนโจทก์. (เกรียงชัย จึงจตุรพิธ-วิชัย วิวิตเสวี-สำรวจ อุดมทวี) ศาลแพ่งธนบุรี - นายเอกรัฐ กะการดี ศาลอุทธรณ์ - นางสาวสุนันท์ ชัยชูสอน แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
113004
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งธนบุรี",
        "judge": "นายเอกรัฐ กะการดี"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นางสาวสุนันท์ ชัยชูสอน"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082039574"
    }
}
date
2547
deka_no
3856/2547
deka_running_no
3856
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "เกรียงชัย จึงจตุรพิธ",
    "วิชัย วิวิตเสวี",
    "สำรวจ อุดมทวี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 193/33 (5)",
            "ม. 193/34 (1)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัท เอ็น.ที.เอส.สตีลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทสือเฉิง จำกัด"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าสินค้าที่ค้างอยู่จำนวน 241,761.35 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 200,552.03 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงิน 200,552.03 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ทั้งนี้ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 41,209.32 บาท ตามที่โจทก์ขอมา

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/34 (1) บัญญัติให้มีอายุความ 2 ปี เว้นแต่เป็นการที่ได้ทำเพื่อกิจการของฝ่ายลูกหนี้นั้นเอง อายุความตามสิทธิเรียกร้องของเจ้าหนี้จึงให้ขยายเป็นมีกำหนด 5 ปี ตามมาตรา 193/33 (5) เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยซื้อสินค้าจากโจทก์เพื่อนำไปจำหน่ายให้ลูกค้าอีกต่อหนึ่ง การซื้อขายดังกล่าวจึงมี ลักษณะเป็นการที่ได้ทำเพื่อกิจการของฝ่ายลูกหนี้คือจำเลยนั้นเอง เข้าข้อยกเว้นตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/34 (1) ตอนท้าย จึงมีอายุความ 5 ปีตามมาตรา 193/33 (5) หาใช่ 2 ปี ดังที่จำเลยฎีกาไม่ ข้อที่จำเลยฎีกาอ้างว่าในคดีนี้เป็นการซื้อมาเพื่อขายไปอีกต่อหนึ่งโดยมิได้มีการกระทำใดเช่นการดัดแปลงสินค้า จึงไม่ใช่กรณีเพื่อกิจการของฝ่ายลูกหนี้ เพราะมิเช่นนั้นควรบัญญัติเช่นเดียวกับที่บัญญัติไว้ใน ป.พ.พ. มาตรา 193/34 (5) ตอนท้ายในกรณีผู้ขายสลากกินแบ่ง สลากกินรวบหรือสลากที่คล้ายคลึงกันเรียกเอาค่าขายสลากว่า เว้นแต่เป็นการขายเพื่อการขายต่อนั้น เห็นว่า ถ้อยคำตอนท้ายของ ป.พ.พ. มาตรา 193/34 (1) ดังกล่าวมีความหมายกว้างกว่าการซื้อมาเพื่อขายต่อไปแต่อย่างเดียว เพราะยังครอบคลุมถึงกรณีที่ลูกหนี้อาจต้องมีการกระทำใด เช่น การดัดแปลงสินค้าก่อนนำไปจำหน่ายอีกชั้นหนึ่งอันเป็นลักษณะของการประกอบอาชีพ จึงย่อมต้องมิใช่การซื้อมาเพื่อบริโภคเอง กฎหมายจึงบัญญัติโดยใช้ถ้อยคำต่างกัน

พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาแทนโจทก์.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000891.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547