คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 251/2548 ฉบับเต็ม

#113118
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 251/2548 นายคล่อง เดชนุ้ย โจทก์ นายจิรศักดิ์ ฐิติปรีชานนท์ กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 46 ในคดีอาญาที่โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสองในข้อหาว่าร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีมีมูลเฉพาะจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 2 คดีไม่มีมูล จึงประทับฟ้องจำเลยที่ 1 และยกฟ้องจำเลยที่ 2 คำสั่งของศาลชั้นต้นให้ประทับฟ้องจำเลยที่ 1 มีผลให้คดีเข้าสู่การพิจารณาของศาลเท่านั้น ยังไม่ได้ชี้ว่าหนังสือมอบอำนาจปลอมหรือไม่ และคดีสำหรับจำเลยที่ 1 ยังไม่ถึงที่สุด ทั้งไม่อาจนำมาผูกพันจำเลยที่ 2 ซึ่งศาลพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 ได้ร่วมกระทำผิด จึงมิใช่ข้อเท็จจริงที่จะฟังในคดีแพ่งว่าหนังสือมอบอำนาจเป็นเอกสารปลอม ___________________________ โจทก์ฟ้องโดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ขอให้เพิกถอนนิติกรรมการขายที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ระหว่างโจทก์ โดยจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้รับมอบอำนาจกับจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 2 ให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง และโจทก์เคยฟ้องจำเลยที่ 1 ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 407/2540 ซึ่งศาลได้มีคำพิพากษาแล้ว ฟ้องโจทก์จึงเป็นฟ้องซ้ำ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์และจำเลยทั้งสองให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ โดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์ได้ยื่นฟ้องคดีอาญาแก่จำเลยทั้งสองในข้อหาร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีโจทก์ในส่วนจำเลยที่ 1 มีมูล แต่คดีโจทก์ในส่วนจำเลยที่ 2 ไม่มีมูล จึงประทับฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 1 และยกฟ้องจำเลยที่ 2 ย่อมชี้ให้เห็นว่า หนังสือมอบอำนาจตามเอกสารหมาย จ.11 เป็นหนังสือมอบอำนาจปลอมนั้น เห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งประทับฟ้องโจทก์ในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 มีผลให้คดีเข้าสู่การพิจารณาของศาลเท่านั้น ยังไม่ได้ชี้ว่าหนังสือมอบอำนาจปลอมหรือไม่ และคดีสำหรับจำเลยที่ 1 ก็ยังไม่ถึงที่สุด ทั้งไม่อาจนำมาผูกพันจำเลยที่ 2 ซึ่งศาลพิพากษายกฟ้องเนื่องจากฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 ร่วมกระทำผิด จึงมิใช่ข้อเท็จจริงที่จะฟังในคดีนี้ได้ว่าหนังสือมอบอำนาจเป็นเอกสารปลอม ฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (ไพโรจน์ วายุภาพ-จิระวรรณ ศิริบุตร-เกษม เวชศิลป์) ศาลจังหวัดตรัง - นายทวีศักดิ์ สุขชุ่ม ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายเฉลิมศักดิ์ บุญยงค์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
113118
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดตรัง",
        "judge": "นายทวีศักดิ์ สุขชุ่ม"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 9",
        "judge": "นายเฉลิมศักดิ์ บุญยงค์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082035525"
    }
}
date
2548
deka_no
251/2548
deka_running_no
251
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "ไพโรจน์ วายุภาพ",
    "จิระวรรณ ศิริบุตร",
    "เกษม เวชศิลป์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 46"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายคล่อง เดชนุ้ย"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายจิรศักดิ์ ฐิติปรีชานนท์ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องโดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ขอให้เพิกถอนนิติกรรมการขายที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ระหว่างโจทก์ โดยจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้รับมอบอำนาจกับจำเลยที่ 2

จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

จำเลยที่ 2 ให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง และโจทก์เคยฟ้องจำเลยที่ 1 ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 407/2540 ซึ่งศาลได้มีคำพิพากษาแล้ว ฟ้องโจทก์จึงเป็นฟ้องซ้ำ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์และจำเลยทั้งสองให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ โดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์ได้ยื่นฟ้องคดีอาญาแก่จำเลยทั้งสองในข้อหาร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีโจทก์ในส่วนจำเลยที่ 1 มีมูล แต่คดีโจทก์ในส่วนจำเลยที่ 2 ไม่มีมูล จึงประทับฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 1 และยกฟ้องจำเลยที่ 2 ย่อมชี้ให้เห็นว่า หนังสือมอบอำนาจตามเอกสารหมาย จ.11 เป็นหนังสือมอบอำนาจปลอมนั้น เห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งประทับฟ้องโจทก์ในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 มีผลให้คดีเข้าสู่การพิจารณาของศาลเท่านั้น ยังไม่ได้ชี้ว่าหนังสือมอบอำนาจปลอมหรือไม่ และคดีสำหรับจำเลยที่ 1 ก็ยังไม่ถึงที่สุด ทั้งไม่อาจนำมาผูกพันจำเลยที่ 2 ซึ่งศาลพิพากษายกฟ้องเนื่องจากฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 ร่วมกระทำผิด จึงมิใช่ข้อเท็จจริงที่จะฟังในคดีนี้ได้ว่าหนังสือมอบอำนาจเป็นเอกสารปลอม ฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000855.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548