คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3377/2547 ฉบับเต็ม

#113024
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3377/2547 บริษัทไมโครดีไซน์ เอ. เอส. เอ. จำกัด ผู้ร้อง บริษัทยูไนเต็ดคอมมูนิเกชั่น อินดัสตรี จำกัด (มหาชน) ผู้คัดค้าน ป.วิ.พ. มาตรา 161, มาตรา 166 หลังจากที่มีคำพิพากษาศาลฎีกาให้ผู้คัดค้านชำระหนี้แก่ผู้ร้อง คดีนี้ไม่มีการทุเลาการบังคับคดีหรืองดการบังคับคดี และผู้คัดค้านยังมิได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษา ผู้ร้องจึงมีสิทธิบังคับคดีตามเงื่อนไขในหมายบังคับคดี การที่ผู้ร้องดำเนินการขออายัดบัญชีเงินฝากของผู้คัดค้านที่วางต่อศาลไว้โดยไม่มีการทำสัญญาค้ำประกัน จึงเป็นวิธีการหนึ่งของการบังคับคดีซึ่งชอบด้วยกฎหมาย ค่าธรรมเนียมการอายัดของเจ้าพนักงานบังคับคดีจึงมิใช่เกิดจากการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยไม่จำเป็นอันจะอยู่ในความรับผิดของผู้ร้อง ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๔๒ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้ผู้คัดค้านชำระเงินจำนวน ๙,๑๓๑,๗๓๖ โครนนอร์เวย์แก่ผู้ร้อง พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑.๕ ต่อเดือน ไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ผู้คัดค้านอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับคดี แต่ศาลฎีกายังมิได้มีคำสั่งเรื่องคำขอทุเลา ต่อมาวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๔๓ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี ในวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๔๔ ผู้คัดค้านได้นำหลักทรัพย์เงินฝากธนาคารออมสิน สาขายุติธรรม ประเภทฝากประจำจำนวน ๗๒,๔๘๗,๕๖๖.๙๗ บาท มาวางเป็นประกัน และศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งให้งดการบังคับคดี ต่อมา ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาให้ผู้คัดค้านชำระเงินจำนวนดังกล่าว ต่อมา ผู้ร้องยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๔๔ ว่าผู้คัดค้านเป็นลูกหนี้ผู้ร้องตามคำพิพากษา ขอให้ศาลอายัดเงินของผู้คัดค้านในบัญชีธนาคารออมสิน สาขายุติธรรม จำนวนเงิน ๗๒,๔๘๗,๕๖๖.๙๗ บาท ที่ผู้คัดค้านนำมาวางศาลเป็นประกันการชำระหนี้เพื่อขอให้ศาลงดการบังคับคดี ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางนัดพร้อม และเมื่อวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๔๔ ผู้ร้องได้ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดบัญชีเงินฝากของผู้คัดค้านดังกล่าว ซึ่งเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดำเนินการให้ตามขอ ดังนั้น ในวันนัดพร้อมผู้ร้องจึงแถลงไม่ติดใจขอให้ศาลมีคำสั่งอายัดบัญชีเงินฝากของผู้คัดค้านอีก ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่าผู้ร้องเป็นฝ่ายทำให้ต้องดำเนินกระบวนพิจารณาโดยไม่จำเป็น จึงต้องรับผิดในค่าธรรมเนียมการอายัดของเจ้าพนักงานบังคับคดี ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่า ค่าใช้จ่ายในการอายัดของเจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นตามนัยแห่ง ป.วิ.พ. มาตรา ๑๖๖ มีคำสั่งให้ค่าธรรมเนียมการอายัดของเจ้าพนักงานบังคับคดีอยู่ในความรับผิดของผู้ร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ปัญหาต้องวินิจฉัยในชั้นนี้มีว่า หน้าที่ชำระค่าธรรมเนียมการอายัดของเจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นของผู้ร้องหรือผู้คัดค้าน เห็นว่า คดีนี้ไม่มีการทุเลาการบังคับคดีหรืองดการบังคับคดีหลังจากที่มีคำพิพากษาศาลฎีกาให้ผู้คัดค้านชำระหนี้แก่ผู้ร้อง และผู้คัดค้านยังมิได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษา ผู้ร้องย่อมมีสิทธิที่จะดำเนินการบังคับคดีต่อไปตามเงื่อนไขในหมายบังคับคดี ที่ผู้คัดค้านวางสมุดบัญชีเงินฝากไว้ต่อศาลโดยไม่มีการทำสัญญาประกันคงเป็นเพียงประกันเพื่อมิให้ผู้คัดค้านต้องถูกบังคับคดีเท่านั้น ไม่มีผลเป็นการชำระหนี้ตามคำพิพากษาแต่อย่างใด การที่ผู้ร้องดำเนินการขออายัดบัญชีเงินฝากของผู้คัดค้านจึงเป็นวิธีการหนึ่งของการบังคับคดีซึ่งชอบด้วยกฎหมายที่จะทำให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้จากเงินจำนวนดังกล่าว ค่าธรรมเนียมการอายัดของเจ้าพนักงานบังคับคดีจึงมิใช่เกิดจากการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยไม่จำเป็น ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งให้ผู้ร้องรับผิดชำระค่าธรรมเนียมการอายัดของเจ้าพนักงานบังคับคดีนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พิพากษากลับเป็นว่า ให้ค่าธรรมเนียมการอายัดของเจ้าพนักงานบังคับคดีอยู่ในความรับผิดของผู้คัดค้าน. (จรูญวิทย์ ทองสอน-กำพล ภู่สุดแสวง-สุวัฒน์ วรรธนะหทัย) ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ - นายวิชัย อริยะนันทกะ ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
113024
courts
[
    {
        "court": "ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ",
        "judge": "นายวิชัย อริยะนันทกะ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082039898"
    }
}
date
2547
deka_no
3377/2547
deka_running_no
3377
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "จรูญวิทย์ ทองสอน",
    "กำพล ภู่สุดแสวง",
    "สุวัฒน์ วรรธนะหทัย"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 161",
            "ม. 166"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "บริษัทไมโครดีไซน์ เอ. เอส. เอ. จำกัด"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "บริษัทยูไนเต็ดคอมมูนิเกชั่น อินดัสตรี จำกัด (มหาชน)"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๔๒ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้ผู้คัดค้านชำระเงินจำนวน ๙,๑๓๑,๗๓๖ โครนนอร์เวย์แก่ผู้ร้อง พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑.๕ ต่อเดือน ไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ผู้คัดค้านอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับคดี แต่ศาลฎีกายังมิได้มีคำสั่งเรื่องคำขอทุเลา ต่อมาวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๔๓ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี ในวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๔๔ ผู้คัดค้านได้นำหลักทรัพย์เงินฝากธนาคารออมสิน สาขายุติธรรม ประเภทฝากประจำจำนวน ๗๒,๔๘๗,๕๖๖.๙๗ บาท มาวางเป็นประกัน และศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งให้งดการบังคับคดี ต่อมา ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาให้ผู้คัดค้านชำระเงินจำนวนดังกล่าว ต่อมา ผู้ร้องยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๔๔ ว่าผู้คัดค้านเป็นลูกหนี้ผู้ร้องตามคำพิพากษา ขอให้ศาลอายัดเงินของผู้คัดค้านในบัญชีธนาคารออมสิน สาขายุติธรรม จำนวนเงิน ๗๒,๔๘๗,๕๖๖.๙๗ บาท ที่ผู้คัดค้านนำมาวางศาลเป็นประกันการชำระหนี้เพื่อขอให้ศาลงดการบังคับคดี ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางนัดพร้อม และเมื่อวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๔๔ ผู้ร้องได้ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดบัญชีเงินฝากของผู้คัดค้านดังกล่าว ซึ่งเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดำเนินการให้ตามขอ ดังนั้น ในวันนัดพร้อมผู้ร้องจึงแถลงไม่ติดใจขอให้ศาลมีคำสั่งอายัดบัญชีเงินฝากของผู้คัดค้านอีก ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่าผู้ร้องเป็นฝ่ายทำให้ต้องดำเนินกระบวนพิจารณาโดยไม่จำเป็น จึงต้องรับผิดในค่าธรรมเนียมการอายัดของเจ้าพนักงานบังคับคดี

