คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 220/2548 ฉบับเต็ม

#113005
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 220/2548 นายสุขสันต์ ชัยเทศ ผู้ร้อง นายไพจิต ศรีวรขาน กับพวก ผู้คัดค้าน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2541 มาตรา 34, มาตรา 34/1 การยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยเกี่ยวกับคดีเลือกตั้งตาม พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิ พ.ศ. 2541 นั้น มีได้ 2 กรณี คือ กรณีที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาผู้ใดไม่มีชื่อเป็นผู้สมัครในประกาศของผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งผู้สมัครผู้นั้นมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของตนได้ตามมาตรา 34 วรรคหนึ่ง และกรณีที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งได้ประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาแล้ว แต่ต่อมาปรากฏหลักฐานว่าผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้หนึ่งผู้ใด ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งดังกล่าวมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกาเพิกถอนการสมัครรับเลือกตั้งของผู้สมัครผู้นั้นได้ตามมาตรา 34/1 วรรคหนึ่ง การที่ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พ. มีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งไม่ดำเนินการสืบสวนสอบสวนและยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อให้มีคำวินิจฉัยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัคร รับเลือกตั้งของ พ. ตามที่ผู้ร้องขอให้ตรวจสอบ เป็นคำร้องที่ไม่ต้องด้วยมาตรา 34 วรรคหนึ่ง และมาตรา 34/1 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2541 ผู้ร้อง จึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อให้มีคำวินิจฉัยได้ ___________________________ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งตามกฎหมายและได้ตรวจสอบรายชื่อผู้เสียสิทธิตามมาตรา ๖๘ วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปรากฏว่า พ. ซึ่งเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๒ จังหวัดนครพนม เป็นผู้เสียสิทธิทางการเมือง เนื่องจากไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดยไม่แจ้งเหตุอันสมควร ผู้ร้องได้ทำหนังสือขอให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ ๒ ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งของ พ. แต่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งดังกล่าวมิได้ดำเนินการสืบสวนสวบสวนและยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อมีคำวินิจฉัย เพียงแต่มีหนังสือแจ้งให้ผู้ร้องทราบว่า พ. พ้นจากการถูกเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งแล้วเท่านั้น จึงขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พ. มีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ และการที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ ๒ มิได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนและยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัยว่า พ. มีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพียงแต่ทำหนังสือตอบแจ้งคุณสมบัติของ พ. ให้ผู้ร้องทราบนั้นถือว่าเป็นการดำเนินการที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ผู้คัดค้านที่ ๑ ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามกฎหมาย เหตุที่ผู้คัดค้านไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งเพราะถูกคณะกรรมการการเลือกตั้งเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง การเลือกตั้งครั้งใหม่นี้ผู้คัดค้านกลับมามีสิทธิเลือกตั้งและสมัครรับเลือกตั้ง มิได้เป็นผู้เสียสิทธิแต่อย่างใด ผู้อำนวยการการเลือกตั้งมีอำนาจตามกฎหมายที่จะชี้แจงปัญหาเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งตามที่ผู้ร้องมีหนังสือสอบถาม การดำเนินการของผู้อำนวยการการเลือกตั้งจึงชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกคำร้อง และมีคำสั่งว่าผู้คัดค้านมีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมายที่จะเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้คัดค้านที่ ๒ ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องไม่เป็นผู้ถูกโต้แย้งสิทธิ ไม่มีอำนาจยื่นคำร้อง คำร้องของผู้ร้องเคลือบคลุม ศาลฎีกาไม่มีอำนาจวินิจฉัยคดีนี้ เนื่องจากอำนาจในการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้งที่เกิดขึ้นตามกฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นของคณะกรรมการการเลือกตั้ง และคำวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้งโดยผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ ๒ จังหวัดนครพนม ถือเป็นยุติ พ. มีคุณสมบัติในการสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครบถ้วนตามกฎหมาย ขอให้ยกคำร้อง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยเกี่ยวกับคดีเลือกตั้งตาม พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๔๑ นั้นมีได้ ๒ กรณี คือ กรณีที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาผู้ใดไม่มีชื่อเป็นผู้สมัครในประกาศของผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง ผู้สมัครผู้นั้นมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของตนได้ตามมาตรา ๓๔ วรรคหนึ่ง และกรณีที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งได้ประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาแล้ว แต่ต่อมาปรากฏหลักฐานว่าผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้หนึ่งผู้ใดขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง ดังกล่าว มีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกาเพิกถอนการสมัครรับเลือกตั้งของผู้สมัครผู้นั้นได้ตามมาตรา ๓๔/๑ วรรคหนึ่ง การที่ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า นายไพจิต ศรีวรขาน มีคุณสมบัติและลักษณะ ต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ก็ดี และการที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ ๒ จังหวัดนครพนม ไม่ดำเนินการสืบสวนสอบสวนและยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อให้มีคำวินิจฉัยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งของนายไพจิตตามที่ผู้ร้องขอให้ตรวจสอบเป็นการชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ก็ดี จึงเป็นคำร้องที่ไม่ต้องด้วยบทบัญญัติดังกล่าว ผู้ร้องไม่มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อให้มีคำวินิจฉัยได้ จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง. (ปราโมทย์ พิพัทธ์ปราโมทย์-มงคล ทับเที่ยง-วิเชียร มงคล) แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
113005
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082035638"
    }
}
date
2548
deka_no
220/2548
deka_running_no
220
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "ปราโมทย์ พิพัทธ์ปราโมทย์",
    "มงคล ทับเที่ยง",
    "วิเชียร มงคล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2541",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2541",
        "sections": [
            "ม. 34",
            "ม. 34/1"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นายสุขสันต์ ชัยเทศ"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "นายไพจิต ศรีวรขาน กับพวก"
    }
]
long_text
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งตามกฎหมายและได้ตรวจสอบรายชื่อผู้เสียสิทธิตามมาตรา ๖๘ วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปรากฏว่า พ. ซึ่งเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๒ จังหวัดนครพนม เป็นผู้เสียสิทธิทางการเมือง เนื่องจากไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดยไม่แจ้งเหตุอันสมควร ผู้ร้องได้ทำหนังสือขอให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ ๒ ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งของ พ. แต่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งดังกล่าวมิได้ดำเนินการสืบสวนสวบสวนและยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อมีคำวินิจฉัย เพียงแต่มีหนังสือแจ้งให้ผู้ร้องทราบว่า พ. พ้นจากการถูกเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งแล้วเท่านั้น จึงขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พ. มีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ และการที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ ๒ มิได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนและยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัยว่า พ. มีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพียงแต่ทำหนังสือตอบแจ้งคุณสมบัติของ พ. ให้ผู้ร้องทราบนั้นถือว่าเป็นการดำเนินการที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

