คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7037/2547 ฉบับเต็ม

#113052
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7037/2547 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดกันทรลักษ์ โจทก์ นายสมบูรณ์ อินธิเดช จำเลย ป.อ. มาตรา 80, มาตรา 358 ป.วิ.อ. มาตรา 192 คำว่า "ฉีด" ตามพจนานุกรม ให้ความหมายไว้ว่า "ใช้กำลังอัดหรือดันของเหลวพุ่งออกจากช่องเล็ก ๆ" ดังนั้น กระบอกฉีดยาที่ไม่มีเข็มฉีดยาก็สามารถฉีดของเหลวเข้าสู่ร่างกายกระบือโดยทางปากหรือทางทวารได้ และเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยมีกระบอกฉีดยาบรรจุสารพิษไว้แล้ว และจำเลยกำลังจับเชือกที่ผูกกระบือของผู้เสียหายซึ่งพร้อมที่จะลงมือฉีดสารพิษใส่เข้าไปในตัวกระบือ การกระทำของจำเลยดังนี้ใกล้ชิดต่อผลแห่งการกระทำให้เสียทรัพย์ถือว่าเป็นการลงมือกระทำความผิดแล้วแต่กระทำไปไม่ตลอดเพราะผู้เสียหายมาพบและเข้าขัดขวางเสียก่อน จำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามทำให้เสียทรัพย์ และเมื่อศาลฎีกาฟังว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาดังกล่าวถือว่าจำเลยได้ลงมือกระทำความผิดพ้นขั้นตระเตรียมการแล้ว จึงถือไม่ได้ว่าแตกต่างกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้อง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 358, 359, 80, 33, 32 และริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง คำขออื่นให้ยก ให้ขังจำเลยไว้ระหว่างอุทธรณ์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานพยายามทำให้เสียทรัพย์ตามมาตรา 359 (ที่ถูกมาตรา 359 (2) ), 80 จำคุก 1 ปี ริบของกลาง จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุในฟ้อง ผู้เสียหาย นายประดิษฐ์ และนายบุญรอด ร่วมกันจับจำเลยได้พร้อมกระบอกฉีดยาบรรจุสารพิษ และขวดสารพิษ ขณะที่จำเลยเดินไปที่กระบือ ผู้เสียหาย คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ จำเลยฎีกาว่าของกลางที่ยึดได้มีเพียงกระบอกฉีดยาที่มีสารพิษและขวดสารพิษโดยไม่พบเข็มฉีดยาด้วย จำเลยจึงไม่สามารถฉีดสารพิษเข้าสู่ภายในตัวกระบือได้ การกระทำของจำเลยจึงไม่ถึงขั้นลงมือกระทำความผิด และโจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยพยายามฉีดสารพิษให้กระบือของผู้เสียหาย แต่ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยเพียงแต่จับเชือกที่ผูกกระบือและกระบอกฉีดยาไม่มีเข็มฉีดยา ฟ้องโจทก์จึงแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่ได้จากทางพิจารณาในสาระสำคัญต้องยกฟ้องนั้น เห็นว่า คำว่า "ฉีด" ตามพจนานุกรม ให้ความหมายไว้ว่า "ใช้กำลังอัดหรือดันของเหลวพุ่งออกจากช่องเล็ก ๆ" ดังนั้น กระบอกฉีดยาที่ไม่มีเข็มฉีดยา ก็สามารถฉีดของเหลวเข้าสู่ร่างกายกระบือ ทางปากหรือทางทวารได้ และเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยมีกระบอกฉีดยาบรรจุสารพิษไว้แล้ว และจำเลยกำลังจับเชือกที่ผูกกระบือของผู้เสียหายซึ่งพร้อมที่จะลงมือฉีดสารพิษใส่เข้าไปในตัวกระบือ การกระทำของจำเลยดังนี้ใกล้ชิดต่อผลแห่งการทำให้เสียทรัพย์ถือว่าเป็นการลงมือกระทำความผิดแล้ว แต่กระทำไปไม่ตลอด เพราะผู้เสียหายมาพบและเข้าขัดขวางเสียก่อน และเมื่อศาลฎีกาฟังว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาดังกล่าวถือว่าจำเลยได้ลงมือกระทำความผิดแล้ว จึงถือไม่ได้ว่าแตกต่างกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้อง จำเลยจึงมีความผิดตามฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาลงโทษจำเลยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษายืน. (เปรมใจ กิติคุณไพโรจน์-สุรพล เจียมจูไร-พลรัตน์ ประทุมทาน) ศาลจังหวัดกันทรลักษ์ - นายคมสัน ภูมิภัคเมธากุล ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายอาวุธ ปั้นปรีชา แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
113052
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดกันทรลักษ์",
        "judge": "นายคมสัน ภูมิภัคเมธากุล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 3",
        "judge": "นายอาวุธ ปั้นปรีชา"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082037998"
    }
}
date
2547
deka_no
7037/2547
deka_running_no
7037
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "เปรมใจ กิติคุณไพโรจน์",
    "สุรพล เจียมจูไร",
    "พลรัตน์ ประทุมทาน"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 80",
            "ม. 358"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 192"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดกันทรลักษ์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสมบูรณ์ อินธิเดช"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 358, 359, 80, 33, 32 และริบของกลาง

