คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7966/2547 ฉบับเต็ม

#113185
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7966/2547 บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์เกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) โจทก์ บริษัทเงินทุนเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) ผู้ร้อง นางกาญจนา รักมนุษย์ จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 289, มาตรา ตาราง 1 ข้อ (1) (ค) ท้าย ป.วิ หนี้ตามคำพิพากษาซึ่งผู้ร้องในฐานะโจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดคดีนี้เมื่อมีการจำนองเป็นประกัน แต่ผู้ร้องได้เลือกใช้สิทธิฟ้องจำเลยให้รับผิดในหนี้ที่มีประกันอย่างเจ้าหนี้สามัญ มิได้ใช้สิทธิบังคับจำนองเอาแก่ที่ดินอันเป็น หลักประกันที่จำเลยจำนองไว้แก่ผู้ร้องด้วย แม้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่ผู้ร้อง ผู้ร้องก็เพียงอยู่ในฐานะเจ้าหนี้สามัญตามคำพิพากษาเท่านั้น การที่ผู้ร้องยื่นคำขอรับชำระหนี้จากที่ดินของจำเลยที่เจ้าพนักงานบังคับคดี ได้ยึดไว้โดยอาศัยอำนาจแห่งการจำนองตามวิธีการที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 289 จึงเป็นเรื่องที่ผู้ร้องประสงค์ จะให้ตนได้รับชำระหนี้จากที่ดินจำนองของจำเลยอันเป็นหลักประกันนอกเหนือไปจากการใช้สิทธิบังคับคดีตาม คำพิพากษาของศาลอย่างเจ้าหนี้สามัญ คำร้องที่ผู้ร้องขอรับชำระหนี้จำนองย่อมมีผลเป็นคำฟ้องขอให้บังคับจำนอง ซึ่งผู้ร้องจะต้องเสียค่าขึ้นศาลตามตาราง 1 ท้าย ป.วิ.พ. ข้อ (1) (ค) ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 35,893,352.34 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ในต้นเงิน 28,772,066.55 บาท นับถัดจากวันฟ้อง จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยไม่ชำระ โจทก์ขอให้บังคับคดีและเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยซึ่งจำนองแก่ผู้ร้อง ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ที่ดินที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดไว้นั้น จำเลยได้นำมาจดทะเบียนจำนองประกันหนี้ที่มีต่อผู้ร้องตามสัญญายืม ตั๋วเงิน ซึ่งผู้ร้องได้เป็นโจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดชำระหนี้ต่อศาลชั้นต้นและศาลชั้นต้นได้มี คำพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ดังกล่าวแก่ผู้ร้องเป็นคดีนี้แล้ว ผู้ร้องจึงชอบที่จะได้รับเงินที่ได้จากการขายหรือจำหน่าย ที่ดินที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดไว้โดยอาศัยอำนาจแห่งการจำนอง ขอให้มีคำสั่งให้เอาเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดชำระหนี้แก่ผู้ร้องก่อนเจ้าหนี้อื่น หากโจทก์ถอนการบังคับคดีหรือสละสิทธิในการบังคับคดีหรือเพิกเฉยไม่บังคับคดี ผู้ร้องขอสวมสิทธิในการบังคับคดีต่อไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้ร้องเสียค่าขึ้นศาลตามตาราง 1 ข้อ (1) (ค) ท้าย ป.วิ.พ. ผู้ร้องได้นำเงินค่าขึ้นศาลมาชำระจากที่เสียเป็นค่าคำร้อง 20 บาท เพิ่มเป็น 100,000 บาท ศาลชั้นต้นพิจารณาคำร้องแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้จำนองก่อนเจ้าหนี้รายอื่น ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้ผู้ร้องเสียค่าขึ้นศาลเพิ่มซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตาม ป.วิ.พ. มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า หนี้ตามคำพิพากษาซึ่งผู้ร้องในฐานะโจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดคดีนี้เมื่อมีการจำนอง เป็นประกัน แต่ผู้ร้องได้เลือกใช้สิทธิฟ้องจำเลยให้รับผิดในหนี้ที่มีประกันอย่างเจ้าหนี้สามัญ มิได้ใช้สิทธิบังคับจำนองเอาแก่ที่ดินอันเป็นหลักประกันที่จำเลยจำนองไว้แก่ผู้ร้องด้วย แม้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่ผู้ร้อง ผู้ร้องก็เพียงอยู่ในฐานะเจ้าหนี้สามัญตามคำพิพากษาเท่านั้น การที่ผู้ร้องยื่นคำขอรับชำระหนี้จากที่ดินของจำเลยที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดไว้โดยอาศัยอำนาจแห่งการจำนองตามวิธีการที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 289 จึงเป็นเรื่องที่ผู้ร้องประสงค์จะให้ตนได้รับชำระหนี้จากที่ดินจำนองของจำเลยอันเป็นหลักประกันนอกเหนือไปจากการใช้สิทธิบังคับคดีตามคำพิพากษาของศาลอย่างเจ้าหนี้สามัญ คำร้องที่ผู้ร้องขอรับชำระหนี้จำนองย่อมมีผลเป็นคำฟ้องขอให้บังคับจำนอง ซึ่งผู้ร้องจะต้องเสียค่าขึ้นศาลตามตาราง 1 ท้าย ป.วิ.พ. ข้อ (1) (ค) ที่บัญญัติให้เรียกค่าขึ้นศาลโดยอัตราเรื่องละหนึ่งบาทต่อทุกหนึ่งร้อยบาทตามจำนวนหนี้ที่เรียกร้อง แต่ไม่เกินหนึ่งแสนบาท มิใช่เสียแต่เพียงค่าคำร้อง 20 บาท อย่างเจ้าหนี้จำนองตามคำพิพากษา ดังนั้น คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้ผู้ร้องเสียค่าขึ้นศาลในการขอรับชำระหนี้จำนองเพิ่มเป็น 100,000 บาทชอบแล้ว อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ. (สุภิญโญ ชยารักษ์-สมศักดิ์ เนตรมัย-ประทีป ปิติสันต์) ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายสมชาย พวงภู่ ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
113185
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งกรุงเทพใต้",
        "judge": "นายสมชาย พวงภู่"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082037225"
    }
}
date
2547
deka_no
7966/2547
deka_running_no
7966
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "สุภิญโญ ชยารักษ์",
    "สมศักดิ์ เนตรมัย",
    "ประทีป ปิติสันต์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 289"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์เกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "บริษัทเงินทุนเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางกาญจนา รักมนุษย์"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 35,893,352.34 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ในต้นเงิน 28,772,066.55 บาท นับถัดจากวันฟ้อง จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยไม่ชำระ โจทก์ขอให้บังคับคดีและเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยซึ่งจำนองแก่ผู้ร้อง

