คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7626/2547 ฉบับเต็ม

#113030
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7626/2547 นางจินดา วรเดช โจทก์ นางปรียา วีสเพ็ญ จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 798 โจทก์เป็นตัวแทนของจำเลยในการกู้ยืมเงินจากธนาคาร แล้วนำเงินที่กู้ยืมมามอบให้จำเลย แม้การเป็นตัวแทนในการกู้ยืมเงินจะไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือตาม ป.พ.พ. มาตรา 798 วรรคสอง ก็มีผลบังคับกันได้ระหว่างตัวการกับตัวแทน เมื่อโจทก์ถูกบังคับชำระหนี้ที่กู้ยืม จำเลยจึงต้องรับผิดชำระต้นเงินและดอกเบี้ยที่โจทก์ต้องเสียไปคืนให้โจทก์ ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 1,141,457.70 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 1,000,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า? คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยจะต้องรับผิดชำระเงินให้โจทก์หรือไม่ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า โจทก์เป็นตัวแทนของจำเลยในการกู้ยืมเงินจากธนาคารตามสัญญากู้เงินเอกสารหมาย จ. 4 แล้วนำเงินที่กู้ยืมมามอบให้จำเลย แม้การเป็นตัวแทนในการกู้ยืมเงินจะไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือตาม ป.พ.พ. มาตรา 798 วรรคสอง ก็มีผลบังคับกันได้ในระหว่างตัวการกับตัวแทน เมื่อโจทก์ถูกบังคับชำระหนี้ที่กู้ยืมจำเลยจึงต้องรับผิดชำระต้นเงินและดอกเบี้ยที่โจทก์ต้องเสียไปคืนให้โจทก์ แต่ที่โจทก์ขอคิดดอกเบี้ยนับแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน 2540 ซึ่งเป็นวันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คเอกสารหมาย จ. 1 นั้นไม่ถูกต้อง เพราะในวันดังกล่าวโจทก์ยังไม่ถูกบังคับให้ชำระหนี้ โจทก์เพิ่งถูกบังคับชำระหนี้เอาจากเงินฝากประจำในสมุดเงินฝากประจำเอกสารหมาย จ. 5 เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2541 ดังนั้น โจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยเอาจากจำเลยได้นับแต่วันที่ 24 มิถุนายน 2541 เป็นต้นไป ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงิน 1,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 24 มิถุนายน 2541 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม 20,000 บาท. (พลรัตน์ ประทุมทาน-สุรพล เจียมจูไร-เปรมใจ กิติคุณไพโรจน์) ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายธนธัต แท่งทอง ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายอาวุธ ปั้นปรีชา แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
113030
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดอุบลราชธานี",
        "judge": "นายธนธัต แท่งทอง"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 3",
        "judge": "นายอาวุธ ปั้นปรีชา"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082037551"
    }
}
date
2547
deka_no
7626/2547
deka_running_no
7626
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "พลรัตน์ ประทุมทาน",
    "สุรพล เจียมจูไร",
    "เปรมใจ กิติคุณไพโรจน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 798"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางจินดา วรเดช"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางปรียา วีสเพ็ญ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 1,141,457.70 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 1,000,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า? คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยจะต้องรับผิดชำระเงินให้โจทก์หรือไม่ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า โจทก์เป็นตัวแทนของจำเลยในการกู้ยืมเงินจากธนาคารตามสัญญากู้เงินเอกสารหมาย จ. 4 แล้วนำเงินที่กู้ยืมมามอบให้จำเลย แม้การเป็นตัวแทนในการกู้ยืมเงินจะไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือตาม ป.พ.พ. มาตรา 798 วรรคสอง ก็มีผลบังคับกันได้ในระหว่างตัวการกับตัวแทน เมื่อโจทก์ถูกบังคับชำระหนี้ที่กู้ยืมจำเลยจึงต้องรับผิดชำระต้นเงินและดอกเบี้ยที่โจทก์ต้องเสียไปคืนให้โจทก์ แต่ที่โจทก์ขอคิดดอกเบี้ยนับแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน 2540 ซึ่งเป็นวันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คเอกสารหมาย จ. 1 นั้นไม่ถูกต้อง เพราะในวันดังกล่าวโจทก์ยังไม่ถูกบังคับให้ชำระหนี้ โจทก์เพิ่งถูกบังคับชำระหนี้เอาจากเงินฝากประจำในสมุดเงินฝากประจำเอกสารหมาย จ. 5 เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2541 ดังนั้น โจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยเอาจากจำเลยได้นับแต่วันที่ 24 มิถุนายน 2541 เป็นต้นไป ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงิน 1,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 24 มิถุนายน 2541 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม 20,000 บาท.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000873.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547