คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7664/2547 ฉบับเต็ม

#113091
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7664/2547 บริษัทสยามยูไนเต็ดสตีล (1995) จำกัด โจทก์ กรมสรรพากร จำเลย ป.รัษฎากร มาตรา 77/1 (10) โจทก์ทำสัญญากู้ยืมเงินจากธนาคาร อ. โดยโจทก์ต้องหาผู้ค้ำประกันให้แก่ธนาคาร อ. ผู้ให้กู้ บริษัท ผ. ซึ่งเป็นผู้ร่วมทุนในกิจการร่วมค้าของโจทก์เป็นผู้ดำเนินการให้บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เข้าค้ำประกันสัญญากู้ยืมเงินของโจทก์โดยบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยคิดค่าธรรมเนียมจากบริษัท ผ. 11,714,062.50 บาท ค่าธรรมเนียมดังกล่าวจึงเป็นค่าใช้จ่ายที่จ่ายไปเพื่อให้บรรลุเงื่อนไขตามสัญญากู้ยืมเงินที่โจทก์ทำกับธนาคาร อ. อันเป็นกิจการของโจทก์และเพื่อประโยชน์แก่กิจการของโจทก์ บริษัท ผ. มีหน้าที่ต้องช่วยเหลือโจทก์ในการจัดหาผู้ค้ำประกัน และโจทก์มีหน้าที่ต้องจ่ายเงินค่าธรรมเนียมในการค้ำประกันคืนให้แก่ผู้ร่วมทุนตามที่ระบุใน สัญญาร่วมทุน ข้อ 4 เรื่องการเงิน เงินค่าธรรมเนียมที่บริษัท ผ. ชำระให้แก่บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จึงเป็นเงินที่บริษัท ผ. ได้ออกทดรองไปแทนโจทก์ การที่บริษัท ผ. เรียกให้โจทก์ชำระเงินค่าธรรมเนียมดังกล่าว จึงเป็นการเรียกคืนเงินทดรองที่ได้จ่ายแทนไปไม่ใช่เรียกค่าบริการ บริษัท ผ. จึงไม่มีสิทธิออกใบกำกับภาษีขายและ เรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 1,171,406.25 บาท จากโจทก์ โจทก์จึงนำมาถือเป็นภาษีซื้อในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ของโจทก์ไม่ได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินตามหนังสือแจ้งการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่ม เลขที่ ตป. 1.1/1005290/5/102095 ลงวันที่ 27 ตุลาคม 2542 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์เลขที่ สภ.1 (อธ.1)/212/2544 ลงวันที่ 26 ธันวาคม 2544 จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยโดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่ามีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าโจทก์นำเงินจำนวน 1,171,406.25 บาท ที่ชำระให้แก่บริษัทแผ่นเหล็กวิลาสไทย จำกัด มาถือเป็นภาษีซื้อในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มของโจทก์ได้หรือไม่ เห็นว่า เงินจำนวนดังกล่าวสืบเนื่องมาจากโจทก์ทำสัญญากู้ยืมเงินกับธนาคารเดอะเอกซปอร์ตอิมปอร์ตแบงก์ออฟเจแปน โดยโจทก์ต้องหาผู้ค้ำประกันให้แก่ธนาคารเดอะเอกซปอร์ตอิมปอร์ตแบงก์ออฟเจแปนผู้ให้กู้ บริษัทแผ่นเหล็ก วิลาสไทย จำกัด ซึ่งเป็นผู้ร่วมทุนในกิจการร่วมค้าของโจทก์เป็นผู้ดำเนินการให้บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเข้าค้ำประกันสัญญากู้ยืมเงินของโจทก์ บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย คิดค่าธรรมจากบริษัทแผ่นเหล็กวิลาสไทย จำกัด 11,714,062.50 บาท ค่าธรรมเนียมดังกล่าวจึงเป็นค่าใช้จ่ายที่จ่ายไปเพื่อให้บรรลุ เงื่อนไขตามสัญญากู้เงินที่โจทก์ทำกับธนาคารเดอะเอกซปอร์ตอิมปอร์ตแบงก์ออฟเจแปน อันเป็นกิจการของโจทก์ และเพื่อประโยชน์แก่กิจการของโจทก์ บริษัทแผ่นเหล็กวิลาสไทย จำกัด เป็นผู้ร่วมทุนในกิจการร่วมค้าของโจทก์มีหน้าที่ต้องช่วยเหลือโจทก์ในการจัดหาผู้ค้ำประกันสัญญากู้ยืมเงินให้แก่โจทก์ และโจทก์มีหน้าที่ต้องจ่ายเงิน ค่าธรรมเนียมในการค้ำประกันคืนให้แก่ผู้ร่วมทุนตามที่ระบุในสัญญาร่วมทุนข้อ 4 เรื่องการเงิน เงินค่าธรรมเนียมที่บริษัทแผ่นเหล็กวิลาสไทย จำกัด ชำระให้แก่บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จึงเป็นเงินที่บริษัท แผ่นเหล็กวิลาสไทย จำกัด ได้ออกทดรองไปแทนโจทก์ การที่บริษัทแผ่นเหล็กวิลาสไทย จำกัด เรียกให้โจทก์ชำระเงินค่าธรรมเนียมจำนวนเดียวกันนี้ จึงเป็นการเรียกคืนเงินทดรองที่ได้จ่ายแทนไปไม่ใช่เรียกค่าบริการ บริษัทแผ่นเหล็กวิลาสไทย จำกัด จึงไม่มีสิทธิออกใบกำกับภาษีขายและเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจำนวน 1,171,406.25 บาท จากโจทก์ โจทก์จึงนำมาถือเป็นภาษีซื้อในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มของโจทก์ไม่ได้ พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 2,000 บาท แทนจำเลย. (กำธร โพธิ์สุวัฒนากุล-วิชัย ชื่นชมพูนุท-โนรี จันทร์ทร) ศาลภาษีอากรกลาง - นางสุพัตรา อนันตพงศ์ ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
113091
courts
[
    {
        "court": "ศาลภาษีอากรกลาง",
        "judge": "นางสุพัตรา อนันตพงศ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082037448"
    }
}
date
2547
deka_no
7664/2547
deka_running_no
7664
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "กำธร โพธิ์สุวัฒนากุล",
    "วิชัย ชื่นชมพูนุท",
    "โนรี จันทร์ทร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลรัษฎากร",
        "law_abbr": "ป.รัษฎากร",
        "sections": [
            "ม. 77/1 (10)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทสยามยูไนเต็ดสตีล (1995) จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "กรมสรรพากร"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินตามหนังสือแจ้งการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่ม เลขที่ ตป. 1.1/1005290/5/102095 ลงวันที่ 27 ตุลาคม 2542 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์เลขที่ สภ.1 (อธ.1)/212/2544 ลงวันที่ 26 ธันวาคม 2544

