คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12183/2547 ฉบับเต็ม

#113086
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12183/2547 นางเรียม พิพัฒน์พฤกษา โดยนายไพศาล พิพัฒน์พฤกษา ผู้เข้าเป็นคู่ความ แทน โจทก์ นายเปี่ยง กล่อมสูงเนิน จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 650, มาตรา 653 ป.วิ.พ. มาตรา 84 (1), มาตรา 91, มาตรา 99, มาตรา 130, มาตรา 138 โจทก์จำเลยท้ากันว่า ให้ศาลส่งลายมือชื่อของจำลยในสัญญากู้กับตัวอย่างลายมือชื่อของจำเลยไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจพิสูจน์ ถ้าผู้เชี่ยวชาญลงความเห็นว่าลายมือชื่อในสัญญากู้เป็นลายมือชื่อของจำเลยจริง จำเลยยอมแพ้คดี ถ้าไม่ใช่ลายมือชื่อของจำเลย โจทก์ยอมแพ้คดี ศาลส่งเอกสารดังกล่าวไปให้ผู้เชี่ยวชาญทำการตรวจพิสูจน์แล้ว ผู้เชี่ยวชาญลงความเห็นว่า น่าจะเป็นลายมือชื่อของบุคคลคนเดียวกัน ดังนี้ ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญเป็นการยืนยันหรือทำนองยืนยันว่าเป็นลายมือชื่อของจำเลยตรงตามคำท้าของโจทก์จำเลยแล้ว จำเลยจึงต้องเป็นฝ่ายแพ้คดี ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2537 จำเลยทำสัญญากู้ยืมเงินจากโจทก์จำนวน 566,000 บาท ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี โดยจำเลยนำโฉนดที่ดินเลขที่ 20413 มาให้โจทก์ยึดถือไว้เป็นประกัน เมื่อครบกำหนดชำระหนี้ จำเลยไม่ชำระหนี้ให้แก่โจทก์ ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 990,500 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 566,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยทำสัญญากู้ยืมเงินและรับเงินไปจากโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง วันนัดสืบพยานโจทก์ คู่ความท้ากันโดยให้ผู้เชี่ยวชาญกองพิสูจน์หลักฐานตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อในช่องผู้กู้ของหนังสือสัญญากู้ยืมเงินเอกสารหมาย จ. 3 ว่าเป็นลายมือชื่อของจำเลยหรือไม่ หากผลการตรวจระบุว่าลายมือชื่อดังกล่าวเป็นลายมือชื่อของจำเลย จำเลยยอมรับข้อเท็จจริงตามคำฟ้องและยอมแพ้ หากไม่ใช่ลายมือชื่อของจำเลย โจทก์ยอมรับข้อเท็จจริงตามคำให้การและยอมแพ้ คู่ความไม่ติดใจสืบพยานอื่นอีกต่อไป ระหว่างพิจารณาโจทก์ถึงแก่กรรม นายไพศาลทายาทของโจทก์ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 566,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ทั้งนี้ดอกเบี้ยค้างชำระต้องไม่เกิน 5 ปี และดอกเบี้ยนับถัดจากวันฟ้อง (วันที่ 22 พฤษภาคม 2543) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 5,000 บาท จำเลยอุทธรณ์โดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โดยให้จำเลยชำระค่าฤชาธรรมเนียมที่ได้รับยกเว้นในชั้นอุทธรณ์ต่อศาล มิฉะนั้น ให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 20413 เพื่อเอามาชำระแทน จำเลยฎีกาโดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยยื่นคำท้าโจทก์ให้ส่งลายมือชื่อของจำเลยในช่องผู้กู้ในสัญญากู้เงินเอกสารหมาย จ. 3 ไปให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อ หากกองพิสูจน์หลักฐานแจ้งว่า ลายมือชื่อในสัญญากู้เงินดังกล่าวเป็นลายมือชื่อของจำเลย จำเลยยอมรับข้อเท็จจริงตามที่โจทก์ฟ้อง จำเลยยอมแพ้คดี