คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8097/2547 ฉบับเต็ม

#113099
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8097/2547 พันจ่าเอกบุญมาก เอมบำรุง โดยนางสาวอริษา เอมบำรุง ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน นางหลง เอมบำรุง จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 142 โจทก์ฟ้องว่า โจทก์และจำเลยเป็นสามีและภริยากันได้ร่วมกับนายฉายซื้อที่ดินพิพาท โดยใส่ชื่อนายฉายเป็นผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว ต่อมานายฉายได้โอนที่ดินใส่ชื่อจำเลยแต่ผู้เดียว ที่ดินพิพาทจึงเป็นสินสมรส จำเลยยื่นคำให้การต่อสู้ว่า ที่ดินพิพาทโจทก์และจำเลยไม่ได้ร่วมกันซื้อ แต่นายฉายเป็นผู้ซื้อแต่เพียงผู้เดียว และภายหลังต่อมาได้ยกที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยโดยเสน่หา จึงเป็นสินส่วนตัวของจำเลย ดังนั้น ประเด็นที่ว่าที่ดินพิพาทเป็นสินสมรสหรือสินส่วนตัวและจำเลยได้มาโดยการซื้อร่วมกับโจทก์หรือได้รับการยกให้โดยเสน่หาจากนายฉาย จึงเป็นข้อที่ได้ว่ากล่าวกันมาแล้วตั้งแต่ศาลชั้นต้น ที่ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า ที่ดินพิพาทจำเลยรับโอนมาจากนายฉายโดยเสน่หาและเป็นสินสมรสจึงมิใช่เป็นเรื่องนอกฟ้องนอกประเด็น ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า โจทก์และจำเลยเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย โจทก์และจำเลยได้ร่วมกับนายฉายซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 19688 โดยโจทก์และจำเลยให้นายฉายเป็นผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว ต่อมานายฉายได้โอนที่ดินดังกล่าวใส่ชื่อจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ หลังจากนั้นที่ดินแปลงดังกล่าวถูกเวนคืนโดยการทางพิเศษแห่งประเทศไทย โจทก์จึงได้ลงชื่อในหนังสือยินยอมให้จำเลยทำการโอนที่ดินให้แก่การทางพิเศษแห่งประเทศไทย โจทก์ได้ตรวจสอบจากสำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาลาดพร้าว ปรากฏว่าโฉนดที่ดินดังกล่าวได้ถูกแบ่งแยกออกเป็น 3 แปลง การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำเกินไปกว่าที่จำเลยแจ้งให้โจทก์ทราบ ซึ่งจำเลยแจ้งให้โจทก์ทราบเพียงว่าจะโอนขายให้แก่การทางพิเศษแห่งประเทศไทยเท่านั้น ขอให้บังคับให้จำเลยนำโฉนดที่ดินเลขที่ 19688 ไปยังสำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาลาดพร้าว เพื่อให้เจ้าพนักงานที่ดินจดทะเบียนใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของหรือถือกรรมสิทธิ์ร่วม หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามก็ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ขอให้จำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินดังกล่าวไว้ต่อศาลเพื่อโจทก์จะได้นำไปจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานที่ดินใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมต่อไป จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษากลับ ให้จำเลยไปจดทะเบียนใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินโฉนดเลขที่ 19688 ต่อเจ้าพนักงานที่ดินสำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาลาดพร้าว หากจำเลยไม่ปฏิบัติก็ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว โจทก์ถึงแก่กรรม นางสาวอริษาบุตรของโจทก์กับนางเจียนยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวอนุญาต ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยนอกฟ้องนอกประเด็นหรือไม่ คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์และจำเลยเป็นสามีและภริยากันได้ร่วมกับนายฉายซื้อที่ดินพิพาท โดยใส่ชื่อนายฉายเป็นผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว ต่อมานายฉายได้โอนที่ดินพิพาทใส่ชื่อจำเลยแต่ผู้เดียว ที่ดินพิพาทจึงเป็นสินสมรส จำเลยได้ยื่นคำให้การต่อสู้ว่า ที่ดินพิพาทโจทก์และจำเลยไม่ได้ร่วมกันซื้อ แต่นายฉายเป็นผู้ซื้อแต่เพียงผู้เดียว และภายหลังต่อมาได้ยกที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยโดยเสน่หา จึงเป็นสินส่วนตัวของจำเลย ดังนั้น คดีย่อมมีประเด็นว่าที่ดินพิพาทเป็นสินสมรสหรือสินส่วนตัวและจำเลยได้มาโดยการซื้อร่วมกับโจทก์หรือได้รับการยกให้โดยเสน่หาจากนายฉาย ซึ่งเป็นข้อที่ได้ว่ากล่าวกันมาแล้วตั้งแต่ศาลชั้นต้น ที่ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า ที่ดินพิพาทจำเลยรับโอนมาจากนายฉายโดยเสน่หาและเป็นสินสมรสจึงมิใช่เป็นเรื่องนอกฟ้องนอกประเด็น ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ. (สดศรี สัตยธรรม-อมร วีรวงศ์-ชุติมา จงสงวน) ศาลจังหวัดมีนบุรี - นายพรหมมาศ ภู่แส ศาลอุทธรณ์แผนกคดีเยาวชนและครอบ - นางจิระวรรณ ศิริบุตร แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
113099
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดมีนบุรี",
        "judge": "นายพรหมมาศ ภู่แส"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์แผนกคดีเยาวชนและครอบ",
        "judge": "นางจิระวรรณ ศิริบุตร"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082037113"
    }
}
date
2547
deka_no
8097/2547
deka_running_no
8097
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "สดศรี สัตยธรรม",
    "อมร วีรวงศ์",
    "ชุติมา จงสงวน"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 142"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน",
        "name": "พันจ่าเอกบุญมาก เอมบำรุง โดยนางสาวอริษา เอมบำรุง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางหลง เอมบำรุง"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์และจำเลยเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย โจทก์และจำเลยได้ร่วมกับนายฉายซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 19688 โดยโจทก์และจำเลยให้นายฉายเป็นผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว ต่อมานายฉายได้โอนที่ดินดังกล่าวใส่ชื่อจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ หลังจากนั้นที่ดินแปลงดังกล่าวถูกเวนคืนโดยการทางพิเศษแห่งประเทศไทย โจทก์จึงได้ลงชื่อในหนังสือยินยอมให้จำเลยทำการโอนที่ดินให้แก่การทางพิเศษแห่งประเทศไทย โจทก์ได้ตรวจสอบจากสำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาลาดพร้าว ปรากฏว่าโฉนดที่ดินดังกล่าวได้ถูกแบ่งแยกออกเป็น 3 แปลง การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำเกินไปกว่าที่จำเลยแจ้งให้โจทก์ทราบ ซึ่งจำเลยแจ้งให้โจทก์ทราบเพียงว่าจะโอนขายให้แก่การทางพิเศษแห่งประเทศไทยเท่านั้น ขอให้บังคับให้จำเลยนำโฉนดที่ดินเลขที่ 19688 ไปยังสำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาลาดพร้าว เพื่อให้เจ้าพนักงานที่ดินจดทะเบียนใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของหรือถือกรรมสิทธิ์ร่วม หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามก็ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ขอให้จำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินดังกล่าวไว้ต่อศาลเพื่อโจทก์จะได้นำไปจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานที่ดินใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมต่อไป

