คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4259/2547 ฉบับเต็ม

#113056
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4259/2547 นางสตรีรัตน์ พึ่งสุข โจทก์ นายสุชาติ น้อยคนดี จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 411 เงินที่โจทก์ให้จำเลยซึ่งเป็นทนายความนำไปใช้ในการวิ่งเต้นคดี คือนำไปให้ผู้พิพากษาเพื่อจูงใจให้ผู้พิพากษาตัดสินยกฟ้องปล่อยตัวโจทก์ เป็นการกระทำเพื่อชำระหนี้ อันเป็นการผิดกฎหมายฐานให้ทรัพย์สินแก่เจ้าพนักงานเพื่อจูงใจให้กระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่ โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกเงินนั้นคืนจากจำเลย ตาม ป.พ.พ. มาตรา 411 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าจ้างว่าความบางส่วนเป็นเงิน 200,000 บาท คืนแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 27 กรกฎาคม 2541) จนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 1,000 บาท แทนโจทก์ จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า นายโกมินทร์ สามีโจทก์และโจทก์ถูกฟ้องในข้อหาความผิดต่อพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ และศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกนายโกมินทร์ 37 ปี 9 เดือน จำคุกโจทก์ 25 ปี 2 เดือน ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2479/2537 ของศาลชั้นต้น โจทก์จึงติดต่อให้จำเลยเป็นทนายความดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นอุทธรณ์และฎีกา โดยโจทก์จ่ายเงินให้จำเลยจำนวน 650,000 บาท จำเลยได้ทำอุทธรณ์และฎีกายื่นต่อศาลให้โจทก์แล้วและศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ส่วนศาลฎีกาพิพากษาลงโทษจำคุกนายโกมินทร์ 15 ปี 3 เดือน และจำคุกโจทก์ 10 ปี 2 เดือน ต่อมาโจทก์ติดต่อขอเงินจำนวนดังกล่าวคืน แต่จำเลยไม่ยอมคืนให้ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เงินจำนวน 650,000 บาท เป็นเงินที่โจทก์ให้จำเลยเพื่อให้จำเลยนำไปใช้ในการวิ่งเต้นคดี คือ นำไปให้ผู้พิพากษาเพื่อจูงใจให้ผู้พิพากษาตัดสินยกฟ้องปล่อยตัวโจทก์ โจทก์จะได้ไม่ถูกจำคุก ซึ่งเป็นการกระทำเพื่อชำระหนี้ อันเป็นการผิดกฎหมายฐานให้ทรัพย์สินแก่เจ้าพนักงานเพื่อจูงใจให้กระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่ โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องเงินจำนวน 200,000 บาท คืน ทั้งนี้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 411 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ. (พินิจ บุญชัด-มงคล ทับเที่ยง-สุรพล เตชะกำธร) ศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ - นายอดิศร บุปผเวส ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายวิโรจน์ สุขวโรตม์วัตร แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
113056
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดเพชรบูรณ์",
        "judge": "นายอดิศร บุปผเวส"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 6",
        "judge": "นายวิโรจน์ สุขวโรตม์วัตร"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082039235"
    }
}
date
2547
deka_no
4259/2547
deka_running_no
4259
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "พินิจ บุญชัด",
    "มงคล ทับเที่ยง",
    "สุรพล เตชะกำธร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 411"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสตรีรัตน์ พึ่งสุข"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสุชาติ น้อยคนดี"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าจ้างว่าความบางส่วนเป็นเงิน 200,000 บาท คืนแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 27 กรกฎาคม 2541) จนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 1,000 บาท แทนโจทก์

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า นายโกมินทร์ สามีโจทก์และโจทก์ถูกฟ้องในข้อหาความผิดต่อพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ และศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกนายโกมินทร์ 37 ปี 9 เดือน จำคุกโจทก์ 25 ปี 2 เดือน ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2479/2537 ของศาลชั้นต้น โจทก์จึงติดต่อให้จำเลยเป็นทนายความดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นอุทธรณ์และฎีกา โดยโจทก์จ่ายเงินให้จำเลยจำนวน 650,000 บาท จำเลยได้ทำอุทธรณ์และฎีกายื่นต่อศาลให้โจทก์แล้วและศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ส่วนศาลฎีกาพิพากษาลงโทษจำคุกนายโกมินทร์ 15 ปี 3 เดือน และจำคุกโจทก์ 10 ปี 2 เดือน ต่อมาโจทก์ติดต่อขอเงินจำนวนดังกล่าวคืน แต่จำเลยไม่ยอมคืนให้ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เงินจำนวน 650,000 บาท เป็นเงินที่โจทก์ให้จำเลยเพื่อให้จำเลยนำไปใช้ในการวิ่งเต้นคดี คือ นำไปให้ผู้พิพากษาเพื่อจูงใจให้ผู้พิพากษาตัดสินยกฟ้องปล่อยตัวโจทก์ โจทก์จะได้ไม่ถูกจำคุก ซึ่งเป็นการกระทำเพื่อชำระหนี้ อันเป็นการผิดกฎหมายฐานให้ทรัพย์สินแก่เจ้าพนักงานเพื่อจูงใจให้กระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่ โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องเงินจำนวน 200,000 บาท คืน ทั้งนี้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 411

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000888.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547