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ที่ดินที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดไว้นั้น จำเลยได้นำมาจดทะเบียนจำนองประกันหนี้ที่มีต่อผู้ร้องตามสัญญายืม ตั๋วเงิน ซึ่งผู้ร้องได้เป็นโจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดชำระหนี้ต่อศาลชั้นต้นและศาลชั้นต้นได้มี คำพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ดังกล่าวแก่ผู้ร้องเป็นคดีนี้แล้ว ผู้ร้องจึงชอบที่จะได้รับเงินที่ได้จากการขายหรือจำหน่าย ที่ดินที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดไว้โดยอาศัยอำนาจแห่งการจำนอง ขอให้มีคำสั่งให้เอาเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดชำระหนี้แก่ผู้ร้องก่อนเจ้าหนี้อื่น หากโจทก์ถอนการบังคับคดีหรือสละสิทธิในการบังคับคดีหรือเพิกเฉยไม่บังคับคดี ผู้ร้องขอสวมสิทธิในการบังคับคดีต่อไป

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้ร้องเสียค่าขึ้นศาลตามตาราง 1 ข้อ (1) (ค) ท้าย ป.วิ.พ. ผู้ร้องได้นำเงินค่าขึ้นศาลมาชำระจากที่เสียเป็นค่าคำร้อง 20 บาท เพิ่มเป็น 100,000 บาท ศาลชั้นต้นพิจารณาคำร้องแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้จำนองก่อนเจ้าหนี้รายอื่น

ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้ผู้ร้องเสียค่าขึ้นศาลเพิ่มซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตาม ป.วิ.พ. มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า หนี้ตามคำพิพากษาซึ่งผู้ร้องในฐานะโจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดคดีนี้เมื่อมีการจำนอง เป็นประกัน แต่ผู้ร้องได้เลือกใช้สิทธิฟ้องจำเลยให้รับผิดในหนี้ที่มีประกันอย่างเจ้าหนี้สามัญ มิได้ใช้สิทธิบังคับจำนองเอาแก่ที่ดินอันเป็นหลักประกันที่จำเลยจำนองไว้แก่ผู้ร้องด้วย แม้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่ผู้ร้อง ผู้ร้องก็เพียงอยู่ในฐานะเจ้าหนี้สามัญตามคำพิพากษาเท่านั้น การที่ผู้ร้องยื่นคำขอรับชำระหนี้จากที่ดินของจำเลยที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดไว้โดยอาศัยอำนาจแห่งการจำนองตามวิธีการที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 289 จึงเป็นเรื่องที่ผู้ร้องประสงค์จะให้ตนได้รับชำระหนี้จากที่ดินจำนองของจำเลยอันเป็นหลักประกันนอกเหนือไปจากการใช้สิทธิบังคับคดีตามคำพิพากษาของศาลอย่างเจ้าหนี้สามัญ คำร้องที่ผู้ร้องขอรับชำระหนี้จำนองย่อมมีผลเป็นคำฟ้องขอให้บังคับจำนอง ซึ่งผู้ร้องจะต้องเสียค่าขึ้นศาลตามตาราง 1 ท้าย ป.วิ.พ. ข้อ (1) (ค) ที่บัญญัติให้เรียกค่าขึ้นศาลโดยอัตราเรื่องละหนึ่งบาทต่อทุกหนึ่งร้อยบาทตามจำนวนหนี้ที่เรียกร้อง แต่ไม่เกินหนึ่งแสนบาท มิใช่เสียแต่เพียงค่าคำร้อง 20 บาท อย่างเจ้าหนี้จำนองตามคำพิพากษา ดังนั้น คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้ผู้ร้องเสียค่าขึ้นศาลในการขอรับชำระหนี้จำนองเพิ่มเป็น 100,000 บาทชอบแล้ว อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000870.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547