คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2018/2548 ฉบับเต็ม

#113178
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2018/2548 นางสาวอำไพ เครื่องนันตา ผู้ร้อง นายจันทร์ตา เครื่องนันตา โดยนายนวล เครื่องนันตา ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน กับพวก ผู้คัดค้าน ป.วิ.พ. มาตรา 42, มาตรา 132 (3) ป.พ.พ. มาตรา การขอตั้งผู้จัดการมรดกตลอดจนการคัดค้านการขอตั้งผู้จัดการมรดก ไม่เป็นคดีที่ทายาทจะรับมรดกความของคู่ความที่ถึงแก่กรรมได้ เพราะการขอเป็นผู้จัดการมรดกตลอดจนการคัดค้านถือได้ว่าเป็นสิทธิเฉพาะตัวของทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียแต่ละคน เมื่อผู้คัดค้านที่ 1 ถึงแก่กรรม น. จึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ น. เข้ามาเป็นคู่ความแทน และศาลอุทธรณ์ภาค 5 มิได้แก้ไข จึงเป็นการไม่ชอบ คดีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาผู้คัดค้านที่ 1 ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งลงวันที่ 21 มกราคม 2541 ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนายมาหรือมานิตย์ ผู้ตาย ผู้คัดค้านทั้งสี่ยื่นคัดค้านขอให้ศาลเพิกถอนผู้ร้องออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกของนายมา และตั้งผู้คัดค้านที่ 4 เป็นผู้จัดการมรดก ผู้ร้องยื่นคำร้อง ขอให้ยกคำคัดค้าน ระหว่างการพิจารณา ผู้คัดค้านที่ 1 ถึงแก่ความตาย นายนวล ผู้คัดค้านที่ 3 ซึ่งเป็นทายาทของผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำคัดค้านของผู้คัดค้านของผู้คัดค้านทั้งสี่ ให้ผู้คัดค้านทั้งสี่ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนผู้ร้อง โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท ผู้คัดค้านทั้งสี่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน ให้ผู้คัดค้านทั้งสี่ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 1,500 บาท แทนผู้ร้อง ผู้คัดค้านทั้งสี่ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เรื่องการขอตั้งผู้จัดการมรดกตลอดจนการคัดค้านการขอตั้งผู้จัดการมรดก ไม่เป็นคดีที่ทายาทจะรับมรดกความของคู่ความที่ถึงแก่กรรมได้ เพราะการขอเป็นผู้จัดการมรดกตลอดจนการคัดค้านถือได้ว่าเป็นสิทธิเฉพาะตัวของทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียแต่ละคน เมื่อผู้คัดค้านที่ 1 ถึงแก่กรรม นายนวล จึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้นายนวล เข้ามาเป็นคู่ความแทนและศาลอุทธรณ์ภาค 5 มิได้แก้ไขจึงเป็นการไม่ชอบ คดีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาผู้คัดค้านที่ 1? ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าผู้ร้องเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย ดังนั้น เมื่อผู้ร้องเป็นบุตรของนายมา ผู้ตาย จึงเป็นทายาทโดยธรรม ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1629 (1) ของผู้ตาย มีสิทธิร้องขอตั้งผู้จัดการได้โดยชอบด้วยกฎหมายที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาต้องกันมาให้ยกคำคัดค้านของผู้คัดค้านที่ 2 ถึงที่ 4 เนื่องจากเป็นทายาทในลำดับถัดไป ไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของผู้ตาย ชอบแล้ว ฎีกาของผู้คัดค้านที่ 2 ถึงที่ 4 ฟังไม่ขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้นายนวล เข้าเป็นคู่ความแทนผู้คัดค้านที่ 1 และให้จำหน่ายคดีผู้คัดค้านที่ 1 ออกจากสารบบความ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (สดศรี สัตยธรรม-สุมิตร สุภาดุลย์-นันทชัย เพียรสนอง) ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายเจริญชัย ตรีวัฒนาวงศ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายอรรถพงษ์ กุลโชครังสรรค์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
113178
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดเชียงใหม่",
        "judge": "นายเจริญชัย ตรีวัฒนาวงศ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 5",
        "judge": "นายอรรถพงษ์ กุลโชครังสรรค์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082033221"
    }
}
date
2548
deka_no
2018/2548
deka_running_no
2018
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "สดศรี สัตยธรรม",
    "สุมิตร สุภาดุลย์",
    "นันทชัย เพียรสนอง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 42",
            "ม. 132 (3)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": []
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นางสาวอำไพ เครื่องนันตา"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "นายจันทร์ตา เครื่องนันตา โดยนายนวล เครื่องนันตา ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งลงวันที่ 21 มกราคม 2541 ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนายมาหรือมานิตย์ ผู้ตาย

ผู้คัดค้านทั้งสี่ยื่นคัดค้านขอให้ศาลเพิกถอนผู้ร้องออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกของนายมา และตั้งผู้คัดค้านที่ 4 เป็นผู้จัดการมรดก

ผู้ร้องยื่นคำร้อง ขอให้ยกคำคัดค้าน

ระหว่างการพิจารณา ผู้คัดค้านที่ 1 ถึงแก่ความตาย นายนวล ผู้คัดค้านที่ 3 ซึ่งเป็นทายาทของผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำคัดค้านของผู้คัดค้านของผู้คัดค้านทั้งสี่ ให้ผู้คัดค้านทั้งสี่ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนผู้ร้อง โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท

ผู้คัดค้านทั้งสี่อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน ให้ผู้คัดค้านทั้งสี่ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 1,500 บาท แทนผู้ร้อง

ผู้คัดค้านทั้งสี่ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เรื่องการขอตั้งผู้จัดการมรดกตลอดจนการคัดค้านการขอตั้งผู้จัดการมรดก ไม่เป็นคดีที่ทายาทจะรับมรดกความของคู่ความที่ถึงแก่กรรมได้ เพราะการขอเป็นผู้จัดการมรดกตลอดจนการคัดค้านถือได้ว่าเป็นสิทธิเฉพาะตัวของทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียแต่ละคน เมื่อผู้คัดค้านที่ 1 ถึงแก่กรรม นายนวล จึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้นายนวล เข้ามาเป็นคู่ความแทนและศาลอุทธรณ์ภาค 5 มิได้แก้ไขจึงเป็นการไม่ชอบ คดีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาผู้คัดค้านที่ 1?

ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าผู้ร้องเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย ดังนั้น เมื่อผู้ร้องเป็นบุตรของนายมา ผู้ตาย จึงเป็นทายาทโดยธรรม ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1629 (1) ของผู้ตาย มีสิทธิร้องขอตั้งผู้จัดการได้โดยชอบด้วยกฎหมายที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาต้องกันมาให้ยกคำคัดค้านของผู้คัดค้านที่ 2 ถึงที่ 4 เนื่องจากเป็นทายาทในลำดับถัดไป ไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของผู้ตาย ชอบแล้ว ฎีกาของผู้คัดค้านที่ 2 ถึงที่ 4 ฟังไม่ขึ้น

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้นายนวล เข้าเป็นคู่ความแทนผู้คัดค้านที่ 1 และให้จำหน่ายคดีผู้คัดค้านที่ 1 ออกจากสารบบความ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000834.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548