คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2027/2548 ฉบับเต็ม

#113144
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2027/2548 พนักงานอัยการประจำศาลแขวงนครสวรรค์ โจทก์ บริษัทนิวยอร์ค หินอ่อนและแกรนิต จำกัด ผู้คัดค้าน นายสันติ ตุ้มมี จำเลย พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2510 มาตรา 154 ป.วิ.พ. มาตรา 225 ป.วิ.อ. มาตรา 15 ผู้คัดค้านยื่นคำร้องคัดค้านแต่เพียงว่า ผู้คัดค้านเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ทรัพย์ของกลาง และไม่มีโอกาสทราบหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่า จำเลยทั้งสี่จะนำทรัพย์สินดังกล่าวไปใช้กระทำความผิด ทั้งผู้คัดค้านได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแล้วที่จะป้องกันไม่ให้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นเท่านั้น ไม่มีประเด็นว่ารถแทรกเตอร์ (แบ็กโฮ) ของกลาง เป็นเครื่องมือที่จำเลยทั้งสี่ใช้ในการกระทำความผิดหรือไม่ การที่ผู้คัดค้านเพิ่งกล่าวในชั้นอุทธรณ์ว่าพยานที่เห็นรถแทรกเตอร์ (แบ็กโฮ) ดังกล่าวในที่เกิดเหตุมีเหตุโกรธเคืองกับผู้คัดค้านมาก่อน จึงรับฟังไม่ได้ว่ารถแทรกเตอร์ (แบ็กโฮ) ดังกล่าวเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการกระทำความผิด ถือได้ว่าเป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ไม่รับวินิจฉัยในปัญหานี้ชอบแล้ว ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสี่ตาม พ.ร.บ. แร่ พ.ศ. 2510 มาตรา 4 , 43 , 135 จำคุกคนละ 6 เดือน และปรับคนละ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนดคนละ 2 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา 29 , 30 ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า คดีที่จำเลยทั้งสี่ถูกศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษดังกล่าว เจ้าพนักงานยึดของกลางซึ่งเป็นอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ที่จำเลยทั้งสี่ได้ใช้ในการกระทำความผิดฐานร่วมกันทำเหมืองแร่โดยไม่ได้รับประทานบัตร อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. แร่ พ.ศ. 2510 มาตรา 135 ขอให้ริบทรัพย์สินของกลางดังกล่าวตาม พ.ร.บ. แร่ พ.ศ. 2510 มาตรา 154 ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินที่ผู้ร้องขอให้ศาลมีคำสั่งริบ ผู้คัดค้านจ้างเหมาจำเลยทั้งสี่ตัดหินแกรนิตในเขตประทานบัตรของผู้คัดค้าน ในอัตราค่าจ้างลูกบาศก์เมตรละ 2,300 บาท ส่งโรงงานของผู้คัดค้านที่กรุงเทพมหานคร ในวันเกิดเหตุจำเลยทั้งสี่กระทำผิดสัญญากับผู้คัดค้าน โดยผู้คัดค้านไม่มีโอกาสทราบ หรือไม่มีเหตุอันสมควรสงสัยว่าจำเลยทั้งสี่จะนำทรัพย์สินของผู้คัดค้านดังกล่าวไปใช้ในการกระทำความผิด โดยมิได้รับคำสั่งหรือได้รับคำยินยอมจากผู้คัดค้าน หรือโดยสำคัญผิดของจำเลยทั้งสี่เอง และไม่ได้แจ้งให้ผู้คัดค้านทราบ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งริบของกลาง ผู้คัดค้านอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน ผู้คัดค้านฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า อุทธรณ์ของผู้คัดค้านที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ไม่รับวินิจฉัยมีว่า รถแทรกเตอร์ (รถแบ็กโฮ) เป็นเครื่องมือที่จำเลยทั้งสี่ใช้ในการกระทำความผิดหรือไม่ ซึ่งคดีนี้ผู้คัดค้านยื่นคำร้องคัดค้านเฉพาะแต่เพียงว่า ผู้คัดค้านเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ทรัพย์ของกลาง และผู้คัดค้านไม่มีโอกาสทราบหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่า จำเลยทั้งสี่จะนำทรัพย์สินดังกล่าวไปใช้กระทำความผิดจนถูกศาลพิพากษาให้ลงโทษ ทั้งผู้คัดค้านได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแล้วที่จะป้องกันมิให้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นหรือไม่เท่านั้น โดยไม่มีประเด็นว่ารถแทรกเตอร์ (แบ็กโฮ) เป็นเครื่องมือที่จำเลยทั้งสี่ใช้ในการกระทำความผิดหรือไม่ การที่ผู้คัดค้านเพิ่งกล่าวอ้างในชั้นอุทธรณ์ว่า พยานที่เห็นรถแทรกเตอร์ (รถแบ็กโฮ) ของกลางในที่เกิดเหตุมีเหตุโกรธเคืองกับผู้คัดค้านมาก่อน จึงรับฟังไม่ได้ว่ารถแทรกเตอร์ (รถแบ็กโฮ) ดังกล่าวเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการกระทำความผิด จึงถือได้ว่าเป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ไม่รับวินิจฉัยในปัญหาข้อนี้ชอบแล้ว พิพากษายืน. (ประทีป ปิติสันต์-สมศักดิ์ เนตรมัย-สุภิญโญ ชยารักษ์) ศาลแขวงนครสวรรค์ - นายประสิทธิผล ปทุมลักษณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายมนูพงศ์ รุจิกัณหะ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
113144
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงนครสวรรค์",
        "judge": "นายประสิทธิผล ปทุมลักษณ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 6",
        "judge": "นายมนูพงศ์ รุจิกัณหะ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082033219"
    }
}
date
2548
deka_no
2027/2548
deka_running_no
2027
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "ประทีป ปิติสันต์",
    "สมศักดิ์ เนตรมัย",
    "สุภิญโญ ชยารักษ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2510",
        "sections": [
            "ม. 154"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 225"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 15"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการประจำศาลแขวงนครสวรรค์"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "บริษัทนิวยอร์ค หินอ่อนและแกรนิต จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสันติ ตุ้มมี"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสี่ตาม พ.ร.บ. แร่ พ.ศ. 2510 มาตรา 4 , 43 , 135 จำคุกคนละ 6 เดือน และปรับคนละ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนดคนละ 2 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา 29 , 30