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษากลับ ให้จำเลยไปจดทะเบียนใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินโฉนดเลขที่ 19688 ต่อเจ้าพนักงานที่ดินสำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาลาดพร้าว หากจำเลยไม่ปฏิบัติก็ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา

ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว โจทก์ถึงแก่กรรม นางสาวอริษาบุตรของโจทก์กับนางเจียนยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวอนุญาต

ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยนอกฟ้องนอกประเด็นหรือไม่ คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์และจำเลยเป็นสามีและภริยากันได้ร่วมกับนายฉายซื้อที่ดินพิพาท โดยใส่ชื่อนายฉายเป็นผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว ต่อมานายฉายได้โอนที่ดินพิพาทใส่ชื่อจำเลยแต่ผู้เดียว ที่ดินพิพาทจึงเป็นสินสมรส จำเลยได้ยื่นคำให้การต่อสู้ว่า ที่ดินพิพาทโจทก์และจำเลยไม่ได้ร่วมกันซื้อ แต่นายฉายเป็นผู้ซื้อแต่เพียงผู้เดียว และภายหลังต่อมาได้ยกที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยโดยเสน่หา จึงเป็นสินส่วนตัวของจำเลย ดังนั้น คดีย่อมมีประเด็นว่าที่ดินพิพาทเป็นสินสมรสหรือสินส่วนตัวและจำเลยได้มาโดยการซื้อร่วมกับโจทก์หรือได้รับการยกให้โดยเสน่หาจากนายฉาย ซึ่งเป็นข้อที่ได้ว่ากล่าวกันมาแล้วตั้งแต่ศาลชั้นต้น ที่ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า ที่ดินพิพาทจำเลยรับโอนมาจากนายฉายโดยเสน่หาและเป็นสินสมรสจึงมิใช่เป็นเรื่องนอกฟ้องนอกประเด็น ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000869.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547