คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7143/2547 ฉบับเต็ม

#113065
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7143/2547 บริษัทบิ๊ก ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ลูกหนี้ผู้ร้องขอ แบงเกอร์ส ทรัสต์ อินเตอร์เนชั่นแนล พีแอลซี เจ้าหนี้ ป.พ.พ. มาตรา 369 ป.วิ.พ. มาตรา 93, มาตรา 125 พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/26 เจ้าหนี้ยื่นคำแถลงชี้แจงพร้อมรายละเอียดเกี่ยวกับหนี้ที่ขอรับชำระหนี้ส่วนหนึ่งประกอบคำแถลงต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2544 และยื่นเอกสารเพิ่มเติมอีกครั้งในวันที่ 6 มีนาคม 2544 ซึ่งผู้ทำแผนมีเวลาที่จะคัดค้านว่าต้นฉบับไม่มีหรือเอกสารปลอมหรือสำเนาไม่ถูกต้องหรือนำพยานหลักฐานเสนอต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เพื่อหักล้างข้ออ้างของเจ้าหนี้ แต่ผู้ทำแผนก็มิได้กระทำการดังกล่าวแต่อย่างใด จนกระทั่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งคำขอรับชำระหนี้เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2544 เช่นนี้ จึงถือว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้รวบรวมพยานหลักฐานสำหรับการพิสูจน์มูลหนี้ที่ขอรับชำระโดยชอบแล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ย่อมใช้ดุลพินิจรับฟังพยานหลักฐานดังกล่าวประกอบการพิจารณาคำขอรับชำระหนี้ได้ ไม่ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 93 สัญญาธุรกรรมเพื่อการส่งมอบเงินตราแลกเปลี่ยนกันนั้นไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายกำหนดให้ต้องทำเป็นหนังสือหรือมีหลักฐานเป็นหนังสือ ดังนั้น หากคู่สัญญานำสืบพยานหลักฐานเพียงพอให้รับฟังได้ว่าคู่สัญญาแสดงเจตนาเข้าทำสัญญากันจริงแล้ว คู่สัญญาย่อมผูกพันตามข้อตกลงในสัญญานั้น ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้และตั้งบริษัทบิ๊ก ดีเวลลอปเม้นท์ แพลนเนอร์ จำกัด ให้เป็นผู้ทำแผนฟื้นฟูกิจการ เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการในมูลหนี้ตามสัญญาธุรกรรมเพื่อการส่งมอบเงินตราแลกเปลี่ยนกันพร้อมด้วยดอกเบี้ยตามสัญญาจากต้นเงินนั้นนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการไปจนกว่าจะชำระเสร็จ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ให้บรรดาเจ้าหนี้ ลูกหนี้ และผู้ทำแผนตรวจคำขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 91/29 แล้ว ปรากฏว่าผู้ทำแผนโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้รายนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้ววินิจฉัยว่า ลูกหนี้ทำสัญญาธุรกรรมเพื่อการส่งมอบเงินตราแลกเปลี่ยนกันกับเจ้าหนี้จริงและเป็นหนี้ต่อเจ้าหนี้ตามสัญญาดังกล่าว จึงมีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ ผู้ทำแผนยื่นคำร้องคัดค้าน เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ยกคำร้องคัดค้านของผู้ทำแผน ค่าคำร้องให้เป็นพับ ผู้ทำแผนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า ปัญหาตามอุทธรณ์ของผู้ทำแผนในประการแรกตามที่ผู้ทำแผนอุทธรณ์ว่า เอกสารแนบท้ายคำแถลงของเจ้าหนี้เป็นสำเนาเอกสาร ต้องห้ามมิให้รับฟังตาม ป.วิ.