คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6740/2547 ฉบับเต็ม

#113089
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6740/2547 บริษัทไอบีเอ็มประเทศไทย จำกัด โจทก์ บริษัทโรงแรม รอยัลเลควิล จำกัด กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 800, มาตรา 801 (5) หนังสือมอบอำนาจของโจทก์มีข้อความว่า บริษัทไอบีเอ็มประเทศไทย จำกัด โดยนายพงศ์ศักดิ์ ตัณสถิตย์ ขอมอบอำนาจให้ นาย ว. เป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนในกิจการดังต่อไปนี้ คือ ข้อ 1. ให้มีอำนาจดำเนินคดีแพ่ง อาญา และคดีล้มละลายกับบริษัทโรงแรมรอยัลเลควิล จำกัด ข้อ 2. ฟ้องคดีในเรื่อง ข้อหา ฐานความผิด กับบุคคลดังกล่าว ข้อ 1. ต่อศาลทั่วราชอาณาจักร? ข้อความตามที่ระบุดังกล่าวเป็นเรื่องโจทก์มอบอำนาจเฉพาะการมิใช่มอบอำนาจทั่วไปและระบุให้ผู้รับมอบอำนาจฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 1 เท่านั้น นาย ว. ผู้รับมอบอำนาจจึงไม่มีอำนาจแต่งตั้งทนายความให้ดำเนินคดีแทนจำเลยที่ 2 การที่ทนายโจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์ด้วยจึงเป็นการกระทำโดยปราศจากอำนาจหรือทำนอกเหนือขอบอำนาจที่โจทก์มอบหมายไว้ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันส่งมอบเครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมอุปกรณ์คืนแก่โจทก์ หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทนเป็นเงิน ๙๓,๔๙๒.๓๒ บาท พร้อมค่าตอบแทนการจัดการอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องถึงวันส่งมอบทรัพย์ที่เช่าคืนหรือใช้ราคาแทน และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๗๔๔,๙๑๓.๑๗ บาท พร้อมค่าตอบแทนการจัดการอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๕๗๐,๙๗๐.๙๔ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ ให้การว่า นายวัชรพันธ์ เพ็ชร์สุทธิ์ ไม่มีอำนาจลงชื่อในคำฟ้องดำเนินคดีแก่จำเลยที่ ๒ เพราะโจทก์ไม่ได้มอบอำนาจให้นายวิศิษฏ์ สิตวานิช ดำเนินคดีแก่จำเลยที่ ๒ คำฟ้องโจทก์ในส่วนของจำเลยที่ ๒ จึงไม่ชอบ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันส่งมอบเครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมอุปกรณ์ที่เช่าคืนแก่โจทก์ในสภาพที่สมบูรณ์ใช้การได้ดี ถ้าส่งคืนไม่ได้ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ราคาแทนเป็นเงิน ๙๓,๔๙๒.๓๒ บาท ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์เป็นเงิน ๑๘๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๑๘๐,๐๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๔๒) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ ๑๐,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าขึ้นศาลแทนโจทก์ในศาลชั้นต้นตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาเช่าเครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมอุปกรณ์ หลายรายการจากโจทก์มีกำหนดระยะเวลา ๖๐ เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๓๕ ถึงวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๔๐ อัตราค่าเช่าเดือนละ ๒๑,๑๓๘.๙๒ บาท โดยเป็นค่าเช่า ๑๙,๗๕๖ บาท และค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ๑,๓๘๒.