คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2130/2548 ฉบับเต็ม

#113163
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2130/2548 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 6 โจทก์ นางสุวรรณา นันทพูลทรัพย์ โจทก์ร่วม นางกำไร สินเจิดจรัส จำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 22, มาตรา 22 ทวิ คดีที่ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามมาตรา 22 แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแขวงฯ เมื่อผู้พิพากษาผู้ซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาในศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้อุทธรณ์แล้ว โจทก์ร่วมจะอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อศาลอุทธรณ์อีกไม่ได้ เพราะการที่ผู้พิพากษาผู้พิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาใช้ดุลพินิจอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงเป็นอำนาจเฉพาะตัวอันเด็ดขาดของผู้พิพากษาผู้นั้น ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 ป.อ. มาตรา 91 และนับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1252/2544 กับ 1253/2544 และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4257/2544 ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ระหว่างพิจารณา นางสุวรรณา ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์ร่วมยื่นอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาคดีนี้อนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 22 ทวิ ศาลชั้นต้นโดยผู้พิพากษาที่พิจารณาพิพากษาคดีสั่งในคำร้องว่าไม่มีเหตุสมควรที่จะอนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ยกคำร้องและสั่งในอุทธรณ์ว่า เมื่อไม่อนุญาตให้อุทธรณ์ จึงไม่รับเป็นอุทธรณ์ โจทก์ร่วมอุทธรณ์ ขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลชั้นต้น โดยอนุญาตให้โจทก์ร่วมอุทธรณ์และรับอุทธรณ์ของโจทก์ร่วม ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง โจทก์ร่วมฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่โจทก์จะอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงโดยขอให้ผู้พิพากษาผู้ซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาในศาลชั้นต้นอนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 22 ทวิ เมื่อผู้พิพากษาผู้ซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาคดีนี้ในศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้อุทธรณ์แล้ว โจทก์ร่วมจะอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวนั้นต่อศาลอุทธรณ์อีกไม่ได้ เพราะการที่ผู้พิพากษาผู้พิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาใช้ดุลพินิจอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงเป็นอำนาจเฉพาะตัวอันเด็ดขาดของผู้พิพากษาผู้ซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้น พิพากษายืน. (รัตน กองแก้ว-มงคล ทับเที่ยง-พินิจ บุญชัด) ศาลแขวงธนบุรี - นายมงคล เนียมลมูล ศาลอุทธรณ์ - นายโชติวัฒน์ เหลืองประเสริฐ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
113163
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงธนบุรี",
        "judge": "นายมงคล เนียมลมูล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายโชติวัฒน์ เหลืองประเสริฐ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082033012"
    }
}
date
2548
deka_no
2130/2548
deka_running_no
2130
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "รัตน กองแก้ว",
    "มงคล ทับเที่ยง",
    "พินิจ บุญชัด"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499",
        "sections": [
            "ม. 22",
            "ม. 22 ทวิ"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 6"
    },
    {
        "role": "โจทก์ร่วม",
        "name": "นางสุวรรณา นันทพูลทรัพย์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางกำไร สินเจิดจรัส"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 ป.อ. มาตรา 91 และนับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1252/2544 กับ 1253/2544 และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4257/2544 ของศาลชั้นต้น

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

ระหว่างพิจารณา นางสุวรรณา ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง

โจทก์ร่วมยื่นอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาคดีนี้อนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 22 ทวิ

ศาลชั้นต้นโดยผู้พิพากษาที่พิจารณาพิพากษาคดีสั่งในคำร้องว่าไม่มีเหตุสมควรที่จะอนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ยกคำร้องและสั่งในอุทธรณ์ว่า เมื่อไม่อนุญาตให้อุทธรณ์ จึงไม่รับเป็นอุทธรณ์

โจทก์ร่วมอุทธรณ์ ขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลชั้นต้น โดยอนุญาตให้โจทก์ร่วมอุทธรณ์และรับอุทธรณ์ของโจทก์ร่วม

ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

โจทก์ร่วมฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่โจทก์จะอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงโดยขอให้ผู้พิพากษาผู้ซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาในศาลชั้นต้นอนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 22 ทวิ เมื่อผู้พิพากษาผู้ซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาคดีนี้ในศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้อุทธรณ์แล้ว โจทก์ร่วมจะอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวนั้นต่อศาลอุทธรณ์อีกไม่ได้ เพราะการที่ผู้พิพากษาผู้พิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาใช้ดุลพินิจอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงเป็นอำนาจเฉพาะตัวอันเด็ดขาดของผู้พิพากษาผู้ซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้น

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000832.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548