โจทก์แถลงว่าลายมือชื่อในสัญญากู้เงินเอกสารหมาย จ. 3 ในช่องผู้กู้เป็นลายมือชื่อของจำเลย หากกองพิสูจน์หลักฐานแจ้งว่าลายมือชื่อในช่องผู้กู้ในสัญญากู้เงินเอกสารหมาย จ. 3 ไม่ใช่ลายมือชื่อของจำเลย โจทก์ยอมรับข้อเท็จจริงตามคำให้การ โจทก์ยอมแพ้คดี ให้ศาลพิพากษายกฟ้องได้ไม่ติดใจสืบพยาน เมื่อตามรายงานการตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อในช่องผู้กู้ของผู้เชี่ยวชาญกองพิสูจน์หลักฐานลงความเห็นว่าน่าจะเป็นลายมือชื่อของบุคคลคนเดียวกัน ดังนี้ เห็นว่า ตามความเห็นของผู้เชี่ยวชาญกองพิสูจน์หลักฐานมีลักษณะเป็นการยืนยันหรือทำนองยืนยันว่าเป็นลายมือชื่อของจำเลยตรงตามคำท้าของโจทก์จำเลยแล้ว มิใช่มีความเห็นไม่ตรงตามคำท้าเช่นตรวจพิสูจน์ออกมาว่าลายมือชื่อคล้ายกันดังจำเลยฎีกา เมื่อโจทก์จำเลยตกลงท้ากันให้ถือเอาผลการตรวจพิสูจน์ของผู้เชี่ยวชาญกองพิสูจน์หลักฐานเป็นข้อแพ้ชนะ ก็ต้องถือเอาความเห็นดังกล่าวเป็นข้อแพ้ชนะของคดี ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อนึ่ง เมื่อปรากฎว่าจำเลยมีทรัพย์สินพอจะเสียค่าฤชาธรรมเนียมได้ จึงให้จำเลยชำระค่าฤชาธรรมเนียมที่จำเลยได้รับยกเว้นในชั้นฎีกาด้วย พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ โดยให้จำเลยชำระค่าฤชาธรรมเนียมที่ได้รับยกเว้นในชั้นฎีกาต่อศาล. (พินิจ บุญชัด-มงคล ทับเที่ยง-รัตน กองแก้ว) ศาลจังหวัดสีคิ้ว - นายพูนพล ชมศร ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายสมเกียรติ เจริญสวรรค์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
113086
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสีคิ้ว",
        "judge": "นายพูนพล ชมศร"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 3",
        "judge": "นายสมเกียรติ เจริญสวรรค์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082036080"
    }
}
date
2547
deka_no
12183/2547
deka_running_no
12183
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "พินิจ บุญชัด",
    "มงคล ทับเที่ยง",
    "รัตน กองแก้ว"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 650",
            "ม. 653"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 84 (1)",
            "ม. 91",
            "ม. 99",
            "ม. 130",
            "ม. 138"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้เข้าเป็นคู่ความ",
        "name": "นางเรียม พิพัฒน์พฤกษา โดยนายไพศาล พิพัฒน์พฤกษา"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "แทน"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายเปี่ยง กล่อมสูงเนิน"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2537 จำเลยทำสัญญากู้ยืมเงินจากโจทก์จำนวน 566,000 บาท ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี โดยจำเลยนำโฉนดที่ดินเลขที่ 20413 มาให้โจทก์ยึดถือไว้เป็นประกัน เมื่อครบกำหนดชำระหนี้ จำเลยไม่ชำระหนี้ให้แก่โจทก์ ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 990,500 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 566,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยทำสัญญากู้ยืมเงินและรับเงินไปจากโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง

