คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7640/2547 ฉบับเต็ม

#113055
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7640/2547 นายกมล ดำรงทวีศักดิ์ โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดวังน้อยปิโตรเลียม กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 23 การยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 23 นั้น ศาลจะขยายระยะเวลาให้ตามคำร้องหรือไม่เป็นดุลพินิจที่จะพิจารณาเป็นเรื่อง ๆ ไป และจะอนุญาตขยายระยะเวลาให้เท่าใดก็ได้ ตามเหตุผลที่เห็นสมควรโดยไม่จำเป็นที่ศาลจะต้องระบุเหตุผลไว้ในคำสั่งอนุญาตขยายระยะเวลานั้นโดยชัดแจ้ง การที่ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นฎีกาให้โจทก์ แสดงว่าศาลชั้นต้นเห็นว่ามีพฤติการณ์พิเศษที่จะอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นฎีกาได้ตามเหตุที่โจทก์ระบุในคำร้อง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งห้ารื้อถอนเสาไฟฟ้า บ่อดักไขมันและทางระบายน้ำออกจากที่ดินของโจทก์และปรับสภาพที่ดินให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย และให้ร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 100,000 บาท กับค่าเสียหายเดือนละ 50,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งห้าจะรื้อถอนเสาไฟฟ้า บ่อดักไขมัน และทางระบายน้ำออกจากที่ดินของโจทก์ จำเลยทั้งห้าให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันรื้อถอนเสาไฟฟ้า 1 ต้น บ่อดักไขมันและทางระบายน้ำออกจากที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ 12019 ตำบลชะแมบ อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ของโจทก์ และปรับสภาพที่ดินให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย กับให้ร่วมกันใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 4,000 บาท แก่โจทก์ และร่วมกันชำระค่าเสียหายในอัตราเดือนละ 2,000 บาท นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะรื้อถอนเสาไฟฟ้า บ่อดักไขมัน และทางระบายน้ำออกจากที่ดินของโจทก์ ให้ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 3 ถึงที่ 5 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 3 ถึงที่ 5 ให้เป็นพับ จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 แก้ฎีกาคัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นฎีกาตามคำร้องของโจทก์ลงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2545 ว่าไม่ชอบเพราะมิใช่กรณีมีพฤติการณ์พิเศษ ขอให้ศาลฎีกาสั่งเพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าว และสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปนั้น เห็นว่า การยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 23 นั้น ศาลจะขยายระยะเวลาให้ตามคำร้องหรือไม่เป็นดุลพินิจที่จะพิจารณาเป็นเรื่อง ๆ ไป และจะอนุญาตขยายระยะเวลาให้เท่าใดก็ได้ ตามเหตุผลที่เห็นสมควรโดยไม่จำเป็นที่ศาลจะต้องระบุเหตุผลไว้ในคำสั่งอนุญาตขยายระยะเวลานั้นโดยชัดแจ้ง การที่ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นฎีกาให้โจทก์แสดงว่าศาลชั้นต้นเห็นว่ามีพฤติการณ์พิเศษที่จะอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นฎีกาได้ตามเหตุที่โจทก์ระบุในคำร้อง ที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายระยะเวลาจึงชอบแล้ว พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม 3,000 บาท. (ชาลี ทัพภวิมล-สมชาย จุลนิติ์-มานะ ศุภวิริยกุล) ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายณัฐพร ณ กาฬสินธุ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นางช่อฟ้า เกิดศิริ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
113055
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา",
        "judge": "นายณัฐพร ณ กาฬสินธุ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นางช่อฟ้า เกิดศิริ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082037544"
    }
}
date
2547
deka_no
7640/2547
deka_running_no
7640
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "ชาลี ทัพภวิมล",
    "สมชาย จุลนิติ์",
    "มานะ ศุภวิริยกุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 23"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายกมล ดำรงทวีศักดิ์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ห้างหุ้นส่วนจำกัดวังน้อยปิโตรเลียม กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งห้ารื้อถอนเสาไฟฟ้า บ่อดักไขมันและทางระบายน้ำออกจากที่ดินของโจทก์และปรับสภาพที่ดินให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย และให้ร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 100,000 บาท กับค่าเสียหายเดือนละ 50,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งห้าจะรื้อถอนเสาไฟฟ้า บ่อดักไขมัน และทางระบายน้ำออกจากที่ดินของโจทก์

จำเลยทั้งห้าให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันรื้อถอนเสาไฟฟ้า 1 ต้น บ่อดักไขมันและทางระบายน้ำออกจากที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ 12019 ตำบลชะแมบ อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ของโจทก์ และปรับสภาพที่ดินให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย กับให้ร่วมกันใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 4,000 บาท แก่โจทก์ และร่วมกันชำระค่าเสียหายในอัตราเดือนละ 2,000 บาท นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะรื้อถอนเสาไฟฟ้า บ่อดักไขมัน และทางระบายน้ำออกจากที่ดินของโจทก์ ให้ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 3 ถึงที่ 5 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 3 ถึงที่ 5 ให้เป็นพับ

จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 แก้ฎีกาคัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นฎีกาตามคำร้องของโจทก์ลงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2545 ว่าไม่ชอบเพราะมิใช่กรณีมีพฤติการณ์พิเศษ ขอให้ศาลฎีกาสั่งเพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าว และสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปนั้น เห็นว่า การยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 23 นั้น ศาลจะขยายระยะเวลาให้ตามคำร้องหรือไม่เป็นดุลพินิจที่จะพิจารณาเป็นเรื่อง ๆ ไป และจะอนุญาตขยายระยะเวลาให้เท่าใดก็ได้ ตามเหตุผลที่เห็นสมควรโดยไม่จำเป็นที่ศาลจะต้องระบุเหตุผลไว้ในคำสั่งอนุญาตขยายระยะเวลานั้นโดยชัดแจ้ง การที่ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นฎีกาให้โจทก์แสดงว่าศาลชั้นต้นเห็นว่ามีพฤติการณ์พิเศษที่จะอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นฎีกาได้ตามเหตุที่โจทก์ระบุในคำร้อง ที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายระยะเวลาจึงชอบแล้ว

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม 3,000 บาท.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000873.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547