พ. มาตรา 93 นั้น เห็นว่า เจ้าหนี้ยื่นคำแถลงชี้แจงพร้อมรายละเอียดเกี่ยวกับหนี้ที่ขอรับชำระหนี้ส่วนหนึ่งประกอบคำแถลงต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2544 และยื่นเอกสารเพิ่มเติมอีกครั้งในวันที่ 6 มีนาคม 2544 ซึ่งผู้ทำแผนมีเวลาที่จะคัดค้านว่าต้นฉบับไม่มีหรือเอกสารปลอมหรือสำเนาไม่ถูกต้อง หรือนำพยานหลักฐานเสนอต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เพื่อหักล้างข้ออ้างของเจ้าหนี้ แต่ผู้ทำแผนก็มิได้กระทำการดังกล่าวแต่อย่างใด จนกระทั่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งคำขอรับชำระหนี้เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2544 เช่นนี้ จึงถือว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้รวบรวมพยานหลักฐานสำหรับการพิสูจน์มูลหนี้ที่ขอรับชำระโดยชอบแล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ย่อมใช้ดุลพินิจรับฟังพยานหลักฐานดังกล่าวประกอบการพิจารณาคำขอรับชำระหนี้ได้ ประการที่สองผู้ทำแผนอุทธรณ์ต่อไปว่า เจ้าหนี้ไม่มีสิทธิขอรับชำระหนี้ในมูลหนี้สัญญาธุรกรรมเพื่อการส่งมอบเงินตราแลกเปลี่ยนกันนั้น ผู้ทำแผนอุทธรณ์อ้างเหตุผลว่าตามสัญญาธุรกรรมดังกล่าวนี้ คู่สัญญาต้องทำสัญญาหลัก ส่วนหนังสือยืนยันเป็นเพียงเอกสารประกอบสัญญาหลัก ดังนั้น การที่เจ้าหนี้ไม่มีสัญญาหลักมาเป็นพยานหลักฐาน โดยมีเพียงหนังสือยืนยันกับสำเนาเอกสารมาแสดงเท่านั้น จึงรับฟังไม่ได้ว่าลูกหนี้ตกลงทำสัญญาและเป็นเจ้าหนี้ตามสัญญาดังกล่าวตามที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าหนี้ขอรับชำระหนี้ได้ เห็นว่า สัญญาในลักษณะดังกล่าวไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายกำหนดให้ต้องทำเป็นหนังสือหรือมีหลักฐานเป็นหนังสือ ดังนั้น หากคู่สัญญานำสืบพยานหลักฐานเพียงพอให้รับฟังได้ว่า คู่สัญญาแสดงเจตนาเข้าทำสัญญากันจริงแล้ว คู่สัญญาย่อมผูกพันตามข้อตกลงในสัญญานั้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ. (ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช-ประมาณ ตียะไพบูลย์สิน-สมชาย พงษธา) ศาลล้มละลายกลาง - นางสาวอัจฉรา ประจันนวล ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
113065
courts
[
    {
        "court": "ศาลล้มละลายกลาง",
        "judge": "นางสาวอัจฉรา ประจันนวล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082037890"
    }
}
date
2547
deka_no
7143/2547
deka_running_no
7143
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช",
    "ประมาณ ตียะไพบูลย์สิน",
    "สมชาย พงษธา"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 369"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 93",
            "ม. 125"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "sections": [
            "ม. 90/26"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ลูกหนี้ผู้ร้องขอ",
        "name": "บริษัทบิ๊ก ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด"
    },
    {
        "role": "เจ้าหนี้",
        "name": "แบงเกอร์ส ทรัสต์ อินเตอร์เนชั่นแนล พีแอลซี"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้และตั้งบริษัทบิ๊ก ดีเวลลอปเม้นท์ แพลนเนอร์ จำกัด ให้เป็นผู้ทำแผนฟื้นฟูกิจการ

เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการในมูลหนี้ตามสัญญาธุรกรรมเพื่อการส่งมอบเงินตราแลกเปลี่ยนกันพร้อมด้วยดอกเบี้ยตามสัญญาจากต้นเงินนั้นนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ให้บรรดาเจ้าหนี้ ลูกหนี้ และผู้ทำแผนตรวจคำขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 91/29 แล้ว ปรากฏว่าผู้ทำแผนโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้รายนี้

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้ววินิจฉัยว่า ลูกหนี้ทำสัญญาธุรกรรมเพื่อการส่งมอบเงินตราแลกเปลี่ยนกันกับเจ้าหนี้จริงและเป็นหนี้ต่อเจ้าหนี้ตามสัญญาดังกล่าว จึงมีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้

ผู้ทำแผนยื่นคำร้องคัดค้าน

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ยกคำร้องคัดค้านของผู้ทำแผน ค่าคำร้องให้เป็นพับ

ผู้ทำแผนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า ปัญหาตามอุทธรณ์ของผู้ทำแผนในประการแรกตามที่ผู้ทำแผนอุทธรณ์ว่า เอกสารแนบท้ายคำแถลงของเจ้าหนี้เป็นสำเนาเอกสาร ต้องห้ามมิให้รับฟังตาม ป.วิ.พ. มาตรา 93 นั้น เห็นว่า เจ้าหนี้ยื่นคำแถลงชี้แจงพร้อมรายละเอียดเกี่ยวกับหนี้ที่ขอรับชำระหนี้ส่วนหนึ่งประกอบคำแถลงต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2544 และยื่นเอกสารเพิ่มเติมอีกครั้งในวันที่ 6 มีนาคม 2544 ซึ่งผู้ทำแผนมีเวลาที่จะคัดค้านว่าต้นฉบับไม่มีหรือเอกสารปลอมหรือสำเนาไม่ถูกต้อง หรือนำพยานหลักฐานเสนอต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เพื่อหักล้างข้ออ้างของเจ้าหนี้ แต่ผู้ทำแผนก็มิได้กระทำการดังกล่าวแต่อย่างใด จนกระทั่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งคำขอรับชำระหนี้เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2544 เช่นนี้ จึงถือว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้รวบรวมพยานหลักฐานสำหรับการพิสูจน์มูลหนี้ที่ขอรับชำระโดยชอบแล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ย่อมใช้ดุลพินิจรับฟังพยานหลักฐานดังกล่าวประกอบการพิจารณาคำขอรับชำระหนี้ได้ ประการที่สองผู้ทำแผนอุทธรณ์ต่อไปว่า เจ้าหนี้ไม่มีสิทธิขอรับชำระหนี้ในมูลหนี้สัญญาธุรกรรมเพื่อการส่งมอบเงินตราแลกเปลี่ยนกันนั้น ผู้ทำแผนอุทธรณ์อ้างเหตุผลว่าตามสัญญาธุรกรรมดังกล่าวนี้ คู่สัญญาต้องทำสัญญาหลัก ส่วนหนังสือยืนยันเป็นเพียงเอกสารประกอบสัญญาหลัก ดังนั้น การที่เจ้าหนี้ไม่มีสัญญาหลักมาเป็นพยานหลักฐาน โดยมีเพียงหนังสือยืนยันกับสำเนาเอกสารมาแสดงเท่านั้น จึงรับฟังไม่ได้ว่าลูกหนี้ตกลงทำสัญญาและเป็นเจ้าหนี้ตามสัญญาดังกล่าวตามที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าหนี้ขอรับชำระหนี้ได้ เห็นว่า สัญญาในลักษณะดังกล่าวไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายกำหนดให้ต้องทำเป็นหนังสือหรือมีหลักฐานเป็นหนังสือ ดังนั้น หากคู่สัญญานำสืบพยานหลักฐานเพียงพอให้รับฟังได้ว่า คู่สัญญาแสดงเจตนาเข้าทำสัญญากันจริงแล้ว คู่สัญญาย่อมผูกพันตามข้อตกลงในสัญญานั้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000876.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547