คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9270/2547 ฉบับเต็ม

#113074
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9270/2547 นางสมหมาย กองผาพา โจทก์ นายชาญ กิ่งแก้ว จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 254 (1), มาตรา 260 (2), มาตรา 290 วรรคหนึ่ง การปฏิบัติตามคำสั่งอายัดชั่วคราวก่อนพิพากษาของศาลชั้นต้นตาม ป.วิ.พ. มาตรา 254 (1) มิใช่กรณีที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการบังคับคดีโดยยึดหรืออายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาไว้แทนเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 290 วรรคหนึ่ง แม้หลังจากศาลชั้นต้นตัดสินให้โจทก์เป็นฝ่ายชนะคดี คำสั่งอายัดชั่วคราวก่อนพิพากษาของศาลชั้นต้นยังคงมีผลบังคับต่อไปเท่าที่จำเป็นเพื่อบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง ตามมาตรา 260 (2) ก็ตาม แต่ก็เป็นวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา ไม่ใช่การบังคับคดีตามคำพิพากษา เมื่อโจทก์มิได้ขอออกหมายบังคับคดีอันเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาเพื่อบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษา จึงถือไม่ได้ว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการบังคับคดีโดยยึดหรืออายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาไว้แทนโจทก์ ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแล้ว กรณีจึงไม่ต้องห้ามมิให้ยึดหรืออายัดซ้ำตาม มาตรา 290 วรรคหนึ่ง ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินตามสัญญากู้ยืมและยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นให้มีคำสั่งอายัดเงินบำเหน็จบำนาญที่จำเลยมีสิทธิได้รับจากการสื่อสารแห่งประเทศไทยไว้เป็นการชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้อายัดเงินบำเหน็จบำนาญของจำเลยไว้ชั่วคราวก่อนพิพากษา ต่อมา วันที่ 9 ธันวาคม 2540 การสื่อสารแห่งประเทศไทยส่งเงินบำเหน็จของจำเลยจำนวน 449,286.29 บาท มายังศาลชั้นต้น วันที่ 29 มกราคม 2542 ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 480,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2537 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ วันที่ 7 พฤษภาคม 2542 เจ้าพนักงานบังคับคดีในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 5913/2541 ของศาลแพ่งธนบุรี มีหนังสือถึงศาลชั้นต้นขอให้อายัดเงินบำเหน็จของจำเลย จำนวน 139,629.52 บาท เพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาแก่สหกรณ์ออมทรัพย์การสื่อสารแห่งประเทศไทย เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในคดีดังกล่าว วันที่ 22 มิถุนายน 2543 ศาลชั้นต้นส่งเงินจำนวน 139,629.52 บาท ให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดีในคดีดังกล่าว โจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งคืนเงินที่จ่ายไปดังกล่าวเพราะถือว่าเป็นการยึดซ้ำซึ่งเป็นการไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 290 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ไม่ปรากฏว่าจำเลยแก้อุทธรณ์หรือไม่ จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่การสื่อสารแห่งประเทศไทยส่งเงินบำเหน็จของจำเลยมายังศาลชั้นต้นเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งอายัดชั่วคราวก่อนพิพากษาของศาลชั้นต้นซึ่งเป็นวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาตามบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.พ. มาตรา 254 (1) มิใช่เป็นกรณีที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการบังคับคดีโดยยึดหรืออายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาไว้แทนเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 290 วรรคหนึ่ง แม้ขณะที่เจ้าพนักงานบังคับคดีของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในคดีอื่นขอให้ศาลชั้นต้นส่งเงินบำเหน็จของจำเลยเพื่อชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในคดีอื่นภายหลังจากที่ศาลชั้นต้นตัดสินให้โจทก์เป็นฝ่ายชนะคดีและคำสั่งอายัดชั่วคราวก่อนพิพากษาของศาลชั้นต้นยังคงมีผลบังคับต่อไปเท่าที่จำเป็นเพื่อบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งตามมาตรา 260 (2) ก็ตาม แต่คำสั่งอายัดชั่วคราวก็เป็นวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา ไม่ใช่การบังคับคดีตามคำพิพากษา เมื่อขณะนั้นโจทก์ยังมิได้ขอออกหมายบังคับคดีอันเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาเพื่อให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาล จึงยังถือไม่ได้ว่าคดีนี้เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการบังคับคดีโดยยึดหรืออายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาไว้แทนโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแล้ว กรณีจึงไม่ต้องห้ามมิให้ยึดหรืออายัดซ้ำตาม ป.วิ.พ. มาตรา 290 วรรคหนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของโจทก์และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนมานั้นชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (สุภิญโญ ชยารักษ์-สมศักดิ์ เนตรมัย-ประทีป ปิติสันต์) ศาลจังหวัดมีนบุรี - นายกิติศักดิ์ สนธิเณร ศาลอุทธรณ์ - นายสุรพล เอกโยคยะ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
113074
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดมีนบุรี",
        "judge": "นายกิติศักดิ์ สนธิเณร"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสุรพล เอกโยคยะ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082036191"
    }
}
date
2547
deka_no
9270/2547
deka_running_no
9270
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "สุภิญโญ ชยารักษ์",
    "สมศักดิ์ เนตรมัย",
    "ประทีป ปิติสันต์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 254 (1)",
            "ม. 260 (2)",
            "ม. 290 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสมหมาย กองผาพา"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายชาญ กิ่งแก้ว"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินตามสัญญากู้ยืมและยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นให้มีคำสั่งอายัดเงินบำเหน็จบำนาญที่จำเลยมีสิทธิได้รับจากการสื่อสารแห่งประเทศไทยไว้เป็นการชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้อายัดเงินบำเหน็จบำนาญของจำเลยไว้ชั่วคราวก่อนพิพากษา ต่อมา วันที่ 9 ธันวาคม 2540 การสื่อสารแห่งประเทศไทยส่งเงินบำเหน็จของจำเลยจำนวน 449,286.29 บาท มายังศาลชั้นต้น วันที่ 29 มกราคม 2542 ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 480,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2537 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ วันที่ 7 พฤษภาคม 2542 เจ้าพนักงานบังคับคดีในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 5913/2541 ของศาลแพ่งธนบุรี มีหนังสือถึงศาลชั้นต้นขอให้อายัดเงินบำเหน็จของจำเลย จำนวน 139,629.52 บาท เพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาแก่สหกรณ์ออมทรัพย์การสื่อสารแห่งประเทศไทย เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในคดีดังกล่าว วันที่ 22 มิถุนายน 2543 ศาลชั้นต้นส่งเงินจำนวน 139,629.52 บาท ให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดีในคดีดังกล่าว

โจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งคืนเงินที่จ่ายไปดังกล่าวเพราะถือว่าเป็นการยึดซ้ำซึ่งเป็นการไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 290

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ไม่ปรากฏว่าจำเลยแก้อุทธรณ์หรือไม่ จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่การสื่อสารแห่งประเทศไทยส่งเงินบำเหน็จของจำเลยมายังศาลชั้นต้นเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งอายัดชั่วคราวก่อนพิพากษาของศาลชั้นต้นซึ่งเป็นวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาตามบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.พ. มาตรา 254 (1) มิใช่เป็นกรณีที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการบังคับคดีโดยยึดหรืออายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาไว้แทนเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 290 วรรคหนึ่ง แม้ขณะที่เจ้าพนักงานบังคับคดีของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในคดีอื่นขอให้ศาลชั้นต้นส่งเงินบำเหน็จของจำเลยเพื่อชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในคดีอื่นภายหลังจากที่ศาลชั้นต้นตัดสินให้โจทก์เป็นฝ่ายชนะคดีและคำสั่งอายัดชั่วคราวก่อนพิพากษาของศาลชั้นต้นยังคงมีผลบังคับต่อไปเท่าที่จำเป็นเพื่อบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งตามมาตรา 260 (2) ก็ตาม แต่คำสั่งอายัดชั่วคราวก็เป็นวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา ไม่ใช่การบังคับคดีตามคำพิพากษา เมื่อขณะนั้นโจทก์ยังมิได้ขอออกหมายบังคับคดีอันเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาเพื่อให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาล จึงยังถือไม่ได้ว่าคดีนี้เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการบังคับคดีโดยยึดหรืออายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาไว้แทนโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแล้ว กรณีจึงไม่ต้องห้ามมิให้ยึดหรืออายัดซ้ำตาม ป.วิ.พ. มาตรา 290 วรรคหนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของโจทก์และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนมานั้นชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000861.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547