คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3747/2547 ฉบับเต็ม

#113161
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3747/2547 บริษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ที่ 1 กับพวก ผู้ร้องขอ บริษัทมหาราช แพลนเนอร์ จำกัด ผู้ร้อง บริษัทธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ผู้คัดค้าน บริษัทนครไทยสตริปมิล จำกัด (มหาชน) ลูกหนี้ พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/33, มาตรา 90/60 วรรคหนึ่ง ผู้คัดค้านเป็นเจ้าหนี้ที่มีสิทธิได้รับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ส่วนลูกหนี้มีเงินฝากอยู่กับผู้คัดค้านตามบัญชีเงินฝากรวม 2 บัญชี โดยผู้คัดค้านรับฝากเงินไว้ก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ เงินฝากดังกล่าวตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้คัดค้านตั้งแต่มีการฝากเงิน ลูกหนี้ผู้ฝากเงินมีสิทธิที่จะถอนเงินฝากไปได้และผู้คัดค้านมีหน้าที่ต้องคืนเงินให้ครบตามจำนวนที่ขอถอน ถึงเห็นกรณีที่ผู้คัดค้านกับลูกหนี้ต่างเป็นหนี้ซึ่งกันและกันอยู่ในเวลาที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ ผู้คัดค้านจึงใช้สิทธินำเงินฝากทั้งสองบัญชีดังกล่าวของลูกหนี้มาหักกลบลบหนี้กับหนี้ที่ลูกหนี้ค้างชำระแก่ผู้คัดค้านได้ตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 90/33 ภายหลังที่ประชุมเจ้าหนี้มีมติยอมรับแผนฟื้นฟูกิจการแต่ก็เป็นช่วงเวลาก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนดังกล่าว ซึ่งเจ้าหนี้ยังไม่ถูกผูกมัดให้ได้รับชำระหนี้ตามเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาที่กำหนดไว้ในแผนตามมาตรา 90/60 วรรคหนึ่ง ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2543 ให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้และตั้งบริษัทรามคำแหงแพลนเนอร์ จำกัด เป็นผู้ทำแผน ต่อมาวันที่ 2 มีนาคม 2544 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้ทำแผนคนใหม่ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้คัดค้านเป็นเจ้าหนี้รายที่ 153 ซึ่งยื่นคำขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการไว้จำนวน 3,060,884,459.47 บาท และลงมติยอมรับแผนฟื้นฟูกิจการลูกหนี้ แต่ผู้คัดค้านไม่มีสิทธิที่จะหักกลบลบหนี้ เนื่องจากผู้คัดค้านยื่นคำขอรับชำระหนี้ไว้โดยมิได้หักกลบลบหนี้เสียก่อนและลงมติยอมรับแผนฟื้นฟูกิจการแล้ว การหักกลบลบหนี้ดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อสภาพคล่องทางการเงินของลูกหนี้และการปฏิบัติตามแผนฟื้นฟูกิจการในอนาคต ทั้งเงินฝากตามบัญชีดังกล่าวยังไม่ถึงกำหนดชำระคืนแก่ลูกหนี้ ขอให้ผู้คัดค้านคืนเงินทั้งสองจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 25 กันยายน 2544 จนกว่าจะชำระคืนแก่ลูกหนี้ ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง ศาลล้มละลายกลางพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านคืนเงินฝากทั้งสองบัญชีของลูกหนี้พร้อมดอกเบี้ยอัตราเดียวกันกับที่ผู้คัดค้านต้องชำระให้แก่ลูกหนี้สำหรับการฝากเงินนับแต่วันที่หักเงินไปจนกว่าจะส่งมอบคืน ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้คัดค้านอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า ตามอุทธรณ์ผู้คัดค้านว่า ผู้คัดค้านมีสิทธิหักกลบลบหนี้ได้หรือไม่ เห็นว่า พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 90/33 บัญญัติว่า "ถ้าเจ้าหนี้ซึ่งมีสิทธิขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการเป็นหนี้ลูกหนี้ในเวลาที่มีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ เจ้าหนี้นั้นอาจใช้สิทธิหักกลบลบหนี้ได้ เว้นแต่เจ้าหนี้ได้สิทธิเรียกร้องต่อลูกหนี้ภายหลังที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ" เมื่อข้อเท็จจริงฟังยุติว่าผู้คัดค้านเป็นเจ้าหนี้ที่มีสิทธิได้รับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้และลูกหนี้มีเงินฝากอยู่กับผู้คัดค้านตามบัญชีเงินฝากทั้งสองบัญชีดังกล่าวโดยผู้คัดค้านรับฝากเงินไว้ก่อนที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ เงินฝากดังกล่าวตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้คัดค้านตั้งแต่มีการฝากเงิน ลูกหนี้ผู้ฝากเงินมีสิทธิที่จะถอนเงินฝากไปได้และผู้คัดค้านมีหน้าที่ต้องคืนเงินให้ครบตามจำนวนที่ขอถอน จึงเป็นกรณีที่ผู้คัดค้านกับลูกหนี้ต่างเป็นหนี้ซึ่งกันและกันอยู่ในเวลาที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ ส่วนที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และผู้ร้องแก้อุทธรณ์ว่า หนี้ที่ผู้คัดค้านมีสิทธิได้รับชำระหนี้ได้ถูกกำหนดให้ได้รับชำระหนี้ตามเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาตามแผนฟื้นฟูกิจการแล้ว จึงมิใช่หนี้ที่จะถึงกำหนดชำระอีกต่อไป สภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้เจ้าหนี้หักกลบลบหนี้ได้นั้น เห็นว่า ตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 90/27 บัญญัติให้ผู้คัดค้านซึ่งเป็นเจ้าหนี้อาจขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการได้ ถ้ามูลแห่งหนี้ได้เกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ แม้ว่าหนี้นั้นยังไม่ถึงกำหนดชำระหรือมีเงื่อนไขก็ตาม ลูกหนี้จึงไม่อาจถือเอาประโยชน์แห่งเงื่อนเวลาหรือเงื่อนไขดังที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และผู้ร้องอ้าง ดังนี้ ผู้คัดค้านจึงใช้สิทธินำเงินฝากทั้งสองบัญชีดังกล่าวของลูกหนี้มาหักกลบลบหนี้กับหนี้ที่ลูกหนี้ค้างชำระแก่ผู้คัดค้านได้ แม้ผู้คัดค้านแสดงเจตนาหักกลบลบหนี้ต่อลูกหนี้ภายหลังจากที่ประชุมเจ้าหนี้มีมติยอมรับแผนฟื้นฟูกิจการแต่ก็เป็นช่วงเวลาก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนดังกล่าว ซึ่งเจ้าหนี้ยังไม่ถูกผูกมัดให้ได้รับชำระหนี้ตามเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาที่กำหนดไว้ในแผนตามมาตรา 90/60 วรรคหนึ่ง ผู้คัดค้านจึงมีสิทธิหักกลบลบหนี้ได้ พิพากษากลับ ให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ. (สมบัติ อรรถพิมล-ประมาณ ตียะไพบูลย์สิน-สุพัฒน์ บุญยุบล) ศาลล้มละลายกลาง - นายกงจักร โพธิ์พร้อม ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
113161
courts
[
    {
        "court": "ศาลล้มละลายกลาง",
        "judge": "นายกงจักร โพธิ์พร้อม"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082039680"
    }
}
date
2547
deka_no
3747/2547
deka_running_no
3747
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "สมบัติ อรรถพิมล",
    "ประมาณ ตียะไพบูลย์สิน",
    "สุพัฒน์ บุญยุบล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "sections": [
            "ม. 90/33",
            "ม. 90/60 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้องขอ",
        "name": "บริษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ที่ 1 กับพวก"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "บริษัทมหาราช แพลนเนอร์ จำกัด"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "บริษัทธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "ลูกหนี้",
        "name": "บริษัทนครไทยสตริปมิล จำกัด (มหาชน)"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2543 ให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้และตั้งบริษัทรามคำแหงแพลนเนอร์ จำกัด เป็นผู้ทำแผน ต่อมาวันที่ 2 มีนาคม 2544 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้ทำแผนคนใหม่