๙๒ บาท เริ่มชำระงวดแรกวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๓๕ ในการนี้มีจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ภายหลังทำสัญญาจำเลยที่ ๑ ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าตั้งแต่งวดที่ ๔๖ เป็นต้นมา ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ ๒ มีว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๒ หรือไม่ จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่า โจทก์มอบอำนาจให้นายวิศิษฏ์ สิตวานิช มีอำนาจดำเนินคดีเฉพาะจำเลยที่ ๑ คนเดียว และนายวิศิษฏ์แต่งตั้ง นายวัชรพันธ์ เพ็ชร์สุทธิ์ เป็นทนายความดำเนินคดีนี้ นายวัชรพันธ์ จึงไม่มีอำนาจดำเนินคดีจำเลยที่ ๒ แต่นายวัชรพันธ์กลับฟ้องให้จำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ ให้ร่วมกันรับผิดต่อโจทก์ ซึ่งเป็นการกระทำโดยปราศจากอำนาจหรือ ทำนอกเหนือขอบอำนาจที่โจทก์มอบหมายไว้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๒ เห็นว่า หนังสือมอบอำนาจ มีข้อความว่า บริษัทไอบีเอ็มประเทศไทย จำกัด โดยนายพงศ์ศักดิ์ ตัณสถิตย์ ขอมอบอำนาจให้นายวิศิษฏ์ สิตวานิช เป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนในกิจการดังต่อไปนี้คือ ข้อ ๑. ให้มีอำนาจดำเนินคดีแพ่ง อาญา และคดีล้มละลายกับบริษัทโรงแรมรอยัลเลควิล จำกัด ข้อ ๒. ฟ้องคดีในเรื่อง ข้อหา ฐานความผิด กับบุคคลดังกล่าวข้อ ๑. ต่อศาลทั่วราชอาณาจักร? ข้อความตามที่ระบุดังกล่าวเป็นเรื่องโจทก์มอบอำนาจเฉพาะการมิใช่มอบอำนาจทั่วไป และระบุให้ผู้รับมอบอำนาจฟ้องเฉพาะจำเลยที่ ๑ เท่านั้น นายวิศิษฏ์จึงไม่มีอำนาจแต่งตั้งนายวัชรพันธ์เป็นทนายความให้ดำเนินคดีแก่จำเลยที่ ๒ การที่นายวัชรพันธ์ทนายโจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ ๒ ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ด้วยจึงเป็นการกระทำโดยปราศจากอำนาจหรือทำนอกเหนือขอบอำนาจที่โจทก์มอบหมายไว้ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๒ เมื่อจำเลยที่ ๒ ไม่ต้องร่วมกับจำเลยที่ ๑ รับผิดต่อโจทก์ในคดีนี้แล้วจึงไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยที่ ๒ ในประเด็นอื่น เพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยที่ ๒ ต้องร่วมกับจำเลยที่ ๑ รับผิดต่อโจทก์ด้วย ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น? พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๒ และยกคำขออื่นของโจทก์ในส่วนที่ศาลชั้นต้น ไม่กำหนดให้ ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๒ ทั้งสามศาลให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไป ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. (จำรูญ แสนภักดี-สุมิตร สุภาดุลย์-สดศรี สัตยธรรม) ศาลแพ่ง - นายวิรัตน์ อนันต์พิพัฒน์ ศาลอุทธรณ์ - นายบุญศักดิ์ คงฤทธิแสง แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
113089
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายวิรัตน์ อนันต์พิพัฒน์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายบุญศักดิ์ คงฤทธิแสง"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082038106"
    }
}
date
2547
deka_no
6740/2547
deka_running_no
6740
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "จำรูญ แสนภักดี",
    "สุมิตร สุภาดุลย์",
    "สดศรี สัตยธรรม"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 800",
            "ม. 801 (5)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "บริษัทโรงแรม",
        "name": "บริษัทไอบีเอ็มประเทศไทย จำกัด โจทก์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "รอยัลเลควิล จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันส่งมอบเครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมอุปกรณ์คืนแก่โจทก์ หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทนเป็นเงิน ๙๓,๔๙๒.๓๒ บาท พร้อมค่าตอบแทนการจัดการอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องถึงวันส่งมอบทรัพย์ที่เช่าคืนหรือใช้ราคาแทน และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๗๔๔,๙๑๓.๑๗ บาท พร้อมค่าตอบแทนการจัดการอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๕๗๐,๙๗๐.๙๔ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์

จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

จำเลยที่ ๒ ให้การว่า นายวัชรพันธ์ เพ็ชร์สุทธิ์ ไม่มีอำนาจลงชื่อในคำฟ้องดำเนินคดีแก่จำเลยที่ ๒ เพราะโจทก์ไม่ได้มอบอำนาจให้นายวิศิษฏ์ สิตวานิช ดำเนินคดีแก่จำเลยที่ ๒ คำฟ้องโจทก์ในส่วนของจำเลยที่ ๒ จึงไม่ชอบ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันส่งมอบเครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมอุปกรณ์ที่เช่าคืนแก่โจทก์ในสภาพที่สมบูรณ์ใช้การได้ดี ถ้าส่งคืนไม่ได้ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ราคาแทนเป็นเงิน ๙๓,๔๙๒.๓๒ บาท ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์เป็นเงิน ๑๘๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๑๘๐,๐๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๔๒) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ ๑๐,๐๐๐ บาท

จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าขึ้นศาลแทนโจทก์ในศาลชั้นต้นตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยที่ ๒ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาเช่าเครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมอุปกรณ์ หลายรายการจากโจทก์มีกำหนดระยะเวลา ๖๐ เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๓๕ ถึงวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๔๐ อัตราค่าเช่าเดือนละ ๒๑,๑๓๘.๙๒ บาท โดยเป็นค่าเช่า ๑๙,๗๕๖ บาท และค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ๑,๓๘๒.๙๒ บาท เริ่มชำระงวดแรกวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๓๕ ในการนี้มีจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ภายหลังทำสัญญาจำเลยที่ ๑ ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าตั้งแต่งวดที่ ๔๖ เป็นต้นมา

ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ ๒ มีว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๒ หรือไม่ จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่า โจทก์มอบอำนาจให้นายวิศิษฏ์ สิตวานิช มีอำนาจดำเนินคดีเฉพาะจำเลยที่ ๑ คนเดียว และนายวิศิษฏ์แต่งตั้ง นายวัชรพันธ์ เพ็ชร์สุทธิ์ เป็นทนายความดำเนินคดีนี้ นายวัชรพันธ์ จึงไม่มีอำนาจดำเนินคดีจำเลยที่ ๒ แต่นายวัชรพันธ์กลับฟ้องให้จำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ ให้ร่วมกันรับผิดต่อโจทก์ ซึ่งเป็นการกระทำโดยปราศจากอำนาจหรือ ทำนอกเหนือขอบอำนาจที่โจทก์มอบหมายไว้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๒ เห็นว่า หนังสือมอบอำนาจ มีข้อความว่า บริษัทไอบีเอ็มประเทศไทย จำกัด โดยนายพงศ์ศักดิ์ ตัณสถิตย์ ขอมอบอำนาจให้นายวิศิษฏ์ สิตวานิช เป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนในกิจการดังต่อไปนี้คือ ข้อ ๑. ให้มีอำนาจดำเนินคดีแพ่ง อาญา และคดีล้มละลายกับบริษัทโรงแรมรอยัลเลควิล จำกัด ข้อ ๒. ฟ้องคดีในเรื่อง ข้อหา ฐานความผิด กับบุคคลดังกล่าวข้อ ๑. ต่อศาลทั่วราชอาณาจักร? ข้อความตามที่ระบุดังกล่าวเป็นเรื่องโจทก์มอบอำนาจเฉพาะการมิใช่มอบอำนาจทั่วไป และระบุให้ผู้รับมอบอำนาจฟ้องเฉพาะจำเลยที่ ๑ เท่านั้น นายวิศิษฏ์จึงไม่มีอำนาจแต่งตั้งนายวัชรพันธ์เป็นทนายความให้ดำเนินคดีแก่จำเลยที่ ๒ การที่นายวัชรพันธ์ทนายโจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ ๒ ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ด้วยจึงเป็นการกระทำโดยปราศจากอำนาจหรือทำนอกเหนือขอบอำนาจที่โจทก์มอบหมายไว้ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๒ เมื่อจำเลยที่ ๒ ไม่ต้องร่วมกับจำเลยที่ ๑ รับผิดต่อโจทก์ในคดีนี้แล้วจึงไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยที่ ๒ ในประเด็นอื่น เพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยที่ ๒ ต้องร่วมกับจำเลยที่ ๑ รับผิดต่อโจทก์ด้วย ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น?

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๒ และยกคำขออื่นของโจทก์ในส่วนที่ศาลชั้นต้น ไม่กำหนดให้ ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๒ ทั้งสามศาลให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไป ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000878.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547