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยโดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่ามีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าโจทก์นำเงินจำนวน 1,171,406.25 บาท ที่ชำระให้แก่บริษัทแผ่นเหล็กวิลาสไทย จำกัด มาถือเป็นภาษีซื้อในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มของโจทก์ได้หรือไม่ เห็นว่า เงินจำนวนดังกล่าวสืบเนื่องมาจากโจทก์ทำสัญญากู้ยืมเงินกับธนาคารเดอะเอกซปอร์ตอิมปอร์ตแบงก์ออฟเจแปน โดยโจทก์ต้องหาผู้ค้ำประกันให้แก่ธนาคารเดอะเอกซปอร์ตอิมปอร์ตแบงก์ออฟเจแปนผู้ให้กู้ บริษัทแผ่นเหล็ก วิลาสไทย จำกัด ซึ่งเป็นผู้ร่วมทุนในกิจการร่วมค้าของโจทก์เป็นผู้ดำเนินการให้บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเข้าค้ำประกันสัญญากู้ยืมเงินของโจทก์ บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย คิดค่าธรรมจากบริษัทแผ่นเหล็กวิลาสไทย จำกัด 11,714,062.50 บาท ค่าธรรมเนียมดังกล่าวจึงเป็นค่าใช้จ่ายที่จ่ายไปเพื่อให้บรรลุ เงื่อนไขตามสัญญากู้เงินที่โจทก์ทำกับธนาคารเดอะเอกซปอร์ตอิมปอร์ตแบงก์ออฟเจแปน อันเป็นกิจการของโจทก์ และเพื่อประโยชน์แก่กิจการของโจทก์ บริษัทแผ่นเหล็กวิลาสไทย จำกัด เป็นผู้ร่วมทุนในกิจการร่วมค้าของโจทก์มีหน้าที่ต้องช่วยเหลือโจทก์ในการจัดหาผู้ค้ำประกันสัญญากู้ยืมเงินให้แก่โจทก์ และโจทก์มีหน้าที่ต้องจ่ายเงิน ค่าธรรมเนียมในการค้ำประกันคืนให้แก่ผู้ร่วมทุนตามที่ระบุในสัญญาร่วมทุนข้อ 4 เรื่องการเงิน เงินค่าธรรมเนียมที่บริษัทแผ่นเหล็กวิลาสไทย จำกัด ชำระให้แก่บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จึงเป็นเงินที่บริษัท แผ่นเหล็กวิลาสไทย จำกัด ได้ออกทดรองไปแทนโจทก์ การที่บริษัทแผ่นเหล็กวิลาสไทย จำกัด เรียกให้โจทก์ชำระเงินค่าธรรมเนียมจำนวนเดียวกันนี้ จึงเป็นการเรียกคืนเงินทดรองที่ได้จ่ายแทนไปไม่ใช่เรียกค่าบริการ บริษัทแผ่นเหล็กวิลาสไทย จำกัด จึงไม่มีสิทธิออกใบกำกับภาษีขายและเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจำนวน 1,171,406.25 บาท จากโจทก์ โจทก์จึงนำมาถือเป็นภาษีซื้อในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มของโจทก์ไม่ได้

พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 2,000 บาท แทนจำเลย.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000872.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547