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้คัดค้านเป็นเจ้าหนี้รายที่ 153 ซึ่งยื่นคำขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการไว้จำนวน 3,060,884,459.47 บาท และลงมติยอมรับแผนฟื้นฟูกิจการลูกหนี้ แต่ผู้คัดค้านไม่มีสิทธิที่จะหักกลบลบหนี้ เนื่องจากผู้คัดค้านยื่นคำขอรับชำระหนี้ไว้โดยมิได้หักกลบลบหนี้เสียก่อนและลงมติยอมรับแผนฟื้นฟูกิจการแล้ว การหักกลบลบหนี้ดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อสภาพคล่องทางการเงินของลูกหนี้และการปฏิบัติตามแผนฟื้นฟูกิจการในอนาคต ทั้งเงินฝากตามบัญชีดังกล่าวยังไม่ถึงกำหนดชำระคืนแก่ลูกหนี้ ขอให้ผู้คัดค้านคืนเงินทั้งสองจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 25 กันยายน 2544 จนกว่าจะชำระคืนแก่ลูกหนี้

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง

ศาลล้มละลายกลางพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านคืนเงินฝากทั้งสองบัญชีของลูกหนี้พร้อมดอกเบี้ยอัตราเดียวกันกับที่ผู้คัดค้านต้องชำระให้แก่ลูกหนี้สำหรับการฝากเงินนับแต่วันที่หักเงินไปจนกว่าจะส่งมอบคืน ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้คัดค้านอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า ตามอุทธรณ์ผู้คัดค้านว่า ผู้คัดค้านมีสิทธิหักกลบลบหนี้ได้หรือไม่ เห็นว่า พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 90/33 บัญญัติว่า "ถ้าเจ้าหนี้ซึ่งมีสิทธิขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการเป็นหนี้ลูกหนี้ในเวลาที่มีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ เจ้าหนี้นั้นอาจใช้สิทธิหักกลบลบหนี้ได้ เว้นแต่เจ้าหนี้ได้สิทธิเรียกร้องต่อลูกหนี้ภายหลังที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ" เมื่อข้อเท็จจริงฟังยุติว่าผู้คัดค้านเป็นเจ้าหนี้ที่มีสิทธิได้รับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้และลูกหนี้มีเงินฝากอยู่กับผู้คัดค้านตามบัญชีเงินฝากทั้งสองบัญชีดังกล่าวโดยผู้คัดค้านรับฝากเงินไว้ก่อนที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ เงินฝากดังกล่าวตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้คัดค้านตั้งแต่มีการฝากเงิน ลูกหนี้ผู้ฝากเงินมีสิทธิที่จะถอนเงินฝากไปได้และผู้คัดค้านมีหน้าที่ต้องคืนเงินให้ครบตามจำนวนที่ขอถอน จึงเป็นกรณีที่ผู้คัดค้านกับลูกหนี้ต่างเป็นหนี้ซึ่งกันและกันอยู่ในเวลาที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ ส่วนที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และผู้ร้องแก้อุทธรณ์ว่า หนี้ที่ผู้คัดค้านมีสิทธิได้รับชำระหนี้ได้ถูกกำหนดให้ได้รับชำระหนี้ตามเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาตามแผนฟื้นฟูกิจการแล้ว จึงมิใช่หนี้ที่จะถึงกำหนดชำระอีกต่อไป สภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้เจ้าหนี้หักกลบลบหนี้ได้นั้น เห็นว่า ตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 90/27 บัญญัติให้ผู้คัดค้านซึ่งเป็นเจ้าหนี้อาจขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการได้ ถ้ามูลแห่งหนี้ได้เกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ แม้ว่าหนี้นั้นยังไม่ถึงกำหนดชำระหรือมีเงื่อนไขก็ตาม ลูกหนี้จึงไม่อาจถือเอาประโยชน์แห่งเงื่อนเวลาหรือเงื่อนไขดังที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และผู้ร้องอ้าง ดังนี้ ผู้คัดค้านจึงใช้สิทธินำเงินฝากทั้งสองบัญชีดังกล่าวของลูกหนี้มาหักกลบลบหนี้กับหนี้ที่ลูกหนี้ค้างชำระแก่ผู้คัดค้านได้ แม้ผู้คัดค้านแสดงเจตนาหักกลบลบหนี้ต่อลูกหนี้ภายหลังจากที่ประชุมเจ้าหนี้มีมติยอมรับแผนฟื้นฟูกิจการแต่ก็เป็นช่วงเวลาก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนดังกล่าว ซึ่งเจ้าหนี้ยังไม่ถูกผูกมัดให้ได้รับชำระหนี้ตามเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาที่กำหนดไว้ในแผนตามมาตรา 90/60 วรรคหนึ่ง ผู้คัดค้านจึงมีสิทธิหักกลบลบหนี้ได้

พิพากษากลับ ให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000892.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547