คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12569/2547 ฉบับเต็ม

#113046
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12569/2547 นางแฉล้ม สระประทุม โจทก์ นายสุรพล สระประทุม ผู้ร้อง นายสงกรานต์ สระประทุม จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 1501, มาตรา 1625, มาตรา 52, มาตรา 132 (3) เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้ฟ้องหย่าและขอแบ่งทรัพย์สินถึงแก่กรรมในระหว่างการพิจารณา การถึงแก่กรรมของคู่สมรสย่อมทำให้การสมรสสิ้นสุดลงตาม ป.พ.พ. มาตรา 1501 และต้องแบ่งทรัพย์สินระหว่างผู้ตายกับคู่สมรสที่มีชีวิตอยู่นับแต่เวลาที่การสมรสสิ้นไปด้วยเหตุความตายตามมาตรา 1625 ฉะนั้นคดีจึงไม่มีประโยชน์ที่จะวินิจฉัยปัญหาตามฟ้องโจทก์ต่อไป ศาลล่างยกคำร้องของผู้ร้องที่ขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่โจทก์และจำหน่ายคดี จึงเป็นการชอบ ___________________________ คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องโดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาว่า โจทก์เป็นคู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลย ต่อมาจำเลยจดทะเบียนสมรสกับนางจินดาอันเป็นการจดทะเบียนสมรสซ้อน ระหว่างอยู่ด้วยกันฉันสามีภริยามีทรัพย์สินเป็นที่ดินพร้อมบ้าน 2 ชั้น ขอบังคับให้โจทก์และจำเลยหย่าขาดจากกัน หากจำเลยไม่จดทะเบียนหย่าให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยและแบ่งสินสมรส โดยวิธีการขายทอดตลาดได้เงินเท่าใดให้หักค่าใช้จ่ายแล้วแบ่งคนละครึ่ง ในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นในชั้นยื่นคำให้การ โจทก์ถึงแก่ความตายผู้ร้องอ้างว่าเป็นบุตรของโจทก์และจำเลยโดยเป็นทายาทของโจทก์ร้องเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วฟังว่า โจทก์ถึงแก่ความตาย ลักษณะคดีเป็นสิทธิเฉพาะตัวของโจทก์ ทายาทไม่อาจรับมรดกความได้ ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ไม่มีค่าขึ้นศาลให้คืนเนื่องจากศาลอุทธรณ์ให้โจทก์ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้ฟ้องหย่าและขอแบ่งทรัพย์สินถึงแก่กรรมในระหว่างการพิจารณาการถึงแก่กรรมของคู่สมรสย่อมทำให้การสมรสสิ้นสุดลงตาม ป.พ.พ. มาตรา 1501 และต้องแบ่งทรัพย์สินระหว่างผู้ตายกับคู่สมรสที่มีชีวิตอยู่นับแต่เวลาที่การสมรสสิ้นไปด้วยเหตุความตายตามมาตรา 1625 ฉะนั้นจึงไม่มีประโยชน์ที่จะวินิจฉัยปัญหาตามฟ้องโจทก์ต่อไป ที่ศาลล่างทั้งสองให้ยกคำร้องและจำหน่ายคดีนั้น ชอบแล้ว ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น อนึ่ง ศาลชั้นต้นไม่ได้สั่งเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมเกี่ยวกับคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่ผู้มรณะ และศาลอุทธรณ์ มิได้แก้ไข ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไข พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (เกรียงชัย จึงจตุรพิธ-วิรัช ลิ้มวิชัย-วสันต์ ตรีสุวรรณ) ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง - นางสาวจรีรัตน์ โรจนาจิณ ศาลอุทธรณ์ - นายวิชชา ชินวงษ์พราห์ม แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
113046
courts
[
    {
        "court": "ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง",
        "judge": "นางสาวจรีรัตน์ โรจนาจิณ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายวิชชา ชินวงษ์พราห์ม"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082035867"
    }
}
date
2547
deka_no
12569/2547
deka_running_no
12569
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "เกรียงชัย จึงจตุรพิธ",
    "วิรัช ลิ้มวิชัย",
    "วสันต์ ตรีสุวรรณ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1501",
            "ม. 1625",
            "ม. 52",
            "ม. 132 (3)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางแฉล้ม สระประทุม"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นายสุรพล สระประทุม"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสงกรานต์ สระประทุม"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องโดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาว่า โจทก์เป็นคู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลย ต่อมาจำเลยจดทะเบียนสมรสกับนางจินดาอันเป็นการจดทะเบียนสมรสซ้อน ระหว่างอยู่ด้วยกันฉันสามีภริยามีทรัพย์สินเป็นที่ดินพร้อมบ้าน 2 ชั้น ขอบังคับให้โจทก์และจำเลยหย่าขาดจากกัน หากจำเลยไม่จดทะเบียนหย่าให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยและแบ่งสินสมรส โดยวิธีการขายทอดตลาดได้เงินเท่าใดให้หักค่าใช้จ่ายแล้วแบ่งคนละครึ่ง

ในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นในชั้นยื่นคำให้การ โจทก์ถึงแก่ความตายผู้ร้องอ้างว่าเป็นบุตรของโจทก์และจำเลยโดยเป็นทายาทของโจทก์ร้องเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่โจทก์

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วฟังว่า โจทก์ถึงแก่ความตาย ลักษณะคดีเป็นสิทธิเฉพาะตัวของโจทก์ ทายาทไม่อาจรับมรดกความได้ ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ไม่มีค่าขึ้นศาลให้คืนเนื่องจากศาลอุทธรณ์ให้โจทก์ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา

ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้ฟ้องหย่าและขอแบ่งทรัพย์สินถึงแก่กรรมในระหว่างการพิจารณาการถึงแก่กรรมของคู่สมรสย่อมทำให้การสมรสสิ้นสุดลงตาม ป.พ.พ. มาตรา 1501 และต้องแบ่งทรัพย์สินระหว่างผู้ตายกับคู่สมรสที่มีชีวิตอยู่นับแต่เวลาที่การสมรสสิ้นไปด้วยเหตุความตายตามมาตรา 1625 ฉะนั้นจึงไม่มีประโยชน์ที่จะวินิจฉัยปัญหาตามฟ้องโจทก์ต่อไป ที่ศาลล่างทั้งสองให้ยกคำร้องและจำหน่ายคดีนั้น ชอบแล้ว ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง ศาลชั้นต้นไม่ได้สั่งเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมเกี่ยวกับคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่ผู้มรณะ และศาลอุทธรณ์ มิได้แก้ไข ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไข

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000858.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547