คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9200/2547 ฉบับเต็ม

#113135
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9200/2547 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) โจทก์ บริษัทดอกหญ้าโฮลดิ้ง จำกัด กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 156 วรรคท้าย, มาตรา 232 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยที่ 3 ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์บางส่วน จำเลยที่ 3 ยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวเมื่อพ้นกำหนด 7 วัน ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 156 วรรคท้าย จึงเป็นอุทธรณ์คำสั่งที่ต้องห้ามตามกฎหมาย และอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวเป็นอุทธรณ์อย่างหนึ่งซึ่งศาลชั้นต้นมีอำนาจที่จะตรวจอุทธรณ์และมีคำสั่งให้ส่งหรือปฏิเสธไม่ส่งอุทธรณ์นั้นไปยังศาลอุทธรณ์ได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 232 ดังนั้นที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวและให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์คำสั่งแก่จำเลยที่ 3 จึงเป็นการตรวจและมีคำสั่งปฏิเสธไม่ส่งอุทธรณ์คำสั่งไปยังศาลอุทธรณ์ตามมาตรา 232 นั่นเอง คำสั่งศาลชั้นต้นชอบแล้ว ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินตามสัญญากู้ยืมและสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีโดยให้หักเงิน ซึ่งมีการชำระเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2541 จำนวน 6,742.46 บาท ชำระหนี้แก่โจทก์เสียก่อน หากไม่ชำระให้นำที่ดินโฉนดเลขที่ 85312 , 85313 , 77470 , 77471 ตำบลบางไผ่ (บางเชือกหนังฝั่งใต้) อำเภอภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร และที่ดินโฉนดเลขที่ 1046 ตำบลคลองขวาง (บางเชือกหนังฝั่งใต้) อำเภอภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ หากไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสามออกขายทอดตลาดชำระหนี้จนครบถ้วนแก่โจทก์ ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 30,000 บาท จำเลยที่ 3 อุทธรณ์โดยยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2545 อนุญาตให้จำเลยที่ 3 ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลแต่บางส่วนเฉพาะค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ ส่วนค่าธรรมเนียมนอกจากนี้ให้จำเลยที่ 3 นำมาชำระภายใน 15 วัน วันที่ 25 ตุลาคม 2545 จำเลยที่ 3 ยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยที่ 3 ยื่นอุทธรณ์คำสั่งเมื่อพ้นกำหนดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 156 ให้ยกคำร้อง คืนค่าคำร้อง (ที่ถูกคืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์คำสั่ง) แก่จำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตาม ป.วิ.พ. มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาจะต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยที่ 3 อุทธรณ์ว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยที่ 3 ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลบางส่วน จำเลยที่ 3 ยื่นอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นต่อศาลอุทธรณ์เป็นหน้าที่ของศาลอุทธรณ์ที่จะมีคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องฉบับนี้ ศาลชั้นต้นไม่มีอำนาจสั่งอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกอุทธรณ์คำสั่งจึงเป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยที่ 3 ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลให้แต่เฉพาะบางส่วนเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2545 จำเลยที่ 3 มีสิทธิยื่นอุทธรณ์คำสั่งนั้นต่อศาลอุทธรณ์ได้ภายในกำหนด 7 วัน นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 156 วรรคท้าย เมื่อจำเลยที่ 3 ยื่นอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลชั้นต้นวันที่ 25 ตุลาคม 2545 ซึ่งเป็นการยื่นเมื่อพ้นกำหนด 7 วัน ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 156 วรรคท้าย แล้วจึงเป็นอุทธรณ์คำสั่งที่ต้องห้ามตามกฎหมายและอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวเป็นอุทธรณ์อย่างหนึ่งซึ่งศาลชั้นต้นมีอำนาจที่จะตรวจอุทธรณ์และมีคำสั่งให้ส่งหรือปฏิเสธไม่ส่งอุทธรณ์นั้นไปยังศาลอุทธรณ์ได้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 232 ดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวและให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์คำสั่งแก่จำเลยที่ 3 จึงเป็นการตรวจและมีคำสั่งปฏิเสธไม่สั่งอุทธรณ์คำสั่งไปยังศาลอุทธรณ์ตามมาตรา 232 นั่นเอง คำสั่งศาลชั้นต้นชอบแล้ว พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ. (มนตรี ยอดปัญญา-วิบูลย์ มีอาสา-ประจักษ์ เกียรติ์อนุพงศ์) ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายไชยยศ วรนันท์ศิริ ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
113135
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งกรุงเทพใต้",
        "judge": "นายไชยยศ วรนันท์ศิริ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082036299"
    }
}
date
2547
deka_no
9200/2547
deka_running_no
9200
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "มนตรี ยอดปัญญา",
    "วิบูลย์ มีอาสา",
    "ประจักษ์ เกียรติ์อนุพงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 156 วรรคท้าย",
            "ม. 232"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทดอกหญ้าโฮลดิ้ง จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินตามสัญญากู้ยืมและสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีโดยให้หักเงิน ซึ่งมีการชำระเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2541 จำนวน 6,742.46 บาท ชำระหนี้แก่โจทก์เสียก่อน หากไม่ชำระให้นำที่ดินโฉนดเลขที่ 85312 , 85313 , 77470 , 77471 ตำบลบางไผ่ (บางเชือกหนังฝั่งใต้) อำเภอภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร และที่ดินโฉนดเลขที่ 1046 ตำบลคลองขวาง (บางเชือกหนังฝั่งใต้) อำเภอภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ หากไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสามออกขายทอดตลาดชำระหนี้จนครบถ้วนแก่โจทก์ ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 30,000 บาท

