คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6423/2547 ฉบับเต็ม

#113172
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6423/2547 พนักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานี โจทก์ นายศักดา ใจชอบ กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 90, มาตรา 137, มาตรา 265, มาตรา 267 พ.ร.บ.บัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ.2526 มาตรา 14 พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ.2534 มาตรา 50 การที่จำเลยที่ 1 แจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐานเพื่อให้พวกของจำเลยที่ 1 มีชื่อในทะเบียนบ้าน และใช้หรือแสดงเอกสารเท็จดังกล่าวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในการขอมีบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งแม้จะได้กระทำคนละวันกันแต่ก็ได้กระทำต่อเนื่องกันโดยล้วนแต่มีความมุ่งหมายเพียงประการเดียวเพื่อให้เจ้าพนักงานออกบัตรประจำตัวประชาชนแก่พวกของจำเลยที่ 1 จึงเป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 83 , 86 , 91 , 137 , 267 , 268 พ.ร.บ. บัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2526 มาตรา 14 พ.ร.บ. การทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 มาตรา 50 จำเลยทั้งหกให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 137 , 267 , 268 พ.ร.บ. การทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 มาตรา 50 วรรคหนึ่ง พ.ร.บ. บัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2522 มาตรา 14 (1) ประกอบ ป.อ. มาตรา 83 จำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 137 , 267 , 268 พ.ร.บ. การทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 มาตรา 50 วรรคหนึ่ง ประกอบ ป.อ. มาตรา 86 ในส่วนของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ป.อ. มาตรา 90 (ที่ถูกมาตรา 91) ฐานร่วมกันแสดงหลักฐานเท็จเพื่อให้ผู้อื่นมีชื่อในทะเบียนบ้านเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตาม พ.ร.บ. การทะเบียนราษฎร ฯ อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ป.อ. มาตรา 90 จำคุก 1 ปี ฐานร่วมกันแสดงหลักฐานเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในการขอมีบัตรประจำตัวประชาชนเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตาม พ.ร.บ. บัตรประจำตัวประชาชน ฯ อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ป.อ. มาตรา 90 จำคุก 1 ปี 6 เดือน ส่วนจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ลงโทษฐานสนับสนุนการกระทำความผิดฐานร่วมกันแสดงหลักฐานเท็จเพื่อให้ผู้อื่นมีชื่อในทะเบียนบ้านเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตาม พ.ร.บ. การทะเบียนราษฎร ฯ อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุกคนละ 8 เดือน และปรับคนละ 14,000 บาท พิเคราะห์รายงานการสืบเสาะและพินิจแล้วเห็นว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นอันตรายต่อความมั่นคงของประเทศ เห็นควรลงโทษให้หลาบจำ ส่วนจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 เป็นเพียงเพื่อนบ้านที่รับรองเพื่อให้จำเลยที่ 1 กระทำความผิดสำเร็จเท่านั้น เห็นควรลงโทษสถานเบา จำเลยทั้งหกให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 15 เดือน จำคุกจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 มีกำหนดคนละ 4 เดือน และปรับคนละ 7,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตาม ป.อ. มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา 29 , 30 ข้อหาอื่นให้ยก จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยที่ 1 แจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการอันเป็นการแสดงหลักฐานเท็จเพื่อให้ผู้อื่นมีชื่อในทะเบียนราษฎร และใช้หรือแสดงหลักฐานเท็จดังกล่าวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในการขอมีบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งแม้จะกระทำคนละวันกันแต่ก็ได้กระทำต่อเนื่องกันโดยล้วนแล้วแต่มีความมุ่งหมายเพียงประการเดียวคือเพื่อให้เจ้าพนักงานออกบัตรประจำตัวประชาชนให้แก่พวกของจำเลยที่ 1 เท่านั้น การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงเป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องลงโทษตาม พ.ร.บ. บัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2526 มาตรา 14 (3) ประกอบมาตรา 14 (1) ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ป.อ. มาตรา 90 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 265 , 267 พ.ร.บ. การทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 มาตรา 50 วรรคหนึ่ง พ.ร.บ. บัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2526 มาตรา 14 (1) , (3) การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตาม พ.ร.บ. บัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2526 มาตรา 14 (3) ประกอบมาตรา 14 (1) ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตาม ป.อ. มาตรา 90 วางโทษจำคุก 1 ปี ลดโทษตาม ป.อ. มาตรา 78 ให้กึ่งหนึ่ง คงลงโทษจำเลยที่ 1 จำคุกมีกำหนด 6 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3. (ชวลิต ยอดเณร-กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ-ประเสริฐ เขียนนิลศิริ) ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นางชุลีภรณ์ เฟื่องฟุ้ง ตรียุ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายบูรณ์ ฐาปนดุลย์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
113172
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดอุบลราชธานี",
        "judge": "นางชุลีภรณ์ เฟื่องฟุ้ง ตรียุ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 3",
        "judge": "นายบูรณ์ ฐาปนดุลย์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082038336"
    }
}
date
2547
deka_no
6423/2547
deka_running_no
6423
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "ชวลิต ยอดเณร",
    "กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ",
    "ประเสริฐ เขียนนิลศิริ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 90",
            "ม. 137",
            "ม. 265",
            "ม. 267"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ.2526",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.บัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ.2526",
        "sections": [
            "ม. 14"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ.2534",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ.2534",
        "sections": [
            "ม. 50"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายศักดา ใจชอบ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 83 , 86 , 91 , 137 , 267 , 268 พ.ร.บ. บัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2526 มาตรา 14 พ.ร.บ. การทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 มาตรา 50