วันนัดสืบพยานโจทก์ คู่ความท้ากันโดยให้ผู้เชี่ยวชาญกองพิสูจน์หลักฐานตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อในช่องผู้กู้ของหนังสือสัญญากู้ยืมเงินเอกสารหมาย จ. 3 ว่าเป็นลายมือชื่อของจำเลยหรือไม่ หากผลการตรวจระบุว่าลายมือชื่อดังกล่าวเป็นลายมือชื่อของจำเลย จำเลยยอมรับข้อเท็จจริงตามคำฟ้องและยอมแพ้ หากไม่ใช่ลายมือชื่อของจำเลย โจทก์ยอมรับข้อเท็จจริงตามคำให้การและยอมแพ้ คู่ความไม่ติดใจสืบพยานอื่นอีกต่อไป

ระหว่างพิจารณาโจทก์ถึงแก่กรรม นายไพศาลทายาทของโจทก์ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 566,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ทั้งนี้ดอกเบี้ยค้างชำระต้องไม่เกิน 5 ปี และดอกเบี้ยนับถัดจากวันฟ้อง (วันที่ 22 พฤษภาคม 2543) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 5,000 บาท

จำเลยอุทธรณ์โดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โดยให้จำเลยชำระค่าฤชาธรรมเนียมที่ได้รับยกเว้นในชั้นอุทธรณ์ต่อศาล มิฉะนั้น ให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 20413 เพื่อเอามาชำระแทน

จำเลยฎีกาโดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยยื่นคำท้าโจทก์ให้ส่งลายมือชื่อของจำเลยในช่องผู้กู้ในสัญญากู้เงินเอกสารหมาย จ. 3 ไปให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อ หากกองพิสูจน์หลักฐานแจ้งว่า ลายมือชื่อในสัญญากู้เงินดังกล่าวเป็นลายมือชื่อของจำเลย จำเลยยอมรับข้อเท็จจริงตามที่โจทก์ฟ้อง จำเลยยอมแพ้คดี โจทก์แถลงว่าลายมือชื่อในสัญญากู้เงินเอกสารหมาย จ. 3 ในช่องผู้กู้เป็นลายมือชื่อของจำเลย หากกองพิสูจน์หลักฐานแจ้งว่าลายมือชื่อในช่องผู้กู้ในสัญญากู้เงินเอกสารหมาย จ. 3 ไม่ใช่ลายมือชื่อของจำเลย โจทก์ยอมรับข้อเท็จจริงตามคำให้การ โจทก์ยอมแพ้คดี ให้ศาลพิพากษายกฟ้องได้ไม่ติดใจสืบพยาน

เมื่อตามรายงานการตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อในช่องผู้กู้ของผู้เชี่ยวชาญกองพิสูจน์หลักฐานลงความเห็นว่าน่าจะเป็นลายมือชื่อของบุคคลคนเดียวกัน ดังนี้ เห็นว่า ตามความเห็นของผู้เชี่ยวชาญกองพิสูจน์หลักฐานมีลักษณะเป็นการยืนยันหรือทำนองยืนยันว่าเป็นลายมือชื่อของจำเลยตรงตามคำท้าของโจทก์จำเลยแล้ว มิใช่มีความเห็นไม่ตรงตามคำท้าเช่นตรวจพิสูจน์ออกมาว่าลายมือชื่อคล้ายกันดังจำเลยฎีกา เมื่อโจทก์จำเลยตกลงท้ากันให้ถือเอาผลการตรวจพิสูจน์ของผู้เชี่ยวชาญกองพิสูจน์หลักฐานเป็นข้อแพ้ชนะ ก็ต้องถือเอาความเห็นดังกล่าวเป็นข้อแพ้ชนะของคดี ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อนึ่ง เมื่อปรากฎว่าจำเลยมีทรัพย์สินพอจะเสียค่าฤชาธรรมเนียมได้ จึงให้จำเลยชำระค่าฤชาธรรมเนียมที่จำเลยได้รับยกเว้นในชั้นฎีกาด้วย

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ โดยให้จำเลยชำระค่าฤชาธรรมเนียมที่ได้รับยกเว้นในชั้นฎีกาต่อศาล.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000860.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547