คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7483/2547 ฉบับเต็ม

#113029
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7483/2547 นางศิริประกาย ผัดเป้า ผู้ร้อง นางอำพรรณ ตะนันกลาง กับพวก ผู้คัดค้าน ป.วิ.พ. มาตรา 57 (1), มาตรา 57 (2), มาตรา 58, มาตรา 188 ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้ปกครองผู้เยาว์ ผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำคัดค้านขอให้ตั้งผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้ปกครองผู้เยาว์ ผู้คัดค้านที่ 2 ยื่นคำร้องคัดค้านผู้คัดค้านที่ 1 และขอให้ตั้งผู้คัดค้านที่ 2 เป็นผู้ปกครองผู้เยาว์ แม้ตามคำร้องของผู้คัดค้านที่ 2 จะใช้ข้อความว่า ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมโดยได้รับความยินยอมของโจทก์ (ผู้ร้อง) นั้น ก็เป็นกรณีที่ผู้คัดค้านที่ 2 ร้องสอดใช้สิทธิของตนเองเพื่อโต้แย้งกับผู้คัดค้านที่ 1 ซึ่งเป็นการร้องขอเพื่อยังให้ได้รับความรับรอง คุ้มครอง หรือบังคับตามสิทธิของตนที่มีอยู่ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57 (1) มิใช่มาตรา 57 (2) จึงสามารถใช้สิทธิเสมือนว่าตนได้ฟ้องหรือถูกฟ้องเป็นคดีเรื่องใหม่ตามมาตรา 58 แม้ต่อมาผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 1 จะได้ยื่นคำร้องขอถอนคำร้องและคำคัดค้านและศาลจะได้สั่งจำหน่ายคดีของผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 1 จากสารบบความก็คงมีผลเฉพาะคดีของผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 1 ไม่มีคำร้องและคำคัดค้านเดิมตามลำดับที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปเท่านั้น หามีผลให้คำร้องขอของผู้คัดค้านที่ 2 ตกไปด้วยไม่ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า เด็กหญิงวริศรา ผู้เยาว์เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของนายประพันธ์ สามีของผู้ร้อง ต่อมานายประพันธ์ถึงแก่ความตาย ผู้เยาว์จึงไม่มีผู้ปกครอง ขอให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้ปกครองผู้เยาว์ ผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านที่ 1 เป็นพี่ร่วมบิดามารดาเดียวกันกับนางอนงค์ มารดาของผู้เยาว์ ขอให้ยกคำร้องและตั้งผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้ปกครองผู้เยาว์ ผู้คัดค้านที่ 2 ยื่นคำร้องขอว่าเป็นย่าของผู้เยาว์จึงมีส่วนได้เสียตามกฎหมายในผลแห่งคดีโดยร้องสอดเข้าเป็นผู้ร้องร่วมกับผู้ร้อง โดยได้รับความยินยอมของผู้ร้องและคัดค้านการที่ผู้คัดค้านที่ 1 ขอเป็นผู้ปกครองผู้เยาว์โดยขอให้ตั้งผู้คัดค้านที่ 2 เป็นผู้ปกครองผู้เยาว์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต ผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้องของผู้คัดค้านที่ 2 ระหว่างพิจารณา ผู้ร้องยื่นคำร้องขอถอนคำร้องขอ และผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำร้องขอถอนคำคัดค้าน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งว่า กรณีไม่มีคำร้องและคำคัดค้าน อันเป็นข้อพิพาทที่ผู้คัดค้านที่ 2 จะต้องคัดค้านอีกต่อไป ให้จำหน่ายคดีของผู้คัดค้านที่ 2 ออกจากสารบบความ ผู้คัดค้านที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้คัดค้านที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า แม้ตามคำร้องของผู้คัดค้านที่ 2 ที่ขอให้ศาลสั่งให้ผู้คัดค้านที่ 2 เป็นผู้ปกครองผู้เยาว์นั้น จะใช้ข้อความว่า ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม โดยได้รับความยินยอมของโจทก์ (ผู้ร้อง) นั้น ก็เป็นกรณีที่ผู้คัดค้านที่ 2 ร้องสอดใช้สิทธิของตนเองเพื่อโต้แย้งกับผู้คัดค้านที่ 1 จึงเป็นการร้องขอเพื่อยังให้ได้รับความรับรองคุ้มครองหรือบังคับตามสิทธิของตนที่มีอยู่ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57 (1) มิใช่มาตรา 57 (2) จึงสามารถใช้สิทธิเสมือนว่าตนได้ฟ้องหรือถูกฟ้องเป็นคดีเรื่องใหม่ ตามมาตรา 58 แม้ต่อมาผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 1 จะขอถอนคำร้องขอและคำคัดค้าน และศาลจะสั่งจำหน่ายคดีของผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 1 จากสารบบความก็คงมีผลเฉพาะคดีของผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 1 ไม่มีคำร้องและคำคัดค้านเดิมตามลำดับที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปเท่านั้น หามีผลทำให้คำร้องขอของผู้คัดค้านที่ 2 ตกไปด้วยไม่ เมื่อศาลชั้นต้นได้ไต่สวนคำร้องคัดค้านของผู้คัดค้านที่ 2 มาแล้ว ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยไปเลยโดยไม่ต้องย้อนสำนวนให้ศาลล่างทั้งสองพิจารณาและมีคำสั่งใหม่ คดีนี้บิดาผู้เยาว์ที่ตายไม่ได้ทำหนังสือระบุชื่อห้ามผู้คัดค้านที่ 2 ไว้มิให้เป็นผู้ปกครอง และได้ความจากคำเบิกความของผู้เยาว์ว่าประสงค์จะอยู่กับผู้คัดค้านที่ 2 เมื่อผู้เยาว์ไม่มีบิดามารดา ผู้คัดค้านที่ 2 เป็นย่าของผู้เยาว์และไม่มีลักษณะต้องห้ามมิให้เป็นผู้ปกครองแต่อย่างใด จึงเห็นสมควรตั้งผู้คัดค้านที่ 2 เป็นผู้ปกครองเด็กหญิงวริศราผู้เยาว์ พิพากษากลับว่า ให้ตั้งผู้คัดค้านที่ 2 เป็นผู้ปกครองเด็กหญิงวริศรา ผู้เยาว์ ให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ. (สบโชค สุขารมณ์-อมร วีรวงศ์-ประเสริฐ เขียนนิลศิริ) ศาลจังหวัดลำพูน - นางสาวรัชนี ไชยแก้วเมรุ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายจตุรงค์ นาสมใจ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
113029
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดลำพูน",
        "judge": "นางสาวรัชนี ไชยแก้วเมรุ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 5",
        "judge": "นายจตุรงค์ นาสมใจ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082037667"
    }
}
date
2547
deka_no
7483/2547
deka_running_no
7483
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "สบโชค สุขารมณ์",
    "อมร วีรวงศ์",
    "ประเสริฐ เขียนนิลศิริ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 57 (1)",
            "ม. 57 (2)",
            "ม. 58",
            "ม. 188"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นางศิริประกาย ผัดเป้า"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "นางอำพรรณ ตะนันกลาง กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า เด็กหญิงวริศรา ผู้เยาว์เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของนายประพันธ์ สามีของผู้ร้อง ต่อมานายประพันธ์ถึงแก่ความตาย ผู้เยาว์จึงไม่มีผู้ปกครอง ขอให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้ปกครองผู้เยาว์

ผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านที่ 1 เป็นพี่ร่วมบิดามารดาเดียวกันกับนางอนงค์ มารดาของผู้เยาว์ ขอให้ยกคำร้องและตั้งผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้ปกครองผู้เยาว์

ผู้คัดค้านที่ 2 ยื่นคำร้องขอว่าเป็นย่าของผู้เยาว์จึงมีส่วนได้เสียตามกฎหมายในผลแห่งคดีโดยร้องสอดเข้าเป็นผู้ร้องร่วมกับผู้ร้อง โดยได้รับความยินยอมของผู้ร้องและคัดค้านการที่ผู้คัดค้านที่ 1 ขอเป็นผู้ปกครองผู้เยาว์โดยขอให้ตั้งผู้คัดค้านที่ 2 เป็นผู้ปกครองผู้เยาว์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต

ผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้องของผู้คัดค้านที่ 2

ระหว่างพิจารณา ผู้ร้องยื่นคำร้องขอถอนคำร้องขอ และผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำร้องขอถอนคำคัดค้าน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งว่า กรณีไม่มีคำร้องและคำคัดค้าน อันเป็นข้อพิพาทที่ผู้คัดค้านที่ 2 จะต้องคัดค้านอีกต่อไป ให้จำหน่ายคดีของผู้คัดค้านที่ 2 ออกจากสารบบความ

ผู้คัดค้านที่ 2 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ผู้คัดค้านที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า แม้ตามคำร้องของผู้คัดค้านที่ 2 ที่ขอให้ศาลสั่งให้ผู้คัดค้านที่ 2 เป็นผู้ปกครองผู้เยาว์นั้น จะใช้ข้อความว่า ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม โดยได้รับความยินยอมของโจทก์ (ผู้ร้อง) นั้น ก็เป็นกรณีที่ผู้คัดค้านที่ 2 ร้องสอดใช้สิทธิของตนเองเพื่อโต้แย้งกับผู้คัดค้านที่ 1 จึงเป็นการร้องขอเพื่อยังให้ได้รับความรับรองคุ้มครองหรือบังคับตามสิทธิของตนที่มีอยู่ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57 (1) มิใช่มาตรา 57 (2) จึงสามารถใช้สิทธิเสมือนว่าตนได้ฟ้องหรือถูกฟ้องเป็นคดีเรื่องใหม่ ตามมาตรา 58 แม้ต่อมาผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 1 จะขอถอนคำร้องขอและคำคัดค้าน และศาลจะสั่งจำหน่ายคดีของผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 1 จากสารบบความก็คงมีผลเฉพาะคดีของผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 1 ไม่มีคำร้องและคำคัดค้านเดิมตามลำดับที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปเท่านั้น หามีผลทำให้คำร้องขอของผู้คัดค้านที่ 2 ตกไปด้วยไม่ เมื่อศาลชั้นต้นได้ไต่สวนคำร้องคัดค้านของผู้คัดค้านที่ 2 มาแล้ว ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยไปเลยโดยไม่ต้องย้อนสำนวนให้ศาลล่างทั้งสองพิจารณาและมีคำสั่งใหม่ คดีนี้บิดาผู้เยาว์ที่ตายไม่ได้ทำหนังสือระบุชื่อห้ามผู้คัดค้านที่ 2 ไว้มิให้เป็นผู้ปกครอง และได้ความจากคำเบิกความของผู้เยาว์ว่าประสงค์จะอยู่กับผู้คัดค้านที่ 2 เมื่อผู้เยาว์ไม่มีบิดามารดา ผู้คัดค้านที่ 2 เป็นย่าของผู้เยาว์และไม่มีลักษณะต้องห้ามมิให้เป็นผู้ปกครองแต่อย่างใด จึงเห็นสมควรตั้งผู้คัดค้านที่ 2 เป็นผู้ปกครองเด็กหญิงวริศราผู้เยาว์

พิพากษากลับว่า ให้ตั้งผู้คัดค้านที่ 2 เป็นผู้ปกครองเด็กหญิงวริศรา ผู้เยาว์ ให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000874.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547