คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8649/2547 ฉบับเต็ม

#113123
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8649/2547 นางสาวแก้วตา เสถียรถิระกุล กับพวก โจทก์ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย กับพวก จำเลย พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 มาตรา 26 วรรคสาม ศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์ที่ 1 ในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสิน แต่ต้องไม่เกินอัตราร้อยละ 10.75 ต่อปี ซึ่งหมายความว่า ต้องคิดดอกเบี้ยตามอัตราดอกเบี้ยที่มีการเปลี่ยนแปลงขึ้นลงในแต่ละช่วงตลอดเวลา หาใช่คิดดอกเบี้ยในอัตราเดียวตลอดไปจนครบ 12 เดือนไม่ เพราะมิฉะนั้นแล้วหากในช่วงเวลาดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยขึ้นลงก็จะมีการได้เปรียบเสียเปรียบกันของคู่ความทั้งสองฝ่ายในส่วนต่างของดอกเบี้ยในอัตราที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ทั้งสองฟ้องเรียกค่าทดแทนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ถูกเวนคืน ศาลฎีกามีคำพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงิน 2,250,000 บาท แก่โจทก์ที่ 1 พร้อมดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสินนับถัดจากวันฟ้องต้องไม่เกินอัตราร้อยละ 10.75 ต่อปี และให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้ค่าขึ้นศาลในศาลชั้นต้นแทนโจทก์ที่ 1 ตามจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ที่ 1 ชนะคดีในชั้นฎีกา นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ จำเลยทั้งสี่นำเงินมาวางศาลเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาแล้ว โจทก์ที่ 1 ยื่นคำร้องว่า จำเลยทั้งสี่ชำระหนี้ไม่ครบถ้วนตามคำพิพากษาศาลฎีกา จำเลยทั้งสี่ยื่นคำคัดค้านว่า ได้ชำระหนี้ให้โจทก์ครบถ้วนตามคำพิพากษาศาลฎีกาแล้ว ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ตามปกติดอกเบี้ยเงินฝากประจำที่คู่ความแสดงต่อศาลในสำนวนประเภท 12 เดือน เป็นอัตราดอกเบี้ยสูงสุดของธนาคารออมสิน การคิดดอกเบี้ยตามคำพิพากษาศาลฎีกาจะต้องดูว่า ณ วันที่ 6 เมษายน 2538 (ถัดจากวันฟ้อง) อัตราดอกเบี้ยสูงสุดของธนาคารออมสินเท่าไร แล้วคิดดอกเบี้ยในอัตราดังกล่าวจนครบ 12 เดือน ซึ่งตรงตามตารางการคิดดอกเบี้ยของจำเลยทั้งสี่ การคิดดอกเบี้ยของจำเลยทั้งสี่ชอบแล้ว ให้ยกคำร้องของโจทก์ที่ 1 ค่าคำร้องให้เป็นพับ โจทก์ที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ที่ 1 มีว่า ที่ศาลล่างทั้งสองคิดดอกเบี้ยในคดีนี้โดยใช้อัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสิน ในวันเริ่มต้นคิดดอกเบี้ยจนครบ 12 เดือน นั้นชอบหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์ที่ 1 ในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสิน แต่ต้องไม่เกินอัตราร้อยละ 10.75 ต่อปี ซึ่งหมายความว่า ต้องคิดดอกเบี้ยตามอัตราดอกเบี้ยที่มีการเปลี่ยนแปลงขึ้นลงในแต่ละช่วงตลอดเวลา หาใช่คิดดอกเบี้ยในอัตราเดียวจนครบ 12 เดือน ไม่ เพราะมิฉะนั้นแล้ว หากในช่วงเวลาดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยขึ้นลงก็จะมีการได้เปรียบเสียเปรียบกันของคู่ความทั้งสองฝ่ายในส่วนต่างของดอกเบี้ยในอัตราที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง ดังนี้ ที่ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องของโจทก์ที่ 1 มานั้นเป็นการไม่ชอบ ฎีกาของโจทก์ที่ 1 ฟังขึ้น พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และคำสั่งของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาคำร้องของโจทก์ที่ 1 ใหม่ โดยให้คิดดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำ (ซึ่งไม่ใช่เงินฝากประจำรายเดือนยกเว้นภาษี) ของธนาคารออมสินโดยปรับเปลี่ยนไปตามประกาศของธนาคารออมสินซึ่งมีผลใช้บังคับในแค่ช่วงที่คิดดอกเบี้ยจนกว่าจะชำระเสร็จ แต่ต้องไม่เกินอัตราร้อยละ 10.75 ต่อปี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (ขวัญชัย ปิ่นรอด-ประพันธ์ ทรัพย์แสง-สุรพล เตชะกำธร) ศาลแพ่ง - นายประโลม คเชนทร์ ศาลอุทธรณ์ - นายบุญส่ง กุลบุปผา แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
113123
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายประโลม คเชนทร์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายบุญส่ง กุลบุปผา"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082036756"
    }
}
date
2547
deka_no
8649/2547
deka_running_no
8649
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "ขวัญชัย ปิ่นรอด",
    "ประพันธ์ ทรัพย์แสง",
    "สุรพล เตชะกำธร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530",
        "sections": [
            "ม. 26 วรรคสาม"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสาวแก้วตา เสถียรถิระกุล กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "การทางพิเศษแห่งประเทศไทย กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ทั้งสองฟ้องเรียกค่าทดแทนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ถูกเวนคืน ศาลฎีกามีคำพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงิน 2,250,000 บาท แก่โจทก์ที่ 1 พร้อมดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสินนับถัดจากวันฟ้องต้องไม่เกินอัตราร้อยละ 10.75 ต่อปี และให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้ค่าขึ้นศาลในศาลชั้นต้นแทนโจทก์ที่ 1 ตามจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ที่ 1 ชนะคดีในชั้นฎีกา นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ จำเลยทั้งสี่นำเงินมาวางศาลเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาแล้ว