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง คำขออื่นให้ยก ให้ขังจำเลยไว้ระหว่างอุทธรณ์

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานพยายามทำให้เสียทรัพย์ตามมาตรา 359 (ที่ถูกมาตรา 359 (2) ), 80 จำคุก 1 ปี ริบของกลาง

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุในฟ้อง ผู้เสียหาย นายประดิษฐ์ และนายบุญรอด ร่วมกันจับจำเลยได้พร้อมกระบอกฉีดยาบรรจุสารพิษ และขวดสารพิษ ขณะที่จำเลยเดินไปที่กระบือ ผู้เสียหาย คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ จำเลยฎีกาว่าของกลางที่ยึดได้มีเพียงกระบอกฉีดยาที่มีสารพิษและขวดสารพิษโดยไม่พบเข็มฉีดยาด้วย จำเลยจึงไม่สามารถฉีดสารพิษเข้าสู่ภายในตัวกระบือได้ การกระทำของจำเลยจึงไม่ถึงขั้นลงมือกระทำความผิด และโจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยพยายามฉีดสารพิษให้กระบือของผู้เสียหาย แต่ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยเพียงแต่จับเชือกที่ผูกกระบือและกระบอกฉีดยาไม่มีเข็มฉีดยา ฟ้องโจทก์จึงแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่ได้จากทางพิจารณาในสาระสำคัญต้องยกฟ้องนั้น เห็นว่า คำว่า "ฉีด" ตามพจนานุกรม ให้ความหมายไว้ว่า "ใช้กำลังอัดหรือดันของเหลวพุ่งออกจากช่องเล็ก ๆ" ดังนั้น กระบอกฉีดยาที่ไม่มีเข็มฉีดยา ก็สามารถฉีดของเหลวเข้าสู่ร่างกายกระบือ ทางปากหรือทางทวารได้ และเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยมีกระบอกฉีดยาบรรจุสารพิษไว้แล้ว และจำเลยกำลังจับเชือกที่ผูกกระบือของผู้เสียหายซึ่งพร้อมที่จะลงมือฉีดสารพิษใส่เข้าไปในตัวกระบือ การกระทำของจำเลยดังนี้ใกล้ชิดต่อผลแห่งการทำให้เสียทรัพย์ถือว่าเป็นการลงมือกระทำความผิดแล้ว แต่กระทำไปไม่ตลอด เพราะผู้เสียหายมาพบและเข้าขัดขวางเสียก่อน และเมื่อศาลฎีกาฟังว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาดังกล่าวถือว่าจำเลยได้ลงมือกระทำความผิดแล้ว จึงถือไม่ได้ว่าแตกต่างกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้อง จำเลยจึงมีความผิดตามฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาลงโทษจำเลยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000877.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547