คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 838/2548 ฉบับเต็ม

#113147
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 838/2548 นางมัลลิกา แสนยาสิริ โจทก์ บริษัทอเมริกันอินเตอร์แนชชั่นแนลแอสชัวรันส์ จำกัด จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 224 วรรคหนึ่ง, มาตรา 889 ผู้เอาประกันชีวิตถึงแก่ความตาย วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2540 จำเลยผู้รับประกันภัยมีหนังสือลงวันที่ 15 พฤษภาคม 2540 ถึงโจทก์ผู้รับประโยชน์บอกล้างสัญญาประกันชีวิตและปฏิเสธการจ่ายเงินสินไหมมรณกรรม จึงเป็นการผิดสัญญาและถือว่าจำเลยผิดนัด โจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยจากจำเลยได้นับแต่วันดังกล่าว มิใช่นับแต่วันผู้เอาประกันถึงแก่ความตาย ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 1,120,822 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 1,000,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 1,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2540 ไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 9,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความรวม 9,000 บาท โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่าผู้เอาประกันซึ่งเป็นบุตรของโจทก์ทำคำขอประกันชีวิตกับจำเลยในวงเงินประกัน 1,000,000 บาท โดยให้โจทก์เป็นผู้รับประโยชน์ ตามใบคำขอเอาประกันชีวิต จำเลยตกลงรับประกันภัยและออกกรมธรรม์ประกันภัย ต่อมาวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2540 ผู้เอาประกันถึงแก่ความตาย โจทก์จึงขอรับเงินค่าสินไหมจากจำเลย 1,000,000 บาท ตามกรมธรรม์ประกันภัย แต่จำเลยปฏิเสธการจ่ายอ้างว่าสัญญาประกันชีวิตตกเป็นโมฆียะและจำเลยได้บอกล้างแล้ว แต่เมื่อพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า สัญญาประกันชีวิตไม่ตกเป็นโมฆียะ จำเลยบอกล้างไม่ได้ ดังนั้น เมื่อจำเลยมีหนังสือลงวันที่ 15 พฤษภาคม 2540 บอกล้างสัญญาประกันชีวิต และปฏิเสธการจ่ายเงินสินไหมมรณกรรม จึงเป็นการผิดสัญญาและถือว่าจำเลยผิดนัด โจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยจากจำเลยนับแต่วันดังกล่าว มิใช่นับแต่วันผู้เอาประกันถึงแก่ความตาย พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 1,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2540 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาที่โจทก์เสียเกินมาจำนวน 1,510 บาท ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และฎีกาแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม 20,000 บาท. (เฉลิมศักดิ์ บุญยงค์-ปัญญา ถนอมรอด-ชวลิต ตุลยสิงห์) ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายสุรศักดิ์ ตรีวัฒน์ศิริกุล ศาลอุทธรณ์ - นายเกรียงศักดิ์ คงผล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
113147
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งกรุงเทพใต้",
        "judge": "นายสุรศักดิ์ ตรีวัฒน์ศิริกุล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายเกรียงศักดิ์ คงผล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082034742"
    }
}
date
2548
deka_no
838/2548
deka_running_no
838
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "เฉลิมศักดิ์ บุญยงค์",
    "ปัญญา ถนอมรอด",
    "ชวลิต ตุลยสิงห์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 224 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 889"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางมัลลิกา แสนยาสิริ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทอเมริกันอินเตอร์แนชชั่นแนลแอสชัวรันส์ จำกัด"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 1,120,822 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 1,000,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 1,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2540 ไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 9,000 บาท

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความรวม 9,000 บาท

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่าผู้เอาประกันซึ่งเป็นบุตรของโจทก์ทำคำขอประกันชีวิตกับจำเลยในวงเงินประกัน 1,000,000 บาท โดยให้โจทก์เป็นผู้รับประโยชน์ ตามใบคำขอเอาประกันชีวิต จำเลยตกลงรับประกันภัยและออกกรมธรรม์ประกันภัย ต่อมาวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2540 ผู้เอาประกันถึงแก่ความตาย โจทก์จึงขอรับเงินค่าสินไหมจากจำเลย 1,000,000 บาท ตามกรมธรรม์ประกันภัย แต่จำเลยปฏิเสธการจ่ายอ้างว่าสัญญาประกันชีวิตตกเป็นโมฆียะและจำเลยได้บอกล้างแล้ว แต่เมื่อพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า สัญญาประกันชีวิตไม่ตกเป็นโมฆียะ จำเลยบอกล้างไม่ได้ ดังนั้น เมื่อจำเลยมีหนังสือลงวันที่ 15 พฤษภาคม 2540 บอกล้างสัญญาประกันชีวิต และปฏิเสธการจ่ายเงินสินไหมมรณกรรม จึงเป็นการผิดสัญญาและถือว่าจำเลยผิดนัด โจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยจากจำเลยนับแต่วันดังกล่าว มิใช่นับแต่วันผู้เอาประกันถึงแก่ความตาย

พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 1,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2540 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาที่โจทก์เสียเกินมาจำนวน 1,510 บาท ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และฎีกาแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม 20,000 บาท.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000848.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548