โจทก์ที่ 1 ยื่นคำร้องว่า จำเลยทั้งสี่ชำระหนี้ไม่ครบถ้วนตามคำพิพากษาศาลฎีกา

จำเลยทั้งสี่ยื่นคำคัดค้านว่า ได้ชำระหนี้ให้โจทก์ครบถ้วนตามคำพิพากษาศาลฎีกาแล้ว

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ตามปกติดอกเบี้ยเงินฝากประจำที่คู่ความแสดงต่อศาลในสำนวนประเภท 12 เดือน เป็นอัตราดอกเบี้ยสูงสุดของธนาคารออมสิน การคิดดอกเบี้ยตามคำพิพากษาศาลฎีกาจะต้องดูว่า ณ วันที่ 6 เมษายน 2538 (ถัดจากวันฟ้อง) อัตราดอกเบี้ยสูงสุดของธนาคารออมสินเท่าไร แล้วคิดดอกเบี้ยในอัตราดังกล่าวจนครบ 12 เดือน ซึ่งตรงตามตารางการคิดดอกเบี้ยของจำเลยทั้งสี่ การคิดดอกเบี้ยของจำเลยทั้งสี่ชอบแล้ว ให้ยกคำร้องของโจทก์ที่ 1 ค่าคำร้องให้เป็นพับ

โจทก์ที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ที่ 1 มีว่า ที่ศาลล่างทั้งสองคิดดอกเบี้ยในคดีนี้โดยใช้อัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสิน ในวันเริ่มต้นคิดดอกเบี้ยจนครบ 12 เดือน นั้นชอบหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์ที่ 1 ในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสิน แต่ต้องไม่เกินอัตราร้อยละ 10.75 ต่อปี ซึ่งหมายความว่า ต้องคิดดอกเบี้ยตามอัตราดอกเบี้ยที่มีการเปลี่ยนแปลงขึ้นลงในแต่ละช่วงตลอดเวลา หาใช่คิดดอกเบี้ยในอัตราเดียวจนครบ 12 เดือน ไม่ เพราะมิฉะนั้นแล้ว หากในช่วงเวลาดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยขึ้นลงก็จะมีการได้เปรียบเสียเปรียบกันของคู่ความทั้งสองฝ่ายในส่วนต่างของดอกเบี้ยในอัตราที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง ดังนี้ ที่ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องของโจทก์ที่ 1 มานั้นเป็นการไม่ชอบ ฎีกาของโจทก์ที่ 1 ฟังขึ้น

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และคำสั่งของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาคำร้องของโจทก์ที่ 1 ใหม่ โดยให้คิดดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำ (ซึ่งไม่ใช่เงินฝากประจำรายเดือนยกเว้นภาษี) ของธนาคารออมสินโดยปรับเปลี่ยนไปตามประกาศของธนาคารออมสินซึ่งมีผลใช้บังคับในแค่ช่วงที่คิดดอกเบี้ยจนกว่าจะชำระเสร็จ แต่ต้องไม่เกินอัตราร้อยละ 10.75 ต่อปี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000866.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547