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่า ค่าใช้จ่ายในการอายัดของเจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นตามนัยแห่ง ป.วิ.พ. มาตรา ๑๖๖ มีคำสั่งให้ค่าธรรมเนียมการอายัดของเจ้าพนักงานบังคับคดีอยู่ในความรับผิดของผู้ร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ปัญหาต้องวินิจฉัยในชั้นนี้มีว่า หน้าที่ชำระค่าธรรมเนียมการอายัดของเจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นของผู้ร้องหรือผู้คัดค้าน เห็นว่า คดีนี้ไม่มีการทุเลาการบังคับคดีหรืองดการบังคับคดีหลังจากที่มีคำพิพากษาศาลฎีกาให้ผู้คัดค้านชำระหนี้แก่ผู้ร้อง และผู้คัดค้านยังมิได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษา ผู้ร้องย่อมมีสิทธิที่จะดำเนินการบังคับคดีต่อไปตามเงื่อนไขในหมายบังคับคดี ที่ผู้คัดค้านวางสมุดบัญชีเงินฝากไว้ต่อศาลโดยไม่มีการทำสัญญาประกันคงเป็นเพียงประกันเพื่อมิให้ผู้คัดค้านต้องถูกบังคับคดีเท่านั้น ไม่มีผลเป็นการชำระหนี้ตามคำพิพากษาแต่อย่างใด การที่ผู้ร้องดำเนินการขออายัดบัญชีเงินฝากของผู้คัดค้านจึงเป็นวิธีการหนึ่งของการบังคับคดีซึ่งชอบด้วยกฎหมายที่จะทำให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้จากเงินจำนวนดังกล่าว ค่าธรรมเนียมการอายัดของเจ้าพนักงานบังคับคดีจึงมิใช่เกิดจากการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยไม่จำเป็น ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งให้ผู้ร้องรับผิดชำระค่าธรรมเนียมการอายัดของเจ้าพนักงานบังคับคดีนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ

พิพากษากลับเป็นว่า ให้ค่าธรรมเนียมการอายัดของเจ้าพนักงานบังคับคดีอยู่ในความรับผิดของผู้คัดค้าน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000894.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547