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า คดีที่จำเลยทั้งสี่ถูกศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษดังกล่าว เจ้าพนักงานยึดของกลางซึ่งเป็นอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ที่จำเลยทั้งสี่ได้ใช้ในการกระทำความผิดฐานร่วมกันทำเหมืองแร่โดยไม่ได้รับประทานบัตร อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. แร่ พ.ศ. 2510 มาตรา 135 ขอให้ริบทรัพย์สินของกลางดังกล่าวตาม พ.ร.บ. แร่ พ.ศ. 2510 มาตรา 154

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินที่ผู้ร้องขอให้ศาลมีคำสั่งริบ ผู้คัดค้านจ้างเหมาจำเลยทั้งสี่ตัดหินแกรนิตในเขตประทานบัตรของผู้คัดค้าน ในอัตราค่าจ้างลูกบาศก์เมตรละ 2,300 บาท ส่งโรงงานของผู้คัดค้านที่กรุงเทพมหานคร ในวันเกิดเหตุจำเลยทั้งสี่กระทำผิดสัญญากับผู้คัดค้าน โดยผู้คัดค้านไม่มีโอกาสทราบ หรือไม่มีเหตุอันสมควรสงสัยว่าจำเลยทั้งสี่จะนำทรัพย์สินของผู้คัดค้านดังกล่าวไปใช้ในการกระทำความผิด โดยมิได้รับคำสั่งหรือได้รับคำยินยอมจากผู้คัดค้าน หรือโดยสำคัญผิดของจำเลยทั้งสี่เอง และไม่ได้แจ้งให้ผู้คัดค้านทราบ

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งริบของกลาง

ผู้คัดค้านอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน

ผู้คัดค้านฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า อุทธรณ์ของผู้คัดค้านที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ไม่รับวินิจฉัยมีว่า รถแทรกเตอร์ (รถแบ็กโฮ) เป็นเครื่องมือที่จำเลยทั้งสี่ใช้ในการกระทำความผิดหรือไม่ ซึ่งคดีนี้ผู้คัดค้านยื่นคำร้องคัดค้านเฉพาะแต่เพียงว่า ผู้คัดค้านเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ทรัพย์ของกลาง และผู้คัดค้านไม่มีโอกาสทราบหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่า จำเลยทั้งสี่จะนำทรัพย์สินดังกล่าวไปใช้กระทำความผิดจนถูกศาลพิพากษาให้ลงโทษ ทั้งผู้คัดค้านได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแล้วที่จะป้องกันมิให้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นหรือไม่เท่านั้น โดยไม่มีประเด็นว่ารถแทรกเตอร์ (แบ็กโฮ) เป็นเครื่องมือที่จำเลยทั้งสี่ใช้ในการกระทำความผิดหรือไม่ การที่ผู้คัดค้านเพิ่งกล่าวอ้างในชั้นอุทธรณ์ว่า พยานที่เห็นรถแทรกเตอร์ (รถแบ็กโฮ) ของกลางในที่เกิดเหตุมีเหตุโกรธเคืองกับผู้คัดค้านมาก่อน จึงรับฟังไม่ได้ว่ารถแทรกเตอร์ (รถแบ็กโฮ) ดังกล่าวเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการกระทำความผิด จึงถือได้ว่าเป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ไม่รับวินิจฉัยในปัญหาข้อนี้ชอบแล้ว

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000834.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548