จำเลยที่ 3 อุทธรณ์โดยยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2545 อนุญาตให้จำเลยที่ 3 ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลแต่บางส่วนเฉพาะค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ ส่วนค่าธรรมเนียมนอกจากนี้ให้จำเลยที่ 3 นำมาชำระภายใน 15 วัน วันที่ 25 ตุลาคม 2545 จำเลยที่ 3 ยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยที่ 3 ยื่นอุทธรณ์คำสั่งเมื่อพ้นกำหนดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 156 ให้ยกคำร้อง คืนค่าคำร้อง (ที่ถูกคืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์คำสั่ง) แก่จำเลยที่ 3

จำเลยที่ 3 อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตาม ป.วิ.พ. มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาจะต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยที่ 3 อุทธรณ์ว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยที่ 3 ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลบางส่วน จำเลยที่ 3 ยื่นอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นต่อศาลอุทธรณ์เป็นหน้าที่ของศาลอุทธรณ์ที่จะมีคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องฉบับนี้ ศาลชั้นต้นไม่มีอำนาจสั่งอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกอุทธรณ์คำสั่งจึงเป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยที่ 3 ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลให้แต่เฉพาะบางส่วนเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2545 จำเลยที่ 3 มีสิทธิยื่นอุทธรณ์คำสั่งนั้นต่อศาลอุทธรณ์ได้ภายในกำหนด 7 วัน นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 156 วรรคท้าย เมื่อจำเลยที่ 3 ยื่นอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลชั้นต้นวันที่ 25 ตุลาคม 2545 ซึ่งเป็นการยื่นเมื่อพ้นกำหนด 7 วัน ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 156 วรรคท้าย แล้วจึงเป็นอุทธรณ์คำสั่งที่ต้องห้ามตามกฎหมายและอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวเป็นอุทธรณ์อย่างหนึ่งซึ่งศาลชั้นต้นมีอำนาจที่จะตรวจอุทธรณ์และมีคำสั่งให้ส่งหรือปฏิเสธไม่ส่งอุทธรณ์นั้นไปยังศาลอุทธรณ์ได้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 232 ดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวและให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์คำสั่งแก่จำเลยที่ 3 จึงเป็นการตรวจและมีคำสั่งปฏิเสธไม่สั่งอุทธรณ์คำสั่งไปยังศาลอุทธรณ์ตามมาตรา 232 นั่นเอง คำสั่งศาลชั้นต้นชอบแล้ว

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000862.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547