ผู้คัดค้านที่ ๑ ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามกฎหมาย เหตุที่ผู้คัดค้านไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งเพราะถูกคณะกรรมการการเลือกตั้งเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง การเลือกตั้งครั้งใหม่นี้ผู้คัดค้านกลับมามีสิทธิเลือกตั้งและสมัครรับเลือกตั้ง มิได้เป็นผู้เสียสิทธิแต่อย่างใด ผู้อำนวยการการเลือกตั้งมีอำนาจตามกฎหมายที่จะชี้แจงปัญหาเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งตามที่ผู้ร้องมีหนังสือสอบถาม การดำเนินการของผู้อำนวยการการเลือกตั้งจึงชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกคำร้อง และมีคำสั่งว่าผู้คัดค้านมีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมายที่จะเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ผู้คัดค้านที่ ๒ ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องไม่เป็นผู้ถูกโต้แย้งสิทธิ ไม่มีอำนาจยื่นคำร้อง คำร้องของผู้ร้องเคลือบคลุม ศาลฎีกาไม่มีอำนาจวินิจฉัยคดีนี้ เนื่องจากอำนาจในการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้งที่เกิดขึ้นตามกฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นของคณะกรรมการการเลือกตั้ง และคำวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้งโดยผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ ๒ จังหวัดนครพนม ถือเป็นยุติ พ. มีคุณสมบัติในการสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครบถ้วนตามกฎหมาย ขอให้ยกคำร้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยเกี่ยวกับคดีเลือกตั้งตาม พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๔๑ นั้นมีได้ ๒ กรณี คือ กรณีที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาผู้ใดไม่มีชื่อเป็นผู้สมัครในประกาศของผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง ผู้สมัครผู้นั้นมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของตนได้ตามมาตรา ๓๔ วรรคหนึ่ง และกรณีที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งได้ประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาแล้ว แต่ต่อมาปรากฏหลักฐานว่าผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้หนึ่งผู้ใดขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง ดังกล่าว มีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกาเพิกถอนการสมัครรับเลือกตั้งของผู้สมัครผู้นั้นได้ตามมาตรา ๓๔/๑ วรรคหนึ่ง การที่ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า นายไพจิต ศรีวรขาน มีคุณสมบัติและลักษณะ ต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ก็ดี และการที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ ๒ จังหวัดนครพนม ไม่ดำเนินการสืบสวนสอบสวนและยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อให้มีคำวินิจฉัยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งของนายไพจิตตามที่ผู้ร้องขอให้ตรวจสอบเป็นการชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ก็ดี จึงเป็นคำร้องที่ไม่ต้องด้วยบทบัญญัติดังกล่าว ผู้ร้องไม่มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อให้มีคำวินิจฉัยได้

จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000856.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548