จำเลยทั้งหกให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 137 , 267 , 268 พ.ร.บ. การทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 มาตรา 50 วรรคหนึ่ง พ.ร.บ. บัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2522 มาตรา 14 (1) ประกอบ ป.อ. มาตรา 83 จำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 137 , 267 , 268 พ.ร.บ. การทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 มาตรา 50 วรรคหนึ่ง ประกอบ ป.อ. มาตรา 86 ในส่วนของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ป.อ. มาตรา 90 (ที่ถูกมาตรา 91) ฐานร่วมกันแสดงหลักฐานเท็จเพื่อให้ผู้อื่นมีชื่อในทะเบียนบ้านเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตาม พ.ร.บ. การทะเบียนราษฎร ฯ อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ป.อ. มาตรา 90 จำคุก 1 ปี ฐานร่วมกันแสดงหลักฐานเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในการขอมีบัตรประจำตัวประชาชนเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตาม พ.ร.บ. บัตรประจำตัวประชาชน ฯ อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ป.อ. มาตรา 90 จำคุก 1 ปี 6 เดือน ส่วนจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ลงโทษฐานสนับสนุนการกระทำความผิดฐานร่วมกันแสดงหลักฐานเท็จเพื่อให้ผู้อื่นมีชื่อในทะเบียนบ้านเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตาม พ.ร.บ. การทะเบียนราษฎร ฯ อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุกคนละ 8 เดือน และปรับคนละ 14,000 บาท พิเคราะห์รายงานการสืบเสาะและพินิจแล้วเห็นว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นอันตรายต่อความมั่นคงของประเทศ เห็นควรลงโทษให้หลาบจำ ส่วนจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 เป็นเพียงเพื่อนบ้านที่รับรองเพื่อให้จำเลยที่ 1 กระทำความผิดสำเร็จเท่านั้น เห็นควรลงโทษสถานเบา จำเลยทั้งหกให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 15 เดือน จำคุกจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 มีกำหนดคนละ 4 เดือน และปรับคนละ 7,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตาม ป.อ. มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา 29 , 30 ข้อหาอื่นให้ยก

จำเลยที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน

จำเลยที่ 1 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยที่ 1 แจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการอันเป็นการแสดงหลักฐานเท็จเพื่อให้ผู้อื่นมีชื่อในทะเบียนราษฎร และใช้หรือแสดงหลักฐานเท็จดังกล่าวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในการขอมีบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งแม้จะกระทำคนละวันกันแต่ก็ได้กระทำต่อเนื่องกันโดยล้วนแล้วแต่มีความมุ่งหมายเพียงประการเดียวคือเพื่อให้เจ้าพนักงานออกบัตรประจำตัวประชาชนให้แก่พวกของจำเลยที่ 1 เท่านั้น การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงเป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องลงโทษตาม พ.ร.บ. บัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2526 มาตรา 14 (3) ประกอบมาตรา 14 (1) ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ป.อ. มาตรา 90

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 265 , 267 พ.ร.บ. การทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 มาตรา 50 วรรคหนึ่ง พ.ร.บ. บัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2526 มาตรา 14 (1) , (3) การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตาม พ.ร.บ. บัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2526 มาตรา 14 (3) ประกอบมาตรา 14 (1) ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตาม ป.อ. มาตรา 90 วางโทษจำคุก 1 ปี ลดโทษตาม ป.อ. มาตรา 78 ให้กึ่งหนึ่ง คงลงโทษจำเลยที่ 1 จำคุกมีกำหนด 6 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000880.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547